Switch to: uk
24 May 2012 05:05AM

สศช.ผนึกแรงงาน-TLAPS ลุยยกระดับมาตรฐานวิชาชีพโลจิสติกส์ขนส่ง

25 Aug 08 ,  ประชาชาติธุรกิจ
  • 0
ปัจจุบันแรงงานในภาค transport logistics ตามตัวเลขของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ มีมากกว่า 3 ล้านคนเศษ แต่ค่อนข้างถูกละเลยจากภาครัฐเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในส่วนคนขับรถบรรทุก-รถกระบะกว่า 2 ล้านคนที่ยังไม่มีมาตรฐานวิชาชีพ ทำให้ไม่มีแรงจูงใจแรงงานใหม่ที่จะเข้าสู่ธุรกิจนี้

สมาคมไทยโลจิสติกส์และการผลิต (TLAPS) จึงได้ตั้งคณะทำงาน transport logistics ขึ้นมา โดยมีเป้าหมายยกระดับบุคลากรด้านนี้ให้ได้รับการรับรองมาตรฐานวิชาชีพเป็นมาตรฐานเดียวที่มีคุณภาพระดับสากล และเมื่อเร็วๆ นี้ TLAPS ได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ "แนวทางการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานวิชาชีพด้าน Transport Logistics" ณ สำนักงานพัฒนาอุตสาหกรรมสนับสนุน โดยมีวิทยากรเข้าร่วมดังนี้

นางสุทัศนี สืบวงศ์แพทย์ รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวถึงประเด็นภาครัฐให้ความสนใจต่อภาคโลจิสติกส์แค่ไหนว่า ให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ โดยสำนักงบประมาณจัดงบฯมาให้ทำเรื่อง โลจิสติกส์ตั้งแต่ปี 2549-2551 ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย และปี 2552 ก็ยังได้รับอยู่ โดยหลักการและวิธีการนั้น เนื่องจาก โลจิสติกส์เป็นเรื่องใหม่ ในช่วงปีแรกจะเป็นการเข้าไปให้ความรู้ความเข้าใจ ซึ่งปีแรกกรมทำได้ถึง 1,600-1,700 แห่ง มากกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 600 แห่ง ปีที่สองมา ระดมความคิดกันใหม่ เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย จึงมุ่งมาที่สมาคมเอาองค์ความรู้ไปสู่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ ทำให้สร้างเครือข่ายได้เร็ว ยิ่งมี พ.ร.บ.พัฒนาฝีมือแรงงานมาสนับสนุน ทำให้เอกชนสามารถนำค่าใช้จ่ายในการอบรมพนักงานมาเคลมภาษีหักลดเป็นรายจ่ายได้ถึง 200% ทำให้แรงงานมีการพัฒนาฝีมือเร็วขึ้น

ทุกวันนี้ยังเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า โดยกรมได้จับมือกับสมาคมรถบรรทุกยกระดับให้คนที่ทำงานอยู่แล้วมีคุณภาพและลดความสูญเสียยิ่งขึ้น

สำหรับการสร้างแรงงานใหม่ ขณะนี้กรมได้รับการร้องเรียนมาก อย่างผู้ประกอบการในท่าเรือแหลมฉบังบอกว่า มีการซื้อตัวกันอุตลุดเพราะไม่มีกำลังแรงงานใหม่เข้ามาสู่ธุรกิจนี้ หลังจากที่กรมอบรมให้เขามีประสบการณ์และความรู้มากขึ้น กลับเป็นการทำร้ายสถานประกอบการ มีคนเล็งซื้อตัวหลังจากมีการพัฒนาฝีมือ อยากจะบอกว่า การเพิ่มแรงงานใหม่ กรมไม่ขัดข้อง แต่ต้องร่วมมือกันทำงาน คือ เรื่องของการจ้างงานต้องชัดเจน เรื่องสัญญาจ้าง เงินเดือน สวัสดิการ ต้องทำให้ประจักษ์ว่า อาชีพขับรถบรรทุกราคาเป็นล้าน สิบล้าน ไม่ใช่อาชีพที่ต่ำต้อย ทำอย่างไรให้เป็นอาชีพที่มีเกียรติและสมควรได้รับค่าตอบแทนคุ้มค่า

