Switch to: uk
11 February 2012 14:37PM

ธุรกิจโซลาร์เซลล์ดาวรุ่ง!ทางเลือกใหม่ยุควิกฤตน้ำมัน-บูมทั้ง "ใน-ส่งออก"

15 Dec 06 ,  ผู้จัดการรายวัน
  • 0
              4บริษัทยักษ์ใหญ่ผลิตโซลาร์เซลล์ ฟันธง อนาคตสดใส!ทั้งในประเทศและส่งออก คาดตลาดขยายตัวกว่า 30% เพราะ ประเทศไทยและทั่วโลกต่างแสวงหาพลังงานทางเลือกแทนน้ำมัน "ชาร์ป เทพนคร" ระบุ ธุรกิจนี้เสมือนเค็กชิ้นใหญ่ เพราะแผนชาติกำหนดเป้าใช้พลังงานทางเลือก 250 เมกะวัตต์ แต่วันนี้ยอดผลิตทั้งระบบมีเพียง 50 เมกะวัตต์ ขณะที่ภาครัฐหนุนใช้บริการมากขึ้น
ในภาวะวิกฤติการณ์ด้านพลังงาน ไฟฟ้า และราคาน้ำมันที่ถีบตัวสูงขึ้นจนน่าตกใจ ขณะที่ราคาน้ำมันเป็นปัจจัยสำคัญในด้านการผลิต ส่งผลให้รัฐบาลผู้ประกอบการและประชนชนต้องหันมาให้ความสนใจแสวงหาพลังงานทดแทน ซึ่งโซลาร์เซลล์ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่กำหลังได้รับความสนใจ
       
       ปัจจุบันมีบริษัทประกอบธุรกิจโซลาร์เซลล์มาขอส่งเสริมการลงทุน (BOI)จำนวนทั้งสิ้น4ราย คือ บริษัทโซลาร์ตรอน จำกัด (มหาชน)มูลค่าเงินลงทุน1,380ล้าน จำนวน195,000แผงหรือ 30เมกะวัตต์ บริษัทโซล่าร์พาวเวอร์เทคโนโลยี จำกัด มูลค่าเงินลงทุน 98ล้าน จำนวน 80,000ชุด หรือ 10เมกะวัตต์ บริษัทไทยอีเจนซี่ อินจิเนียริ่งจำกัด จำกัด มูลค่าเงินลงทุน 97ล้าน จำนวน80,000ชุด หรือ 10เมกะวัตต์ ล่าสุดบริษัทบางกอกโซลาร์ จำกัด มูลค่าเงินลงทุน 1,775 ล้านบาท ปีละประมาณ750,000แผงหรือ 30เมกะวัตต์
       
       ขณะที่บริษัทที่ยังไม่ได้ขอการส่งเสริมการลงทุนจากBOIมี3บริษัทบริษัท เอกรัฐโซล่าร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ผลิตได้ 15 เมกะวัตต์ บริษัทกันหยง อิเล็กทริคจำกัด ผลิตได้ 5เมกะวัตต์ บริษัทชาร์ป เทพนคร จำกัด ผลิตได้ 7เมกะวัตต์
       ในแผนยุทธศาสตร์พลังงานชาติ มีเป้าหมายในการใช้พลังงานหมุนเวียนหรือพลังงานทดแทนที่ได้จากพลังน้ำ พลังลม และพลังชีวมวลทั้งไบโอฯ เอธานอล และแก๊ซโซฮอลล์ ในสัดส่วน 0.5% ของพลังงานทั้งหมดที่ใช้ในปี พ.ศ.2545 และเป็น 8% หรือประมาณ 250 เมกกะวัตต์ให้ได้ภายในปี พ.ศ.2554
       
