นายธีรศักดิ์ อุรุนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร สายธุรกิจอาหารแปรรูปและครบวงจร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (ซีพีเอฟ) กล่าวว่า ในปี 2551 บริษัทคาดว่าจะส่งออกไก่แปรรูปในปริมาณทั้งสิ้น 9-9.5 หมื่นตัน เพิ่มขึ้นจาก ปีที่แล้ว 15% ที่มีการส่งออก 8 หมื่นตัน ซึ่งยอดส่งออกที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งมาจากประเทศคู่แข่ง เช่น จีน มีปัญหาเรื่องความปลอดภัย ของอาหาร (Food Safety) ทำให้ผู้นำเข้าหันมาสั่งซื้อไก่แปรรูปจากไทยมากขึ้น
ขณะที่รายได้จากยอดขายทั้งภายในประเทศและการส่งออกจะเพิ่มขึ้น 10% จากปีที่แล้ว หรือมีมูลค่า 3-3.3 หมื่นล้านบาท เนื่องจากปริมาณมียอดส่งออกเพิ่มขึ้น และได้ปรับราคาสินค้าส่งออกเพิ่มอีก 20% ตามต้นทุนการผลิต
อย่างไรก็ตาม ก่อนการระบาดของไข้หวัดนกในปี 2547 ประเทศไทยส่งออกไก่ปีละ 5 แสนตัน แต่หลังจากนั้นปริมาณส่งออก เหลือเพียง 3 แสนตัน โดยซีพีเอฟ เป็นผู้ส่งออกอันดับ 1 คิดเป็นปริมาณปีละ 8 หมื่นตัน สำหรับตลาดส่งออกหลักของซีพีเอฟ คือ สหภาพยุโรป (อียู) 70% ของปริมาณส่งออก
สำหรับยอดขายไก่แปรรูปในประเทศนั้น คาดว่าจะเป็นไปตามเป้า 2 หมื่นตัน เพราะปัจจุบันผู้บริโภคในประเทศได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร โดยหันมาเลือกอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทานมากขึ้น
นายวิโรจน์ คัมภีระ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท กรุงเทพผลิตภัณฑ์อาหาร กล่าวว่า ปีนี้จะเปิดโรงงานอาหารสัตว์ในต่างประเทศเพิ่มขึ้นที่รัสเซียอีก 1 แห่ง มีกำลังผลิต 2 หมื่นตัน/เดือน ใช้เงินลงทุน 40 ล้านเหรียญสหรัฐ โดย จะเริ่มผลิตในปลายปีนี้ และได้ ขยายกำลังการผลิตของโรงงานในเวียดนามให้มีมาตรฐานส่งออกและมีกำลังผลิต 5 แสนตัน ใช้เงินลงทุน 900 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มผลิตปลายไตรมาสแรกของปี 2553
สำหรับในประเทศไทยได้ใช้งบประมาณ 1,000 ล้านบาท ปรับปรุงประสิทธิภาพในการผลิตอาหารสัตว์ทั้ง 11 โรงทั่วประเทศ ให้ได้มาตรฐานส่งออกทั้งหมด ซึ่งกำลังการผลิตอาหารสัตว์ในไทยตกปีละ 6.2 ล้านตัน
















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.