ดร.มาลี เอื้อภราดร ตัวแทนจากสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า จากตัวเลขของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เคยทำตัวเลข พนักงานโลจิสติกส์ 4 กลุ่มใหญ่ คือ 1.ภาคการผลิต 1.6 ล้านคน 2.พนักงานของผู้ให้บริการโลจิสติกส์ (logistics service provider : LSP) 5 แสนคน 3.พนักงานรถฟอร์กลิฟต์ 9.7 แสนคน และ 4.พนักงานขับรถบรรทุก-รถกระบะ 2 ล้านคน จะเห็นได้ว่ากว่า 75% อยู่ในภาคการขนส่ง ซึ่งกระทรวงคมนาคมดูแลอยู่

กรณีที่ไม่มีโรงเรียนสอนการขับรถบรรทุก เพื่อพัฒนาวิชาชีพด้านทรานสปอร์ตโลจิสติกส์นั้น ปัจจุบันกรมการขนส่งทางบกมีคอร์สสอนขับรถบรรทุกเฉพาะ แต่กรมการขนส่งฯก็มีปัญหาเหมือนกัน เพราะไม่มีงบประมาณจัดซื้อหัวรถลาก อย่างไรก็ตามตนมีความเห็นว่า การของบฯไม่น่าจะยาก เพราะเรื่องโลจิสติกส์ในขณะนี้อยู่ในความสนใจกันมาก และตนอยากให้กรมการขนส่งฯจัดทำ KPI (key performance indicator) มาเป็นตัววัดประสิทธิภาพในการฝึกอบรมด้วย

นายสุริยนต์ ธัญกิจจานุกิจ ผู้อำนวยการส่วนยุทธศาสตร์โลจิสติกส์ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ กล่าวว่า ประเด็นการพัฒนากำลังคนจะทำกันอย่างไรนั้น สิ่งที่สภาพัฒน์มองคือจะต้องตั้งหลักจากภาคดีมานด์ว่า ภาคเอกชนต้องการคนแบบไหน และดูว่ากระบวนการผลิตและพัฒนามีปัญหาอะไรบ้าง ซึ่งกระบวนการผลิตและพัฒนามีทั้งเรื่องหลักสูตรการเรียนการสอน ครู อาจารย์ พวกฝึกอบรมวิจัยพัฒนาที่เกี่ยวข้อง และในส่วนกำลังคนในตลาดแรงงานที่จะต้องฝึกอบรมขึ้นมา สุดท้ายคือมาตรฐานอาชีพหรือวิชาชีพ

ในการร่างยุทธศาสตร์กำลังคนด้าน โลจิสติกส์ใหม่ สภาพัฒน์ไม่ได้ทำคนเดียว มีกรมพัฒนาฝีมือแรงงานและภาคเอกชนร่วมด้วย มีการปรึกษากันหลายรอบ อันแรกที่สอดคล้องกับ TLAPS ที่กำลังยกร่างแนวทางพัฒนาและยกระดับมาตรฐานวิชาชีพด้านทรานสปอร์ตโลจิสติกส์ คือ การยกระดับประสิทธิภาพและคนในสถานประกอบการจะฝึกอบรมอยู่ชั่วนาตาปีต่อไปไม่ได้ ต้องเอามาตรฐานสากลมาจับ เพราะคนที่มาแข่งกับคุณเขามีทักษะระดับสากลแล้ว

จึงมีการไปดูโมเดลของเอสซีจี โลจิสติกส์ ในเครือซิเมนต์ไทย เขาบอกว่ากำลังคนด้านโลจิสติกส์ที่จะต้องโฟกัสใน 2-3 ปีข้างหน้า คือ ทางด้านคนขับรถ เพราะการดำเนินการด้านอื่นทำได้ดีอยู่แล้ว แต่คนขับรถไม่มีใครให้ความสนใจทั้งที่จำนวนมหาศาล ไม่รวมคนขับฟอร์กลิฟต์ ราคาน้ำมันแม้ทยอยลด แต่ต้นทุนการขนส่งที่เกิดจากน้ำมันมีมาก ผลการศึกษาของสภาวิศวกรและบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์บอกว่า หากปรับพฤติกรรมให้ขับได้อย่างมีคุณภาพจะประหยัดน้ำมันได้ถึง 15-20% เราจึงมองเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ

