Switch to: uk
23 May 2012 14:36PM

ธุรกิจไฟฟ้า-อาหารจี้รัฐบาลใหม่แก้"ค่าเงิน"ดันส่งออก

02 Jan 08 ,  BangkokBiz
  • 0
อุตฯ ไฟฟ้า-อาหาร เตรียมเสนอแผนระยะสั้น-กลาง ชงรัฐบาลใหม่ จี้เร่งแก้ปัญหา"ค่าเงินบาท"ผันผวน เพิ่มยอดส่งออก เล็งของบหนุนสร้างศูนย์ทดสอบเพิ่ม ดันไทยเป็นฐานผลิตใหญ่ของโลก วอนรัฐบาลลดภาษีสรรพสามิตแอร์ สร้างขีดการแข่งขันตลาดโลก
นายสุวิทย์ วังพัฒนมงคล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ไฮคิวผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ผลิตภัณฑ์ปลากระป๋องและซอสปรุงรส โรซ่าและไฮคิว เปิดเผยว่า ขณะนี้ แม้การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ยังเสร็จไม่เรียบร้อย แต่สิ่งที่ต้องการให้รัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามา เร่งแก้ปัญหาค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเพราะถือเป็นปัญหาสำคัญ ในการทำธุรกิจอาหาร ส่วนตลาดในประเทศเชื่อว่าทุกคนคงพอช่วยเหลือตัวเองได้ด้วยการออกสินค้าใหม่ เข้ามาตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค

"เราต้องการให้รัฐบาลดูแลเรื่องค่าเงินให้คงที่ หรือไม่แข็งค่าไปกว่านี้หรือเคลื่อนไหวในวงแคบ เพื่อลดความเสี่ยงในการบริหารจัดการต้นทุนได้ถูก ไม่ใช่ว่าต้องปรับตัวทุกๆ 2-3 เดือน ซึ่งจะลำบากในการรับออเดอร์จากลูกค้า และโอกาสที่ขาดทุนจากการแข็งค่าเงินบาทมีสูง "นายสุวิทย์ กล่าว

ดร.ขัติยา ไกรกาญจน์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สิ่งที่ทางกลุ่มอุตฯ ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ต้องการเสนอให้รัฐบาลช่วยแก้ไขปัญหา ประกอบด้วยแผนระยะสั้นและระยะกลาง โดยระยะสั้นต้องการให้รัฐบาลช่วยสานต่อโครงการที่เคยดำเนินการมาแล้ว คือ การสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติม เพื่อสร้างศูนย์ทดสอบ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลชุดก่อนหน้านี้ได้อนุมัติงบประมาณ 600-700 ล้าน ในการสร้างศูนย์ทดสอบไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการ ขณะที่ไฟฟ้ากำลังยังไม่เพียงพอ

"กลุ่มของอุตสาหกรรมไฟฟ้านั้นประกอบด้วย 2 เซคเตอร์ใหญ่คือ เครื่องใช้ไฟฟ้าและไฟฟ้ากำลัง ทางกลุ่มฯ ต้องการให้ภาครัฐสนับสนุนในส่วนของภาคการผลิตไฟฟ้ากำลังมากขึ้น เช่น หม้อแปลง รวมถึงการให้งบสนับสนุนในการสร้างอุปกรณ์หรือห้องทดสอบที่เพียงพอ ซึ่งสินค้าเหล่านี้ประเทศไทยมีศักยภาพในการผลิตอย่างมาก หากรัฐให้การสนับสนุนจะทำให้ไทยเป็นฐานการผลิตใหญ่ของโลกได้"

นอกจากการสร้างศูนย์ทดสอบแล้ว ทางกลุ่มฯ ต้องการให้ภาครัฐเพิ่มมาตรฐานสินค้า หรือ สมอ.ที่ปัจจุบันกำกับดูแลโดย สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งปัจจุบันในกลุ่มของเครื่องใช้ไฟฟ้ามีมาตรฐานอยู่ 27 รายการ ถือว่ายังน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับจำนวนเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีอยู่ในปัจจุบัน

ดร.ขัติยา กล่าวต่อว่า สิ่งที่ต้องการเสนอเพิ่มเติมต่อรัฐบาลชุดใหม่คือ การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตในส่วนเครื่องปรับอากาศ ที่เดิมมีการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตอยู่ที่ 15% แต่ได้ปรับเปลี่ยนมาเก็บตามบีทียู แต่ก็ยังถือว่าสูงอยู่ซึ่งหากรัฐบาลช่วยลดการจัดเก็บภาษีในส่วนนี้ลง จะทำให้ผู้ประกอบการไทยสามารถขยายตลาดได้อีกมาก รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดส่งออกด้วย

สำหรับสิ่งที่อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ต้องเร่งดำเนินการ ก็คือ ปัญหาการขาดแคลนแรงงานโดยเฉพาะในระดับปฏิบัติการ เนื่องจากถูกดึงตัวจากอุตสาหกรรมอื่น เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.