ดร.นิลสุวรรณ ลีลารัศมี ประธานโครงการศูนย์ข้อมูลอุตสาหกรรมไทย (Thai Industial Data & Information Center : TIDIC ) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) เปิดเผยว่า จากการที่สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และ สอท.ร่วมมือในการจัดการดำเนินงาน "โครงการพัฒนาการรวมกลุ่มเชื่อมโยงเครือข่ายวิสาหกิจอุตสาหกรรมสำหรับผู้ประกอบการ SMEs" โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางในการพัฒนาการรวมกลุ่มเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการใน 3 กลุ่ม ได้แก่กลุ่มอุตสาหกรรมหนังและผลิตภัณฑ์หนัง กลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยาง และกลุ่มอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อให้เกิดการบูรณาการของเครือข่ายวิสาหกิจอุตฯ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ล่าสุด การดำเนินโครงการในส่วนของการพัฒนาฐานข้อมูลผู้ประกอบการ 3 กลุ่มอุตสาหกรรมเสร็จเรียบร้อยแล้ว
การจัดทำฐานข้อมูลทั้ง 3 กลุ่มอุตสาหกรรม คณะทำงานโครงการนี้ได้เข้าไปดูสถานประกอบการจริง และมีการตอบแบบสอบถามทั้งสิ้น 123 บริษัท จึงได้เห็นกระบวนการผลิตสินค้า และการเคลื่อนไหวของวัตถุดิบที่จะมาประกอบกันเพื่อการผลิตสินค้านั้น ๆ ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ รวมไปถึงการเชื่อมโยงสินค้าทั้งภายในและภายนอกกลุ่มอุตสาหกรรม ตลอดจนสามารถระบุแหล่งที่มา และสิทธิประโยชน์ด้านต่าง ๆ ของสินค้า หรือวัตถุดิบนั้น ๆ เนื่องจากได้เชื่อมโยงกับรหัสมาตรฐานสินค้าที่เป็นสากล คือรหัสพิกัดอัตราศุลกากร (HS Code)
"เมื่อก่อน การหาข้อมูลทางการค้าของ ผู้ประกอบการในแต่ละกลุ่ม ต่างคนต่างหา ซึ่งข้อมูลก็กระจัดกระจายในหลายแหล่งและมีรูปแบบที่แตกต่างกัน ดังนั้น สอท.จึงได้จัดทำโครงสร้างศูนย์ข้อมูลอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ทำการรวบรวมฐานข้อมูลที่มีความจำเป็นด้านต่าง ๆ ในรูปแบบของห้องสมุดขนาดใหญ่ ที่ประกอบไปด้วย Information Profile, Trade, International Connection ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้ขอบเขตการดำเนินโครงการเป็นไปด้วยดี" ดร.นิลสุวรรณกล่าว
นอกจากนี้ ทางโครงการยังจัดทำเว็บไซต์รวบรวมข้อมูลการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำถึง 5 ระดับชั้น และยังมีข้อมูลสนับสนุนต่าง ๆ อีกมาก เช่น ยางพารามีไวรัสระบาดหนัก ซึ่งจะเป็นการเตือนให้ผู้ประกอบการเตรียมตัวในการจัดซื้อวัตถุดิบจากแหล่งอื่นแทน และมีข้อมูล อื่น ๆ ประกอบการตัดสินใจในการลงทุนและทำธุรกิจระหว่างประเทศ การวิเคราะห์ข้อมูล FTA รวมถึงภาษี มาตรการกีดกันที่ไม่ใช่ภาษี หรือมาตรการต่อต้านการทุ่มตลาดสินค้าของประเทศต่าง ๆ
ในอนาคตทางโครงการมีแผนที่จะจัดทำข้อมูลอุตสาหกรรมให้ครบ 39 กลุ่ม โดยมีเป้าหมายเจาะผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่เป็นสมาชิก สสว.ทั่วประเทศกว่า 2 แสนราย ทั้งนี้ ต้องให้ผู้บริหารของ สสว.เป็นผู้สั่งดำเนินการทางโครงการจึงจะดำเนินโครงการได้ ซึ่งต้องขอความร่วมมือจากสภาอุตสาหกรรมแต่ละจังหวัดด้วย
นอกจากนี้ ทางโครงการยังจัดทำตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์ (E-marketplace) ให้ผู้ประกอบการนำข้อมูลสินค้าต่าง ๆ มาลงในเว็บไซต์ ถือเป็นการต่อยอดจากการดำเนินงานการพัฒนาฐานข้อมูล ผู้ประกอบการ ถือเป็นเครื่องมือและช่องทางการขยายตลาดอุตสาหกรรมโดยไม่มีขอบเขตจำกัด ทำให้สามารถหาตลาดใหม่ หรือสินค้าใหม่ ๆ โดยที่ผู้ซื้อและผู้ขายสามารถค้นหาข้อมูลข่าวสารที่ต้องการได้ เป็นการดำเนินงานทางธุรกิจรูปแบบใหม่ ที่สามารถดำเนินงานได้ทุกประเภทที่มีต้นทุนต่ำ และ e-marketplace ยังได้เชื่อมโยงสินค้า/ ผลิตภัณฑ์เข้ากับรหัสมาตรฐานสินค้าที่เป็นสากล (HS Code) เพื่อให้การซื้อขายสามารถเชื่อมโยงกันทั้งผู้ประกอบการในและต่างประเทศได้
















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.