กลินท์ สารสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ค้าสากลซีเมนต์ไทย จำกัด (SCT) กล่าวถึงรายได้ธุรกิจของบริษัทว่า ปีนี้คาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 70,000 ล้านบาทซึ่งมาจากธุรกิจถ่านหิน 30-35 % ,เศษเหล็ก 30% และ ซีเมนต์และอื่นๆ อีก 30-35% โดยธุรกิจ Ennergy Saving นี้ SCT เชื่อว่ายังมีอนาคตเพราะเป็นที่สนใจของบริษัทที่ต้องการลดต้นทุนทางด้านพลังงานทั่วโลกโดยบริษัทมีแผน 5 ปีซึ่งลงทุนกว่า 150,000ล้านครอบคลุมทุกทวีปทั่วโลก
ขณะที่ตลาดในต่างประเทศบริษัท SCT จะขยายธุรกิจในอีก 4 สาขาใน 4 ทวีปประกอบด้วย1.ทวีปแอฟริกาจะเป็นการเปิดสาขาใหม่ที่แทนซาเนียเพื่อขยายตลาดให้ครอบคลุมทั้งทวีป 2.เปิดสาขาที่โปแลนด์ ในยุโรปตะวันออกเพื่อขยายธุรกิจรีไซเคิล 3.ที่ประเทศสหรัฐฯ ณ เมืองฮูสตัน เป็นการเปิดตลาดการค้าเมล็ดพลาสติก และ 4. จะเปิดในประเทศจีน ณ กรุงปักกิ่ง
นอกจากนี้ “กลินท์” ยังกล่าวถึงการร่วมมือกับธนาคารไทยพาณิชย์เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ที่ชื่อว่า “Trade Super Hi-Way ”ว่า SCT ได้ลงทุนในเรื่องไอทีในแต่ละปีมากกว่า 100 ล้านจึงสามารถเชื่อมต่อกับนวัตกรรมดังกล่าวได้โดยง่าย ซึ่งการเชื่อมต่อแบบ Host to Host นี้ช่วยลดขั้นตอนในการทำงาน ทั้งรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วย ซึ่งระบบดังกล่าวจะช่วยรองรับการขยายตัวทางธุรกิจของ SCT ทั้งการค้าในภูมิภาคเอเชีย ยุโรป แอฟริกา และอเมริกา ในอนาคต
ขณะที่ “จรัมพร โชติกเสถียร” รองผู้จัดการใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการ“Trade Super Hi-Way ” เกิดขึ้นเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันระดับประเทศโดยการนำระบบ ERP ( Enerprise Resource Planing ) แบบ Host to Hostที่ใช้ในการเปิด L/C มาใช้ในธนาคารเป็นครั้งแรกของเมืองไทย โดยสามารถเชื่อมต่อระบบภายในของลูกค้าให้ต่อตรงกับระบบให้บริการของธนาคาร โดยลุกค้าจะได้รับความสะดวกสบาย ความถ฿กต้องและรวดเร็ว ทั้งลดขั้นตอนด้านข้อมูล ซึ่งการวางระบบดังกล่าวธนาคารไทยพาณิชย์ได้ลงทุนนำ Application ของ SAP-XI ซึ่งเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงระดับโลกมาพัฒนาระบบ
“ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่าระบบการใช้บริการได้มาตรฐานสากล และทันสมัยกว่าระบบเดิมแน่นอน” รองผู้จัดการใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวยืนยัน
















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.