นายอำนาจ สมกลิ่น นายกสมาคมอู่กลางการประกันภัย เปิดเผยกับ “TRANSPORT” ว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เตรียมเปิดสัมมนานำผู้ประกอบการซ่อมรถยนต์เข้าสู่การแข่งขันระดับอาเซียน ภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) เพื่อเตรียมความพร้อมในการแข่งขันเสรีที่จะเกิดขึ้นในปี 2558 ซึ่งขณะนี้ทางกรมส่งเสริมการส่งออก มีการเจรจากับประเทศลิเบีย เปิดโอกาสให้อู่กลางฯ ไปร่วมทำธุรกิจที่ประเทศลิเบีย
ทางสมาคมอู่กลางฯ ได้แจ้งกับสมาชิกอู่กลางฯ ว่าหากบริษัทใดต้องการที่จะโกอินเตอร์ ไปเปิดอู่ซ่อมรถที่ประเทศแถบตะวันออกกลาง ผู้ประกอบการอู่ซ่อมรถยนต์ก็ต้องเตรียมความพร้อมในการแข่งขัน นอกจากนี้ คาดว่าภายหลังจากภาครัฐเปิดเสรีการแข่งขันก็จะมีบริษัทต่างชาติเข้ามาเปิดบริการอู่ซ่อมรถยนต์ในประเทศไทยเช่นเดียวกัน พร้อมกันนี้ ทางสมาคมอู่กลางฯ ร่วมมือกับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือเอสเอ็มอีแบงก์ เปิดโอกาสให้สมาชิกอู่กลางฯ ที่ต้องการจะเพิ่มศักยภาพของการแข่งขัน ได้รับความสนับสนุนทางด้านเงินทุน โดยมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน หรือสมาชิกของสมาคมสามารถช่วยกันค้ำประกันได้
ทั้งนี้ ในความเป็นจริงคนไทยมีฝีมือในการซ่อมสูง เป็นที่เชื่อถือของต่างประเทศ แต่ขณะเดียวกัน บุคลากรด้านนี้ยังมีไม่เพียงพอ จนกระทั่งช่างที่มีฝีมือดีๆ ถูกซื้อตัวไป เนื่องจากไม่มีการเพิ่มบุคลากรให้ต่อเนื่องรุ่นต่อรุ่น ตรงจุดนี้จึงทำให้ทางกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และอู่กลางฯ ตระหนักถึงเรื่องดังกล่าวมากจึงมีแนวคิดในการสร้างหลักสูตรฝึกอบรมวิชาชีพช่างซ่อมรถ เป็นหลักสูตรระยะสั้น 2-6 เดือน เพื่อให้ช่างที่ผ่านการเรียนการสอนจบออกมาแล้วมีวุฒิบัตรการันตีฝีมือจากภาครัฐโดยตรง ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำหลักสูตร คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม 2553 นี้
สำหรับสาขาการเรียนการสอนกำหนดเพิ่มเป็น 8 สาขาช่าง จากเดิมมีเพียง 2 สาขาเท่านั้น คือ สาขาช่างเคาะตัวถังรถยนต์ และช่างพ่นสีตัวถังรถยนต์ ซึ่งสาขาที่เพิ่มขึ้นนั้นประกอบด้วย ช่างเคาะ, ช่างถอดประกอบ, ช่างโป๊สี, ช่างพ่นสี, ช่างผสมสี, ช่างขัดสี, ช่างเครื่องยนต์ และช่างอิเล็กทรอนิกส์ไฟฟ้ารถยนต์
ในโอกาสเดียวกันนี้ ยังร่วมมือกับบริษัทสีที่อยู่ในประเทศไทย อาทิ สีนกแก้ว, ดูปองท์, นิปปอนเพ้นท์, ทีโอเอ, คันไซเพ้นท์ เพื่อสนับสนุนการฝึกอบรมหลักสูตรดังกล่าว โดยเอื้อเฟื้อสถานที่จริงในการฝึกอบรมของนักเรียน ปัญหาและอุปสรรคที่ผ่านมา สมาคมฯ เคยประกาศรับสมัครช่างมาแล้วระยะหนึ่งแต่ผลปรากฏว่าไม่ค่อยมีผู้สนใจที่จะเข้ามาฝึกอบรม เนื่องจากระยะแรกนั้นช่วงฝึกอบรม ไม่มีเบี้ยเลี้ยงให้ แต่ปัจจุบันผู้ที่เข้ามาเรียนทุกคนจะได้รับเงินค่าครองชีพตามอัตราค่าแรงขั้นต่ำในแต่ละวัน จนกว่าจะจบหลักสูตร
















Leave a comment :