เรื่องการผลิตกำลังคนเข้าตลาดแรงงาน ปัญหาการป้อนกำลังคนที่พบคือ การเชื่อมโยงระหว่างทฤษฎีกับปฏิบัติไม่ดี ทำให้มาบ่นกันว่า อาจารย์สอนไม่มีคุณภาพและอะไรอีกสารพัด สภาพัฒน์จึงโฟกัสมาที่สถาบันระดับอุดมศึกษา เพื่อเชื่อมโยงทฤษฎีกับปฏิบัติได้ราบรื่นคือ 1.การปรับการเรียนการสอนเป็นสหกิจศึกษามากขึ้น ตรงนี้สมาพันธ์โลจิสติกส์ฯและทบวงศึกษาเก่ารับลูกไป แล้วขยายผลการเรียนการสอนในรูปสหกิจศึกษา แล้วคัดเลือกสถาบันอุดมศึกษาและสถานประกอบการภาคเอกชนเข้าร่วม ซึ่งได้สถาบันอุดมศึกษาแล้ว 20 แห่ง

สิ่งที่จะได้คือ 1.สถานประกอบการเอกชนมีโอกาสเลือกแรงงานที่เป็นครีมก่อน โดยสถานประกอบการเอกชนต้องฝึกอบรมนักศึกษา 4 เดือน แทนที่จะมารอให้จบก่อน แล้วมาฝึกอบรมอีก 6-12 เดือนจึงทำงานได้ มีการพัฒนาหลักสูตรร่วมกับสถาบันอุดมศึกษา เด็กที่จบออกมาทำงานต้องมีทักษะอย่างไร ความรู้อย่างไร ผลที่ได้คืออาจารย์ต้องปรับปรุงพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับความต้องการของเอกชน ทีหลังจะได้ไม่ต้องบ่นว่าสอนไม่ตรงความต้องการ รูปแบบนี้ใช้มาแล้วในหลายประเทศ เช่น เยอรมนี ไทยยังนำมาใช้ค่อนข้างช้า

กลยุทธ์ที่ 2.คือ การใช้กรณีศึกษา (case study) ในการเรียนการสอน สภาพัฒน์กำลังทำโครงการพัฒนาอาจารย์กลุ่มหนึ่งขึ้นมา ซึ่งอาจารย์กลุ่มนี้เคยทำวิจัยในภาคการผลิตมาก่อน พัฒนาให้อาจารย์เขียน case study และสอบแบบ case study ซึ่งในไทยไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะภาษาอังกฤษของอาจารย์ไม่ค่อยแตกฉานกัน

ส่วนประเด็นที่ไม่อาจรักษาคนไว้ได้ เพราะเงินเดือนไม่สอดคล้องกับงาน แนวคิดตรงนี้ต้องมีการกำหนดมาตรฐานอาชีพ จัดทำคุณวุฒิวิชาชีพโลจิสติกส์ขึ้นมา ให้คนที่ทำงานอยู่แล้วมีแรงจูงใจ พัฒนาฝีมือ

ดร.กฤษฎ์ ฉันทจิรพร นายกสมาคมไทยโลจิสติกส์และการผลิต (TLAPS) กล่าวว่า ต่อไปไทยจะต้องมีศูนย์ในการสอบ มาตรฐานวิชาชีพ และจะต้องใช้มาตรฐานสากลในการทดสอบด้วย เพราะต่อไปจะเก่งเฉพาะมาตรฐานระดับในประเทศไม่ได้ ต้องทำระดับมาตรฐานสากลด้วย

"บ้านเราที่ผ่านมาจะพัฒนาจากข้างล่างขึ้นไปข้างบน ต้องตั้งเสาไฟก่อน กว่าจะขึ้นไปถึงระดับมาตรฐานสากลได้ก็ไม่ทันกินแล้ว ควรที่จะพัฒนาจากบนลงล่าง โดยแบ่งแต่ละระดับออกมา แล้วมาดูกันว่าจะทำระดับไหนก่อน"

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.