       อย่างไรก็ดี พลังงานจากโซลาร์เซลล์ ก็เป็นพลังงานทางเลือกอย่างหนึ่งเพราะใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์เป็นวัตถุดิบเพียงอย่างเดียว ซึ่งเป็นพลังงานที่ไม่สิ้นเปลื้อง.และยังได้พลังงานที่สะอาด ขณะที่ต่างประเทศที่มีปริมาณการใช้โซลาร์เซลล์มากที่สุดในโลกได้แก่ ญี่ปุ่น เยอรมัน และ สหรัฐอเมริกา โดยญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีการใช้โซลาร์เซลล์มากที่สุดกว่า 859 เมกะวัตต์ และยังเป็นประเทศที่ผลิตโซลาร์เซลล์ได้มากที่สุดในโลกด้วย คือปีละกว่า 400เมกกะวัตต์ ปัจจุบันประเทศเยอรมัน ก้าวขึ้นมาแซงหน้าญี่ปุ่นไปแล้ว
       
       สำหรับประเทศไทยนั้น พลังงานโซลาร์เซลล์ ได้รับการยอมรับมากขึ้นจากเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา และรัฐบาลก็ให้การส่งเสริม เห็นได้จากมีโครงการ ใหญ่ๆอาทิ กระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.)ดำเนินโครงการ "เร่งรัดขยายบริการไฟฟ้าโดยระบบผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์"Solar Home System Project ให้หมู่บ้านที่อยู่ตามภูเขาสูงและเกาะต่างๆกว่า 239,000ครัวเรือนมีไฟฟ้าใช้อย่างทั่วถึง ขณะนี้ก็เริ่มเฟส2 โครงการ Solar Home System Project แล้ว
       
       อย่างไรก็ดีเมื่อพลังงานโซลาร์เซลล์มีแนวโน้มการเติบโต ทำให้ธุรกิจผลิตโซลาร์เซลล์มีทิศทางการแข่งขันที่สูงขึ้น แต่ละบริษัทต่างมีกลยุทธ์การตลาดที่จะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างชัดเจน
       
       ดร.ภาวัณ สยามชัย ประธานเจ้าหน้าที่สายปฏิบัติการบริษัทโซลาร์ตรอน จำกัด (มหาชน) ยักษ์ใหญ่แห่งวงการธุรกิจโซลาร์เซลล์ ที่คว้างานประมูลของภาครัฐในการติดตั้งโซลาร์เซลล์กว่า 90% กล่าวว่า ธุรกิจประเภทโซลาร์เซลล์เติบโตสูงมาก ที่ผ่านมาธุรกิจประเภทนี้มีการติดตั้งไปแค่6เมกะวัตต์เท่านั้น แต่3ปีที่ผ่านมาคือตั้งแต่ปี46-49มียอดขายสูงมากถึง24เมกะวัตต์ บริษัทของเรามีส่วนแบ่งตลาดโดยรวมของประเทศอยู่80% และส่วนแบ่งของภาครัฐอีก90% และภาคเอกชนอีกนิดหน่อย
       
       บริษัทโซลาร์ตรอน เน้นผลิตขายในประเทศเท่านั้น เนื่องเพราะอนาคตธุรกิจประเภทนี้ยังไปได้ดีเห็นได้จากโครงการ Solar Home System ที่ติดตั้งพลังงานโซลาร์เซลล์ในหมู่ชนบทกว่า239,000หมู่บ้านและล่าสุดกรมราชทัณฑ์ ได้ริเริ่มติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อใช้งานในอาคารสำนักงานในสังกัด ซึ่งเป็นช่วยชาติประหยัดพลังงานจากไฟฟ้าและน้ำมัน
       
       "ปี2550 รัฐบาลกำหนดมาตรฐานให้โรงไฟฟ้าที่สร้างใหม่ ต้องมีการใช้พลังงานทดแทน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ กังหันลม จำนวน 5 %จากพลังงานทั้งหมด"
       
       อีก10ปี ธุรกิจโซลาร์เซลล์คุ้มทุนที่สุด!M
       
       ดร.ภาวัณ กล่าวอีกว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 49 ขยายตัวไม่ต่ำกว่า 30%เนื่องจากมีโครงการต่างๆที่อยู่มือ อาทิ โครงการภาครัฐอย่าง โครงการโซลาร์โฮม และยังมีแผนที่จะดำเนินธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ให้ครบวงจรภายในปี 2552 โดยจะลงทุนสร้างโรงงานผลิตแผงโซลาร์เซลล์แบบต้นน้ำคาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ1,000ล้านบาทและจะดำเนินการในโครงการโซลาร์ โฮม เฟส 2 ให้สำเร็จ รวมทั้งจะขยายตัวแทนจำหน่ายสินค้าให้ครอบคลุมทั่วประเทศ
       
        "ไม่เกิน10ปีข้างหน้าพลังงานโซลาร์เซลล์คือสิ่งเดียวที่มีอนาคตที่สุด ลงทุนแล้วคุ้มทุนที่สุด"ดร.ภาวัณกล่าว
       
       เผยธุรกิจโซลาร์เซลล์โกยกำไรอื้อ!
       
       ด้านวีระพล วัยเรืองอรเอก หัวหน้างานอาวุโส บริษัทชาร์ป เทพนคร จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบริษัท ชาร์ป คอร์ปอเรชั่น จำกัดจากประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า บริษัทได้ทำธุรกิจประเภทนี้มานานกว่า40ปีแล้วในประเทศญี่ปุ่นและทั่วโลก แต่ในไทยพึ่งจะหันมาทำการตลาดแบบจริงจังได้ประมาณ3-4ปีที่ผ่านมา ซึ่งกระแสตอบรับดีมากเพราะภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ น้ำมันแพง ค่าฟ้าไฟที่สูงขึ้นทำให้ประชาชนสนใจพลังงานทดแทนมากขึ้น ถือว่าเป็นประเภทธุรกิจที่มีอนาคตที่สดใสมากหากเปรียบเทียบกับพลังงานทางเลือกอื่นๆ ซึ่งธุรกิจประเภทนี้มีรายได้สูงมาก แม้จะมีการแข่งขันสูงก็ตาม
       
       โดยบริษัทระดับแถวหน้าในการทำธุรกิจนี้มี 4ราย คือ บริษัท เอกรัฐโซลาร์เซลล์ จำกัด บริษัทโซลาร์ตรอน จำกัด (มหาชน) บริษัท บางกอกโซลาร์ จำกัดและบริษัทชาร์ป เทพนคร จำกัด ซึ่งถือเป็นคู่แข่งทางธุรกิจ ที่จะเข้ามาแบ่งเค้กตามแผนยุทธศาสตร์พลังงานทางเลือก จำนวน 250เมกะวัตต์ภายในปี 2554 ของกระทรวงพลังงาน ปัจจุบัน ติดตั้งไปประมาณ 50เมกะวัตต์เท่านั้น ที่เหลือกว่า200เมกะวัตต์คือเป้าหมายของทุกบริษัท
       
       ส่งออกโซลาร์เซลล์กระฉูด!
       
       ขณะที่เกียรติพงศ์ น้อยใจบุญ ประธานกรรมการ บมจ.เอกรัฐวิศวกรรม และ บริษัท เอกรัฐโซล่าร์ จำกัด ระบุว่า ธุรกิจนี้มีอนาคตมาก เพราะต่างประเทศหันมาพึ่งพลังงานทดแทนทั้งสหภาพยุโรป เยอรมัน สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ฯ แต่ไทยพึ่งจะให้ความสนใจกัน โดยบริษัทเอกรัฐโซลาเซลล์ ได้ตั้งโรงงานผลิตเซลล์แห่งแรกของเมืองไทยที่จ.ระยองบนพื้นที่15ไร่ขึ้นมา ซึ่งจะเริ่มผลิตได้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2550นี้ ธุรกิจเราก็จะเป็นธุรกิจที่ครบวงจร ไม่ต้องนำเข้าแผงเซลล์จากต่างประเทศอีก
       
       การที่ธุรกิจนี้สดใสเพราะไม่ต้องใช้วัตถุดิบในการผลิตพลังงานไฟฟ้า ซึ่งต่างจากการผลิตไฟฟ้าอื่นที่ต้องใช้น้ำมัน ถ่านหิน แก๊ช หรือไบไอประเภทต่างๆ ขณะที่ราคาวัตถุดิบสูงขึ้น แต่พลังงานโซลาร์เซลล์อาศัยแสงแดดเพียงอย่างเดียวยังเป็นพลังงานที่สะอาดที่สุดด้วย
       
       "เรามียอดจองจากต่างประเทศมากกว่า80% ซึ่งจะส่งออกจากโรงงานที่ผลิตเซลล์ได้เดือนกุมภาพันธ์นี้ ทั้งการขยายตัวทั่วโลกอยู่ที่30% ถือว่าตลาดกว้างมาก"
       
       เกียรติพงศ์ บอกอีกว่า การลงทุนติดตั้งในเบื้องต้นอาจจะแพง แต่ถือว่าคุ้มค่ามากเห็นได้จากพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลไม่มีเสาไฟฟ้า ก็สามารถติดตั้งโซลาร์เซลล์ได้ เช่นที่เกาะต่างๆ ชนบทตามพื้นที่ต่างในประเทศ ซึ่งบริษัทพึ่งไปติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่หมู่บ้านชาวเขา 20หลังคาเรือน หลังละ1ล้านบาท รวม20ล้านบาท โดย1หลังคาเรือนจะใช้ไฟฟ้าได้มากถึง10กิโลวัตต์ หรือ10,000วัตต์เปรียบเทียบง่ายๆหลอดไฟฟ้าใช้ไฟ40วัตต์ทีวี120วัตต์ คือติดตั้ง1หลังใช้ได้ทั้งหมู่บ้านถือว่าสุดคุ้ม
       
       "พลังงานนี้ทดแทนไฟฟ้าได้ เช่นที่เยอรมันมีแดดแค่วันละ4-5ชั่วโมง รัฐบาลส่งเสริมดีมากให้เงินมาลงทุนติดตั้งที่บ้านแล้วขายไฟฟ้าคืนให้รัฐบาล หากรัฐบาลไทยจะทำถือว่ามีอนาคตไม่ต้องไปลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าเป็นแสนๆล้านให้เปลืองงบประมาณ แต่สนับสนุนให้ประชาชนตามบ้านเรือนติดตั้งแล้วขายคืนให้รัฐบาล เราก็มีพลังงานที่ใช้เหลือเฟือ"
       
       อนาคตสดใสทั้งใน-นอกประเทศ
       
       แหล่งข่าวจากบริษัทบางกอกโซลาร์ จำกัด (BANGKOK SOLAR CO., LTD )ซึ่งเพิ่งจะได้รับรับการส่งเสริมการลงทุนในการขยายกิจการผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์ปีละประมาณ 750,000 แผง หรือ 30 เมกะวัตต์ มูลค่าเงินลงทุน 1,775 ล้านบาท จำหน่ายให้กับลูกค้าในประเทศเยอรมนี ระบุว่า อนาคตธุรกิจโซลาร์เซลล์สดใสมากเพราะพลังงานแสงอาทิตย์คือพลังงานเดียวที่ไม่มีวันหมด ขณะที่ไฟฟ้า ถ่านหิน ก๊าซ ฯ อีกไม่กี่สิบก็ต้องหมดไป ที่เห็นได้ชัดเจนคือ2บริษัทในวงการอย่าง บริษัทเอกรัตน์และบริษัทโซลาร์ตรอน ที่มีผลประกอบที่ดีมากขึ้นแปลว่าประชาชนหันมาให้ใช้พลังงานทางเลือกมากขึ้น
       
       "เชื่อว่าอนาคตโซลาร์เซลล์ดีมาก ๆ เพราะความต้องการมีมากกว่ากำลังผลิตเสีย "
       
       โดยบริษัทบางกอกโซลาร์ ยังคงเน้นตลาดในประเทศเป็นหลัก จากรายได้ในรอบครึ่งปีที่ผ่านมาก็มาจากภาครัฐเป็นส่วนมาก โครงการไฟฟ้าเอื้ออาทรของของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เฟส2 ได้ส่วนแบ่งบางส่วน แต่การส่งออกไปต่างประเทศก็เป็นการขยายโอกาสทางธุรกิจขณะที่ตลาดในประเทศยังต้องรอเวลาให้โตกว่านี้

Leave a comment :