Switch to: uk
24 May 2012 05:13AM

ปูนใหญ่ลุยธุรกิจ กรีน โลจิสติกส์ ผลิตไบโอดีเซลลดต้นทุนเหมือง

04 Dec 08 ,  ฐานเศรษฐกิจ
  • 0
วิกฤตการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั้งในและนอกประเทศ ได้สอนให้มนุษย์เร่งปรับตัวเพื่อความอยู่รอดเสมอ และในวิกฤตย่อมมีโอกาส เพียงแต่ว่า ใครจะมีพร้อมในการปรับตัวมากกว่ากัน อย่างเช่น วิกฤตราคาน้ำมันดิบที่ราคาปรับตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ มาตั้งแต่ปี 2549 จนถึงบาร์เรลละ 145-147 เหรียญสหรัฐในช่วงกลางปีที่ผ่านมา บริษัท ปูนซิเมนต์ไทยอุตสาหกรรม จำกัด ในเครือซิเมนต์ไทย (SCG ) หรือปูนใหญ่ ได้ปรับตัวครั้งใหญ่มีการรับซื้อวัสดุเหลือใช้มาเป็นพลังงานเชื้อเพลิงร่วมกับถ่านหินในการเผาปูนซีเมนต์ และมีการติดตั้งเครื่องจักรใหม่เพื่อนำความร้อนเหลือทิ้งในการเผาปูนมาผลิตไฟฟ้าใช้ในโรงงานแล้ว ล่าสุดยังมีการนำน้ำมันปาลฺ์มใช้แล้วมาผลิตน้ำมันไบโอดีเซลเพื่อใช้ในกิจการรถบรรทุกและเครื่องจักรกลหนักในเหมืองปูน พร้อมทั้งพัฒนาให้เป็นธุรกิจไบโอดีเซลแบบครบวงจร ที่มีการปลูกปาล์มน้ำมัน ไผ่หก สบู่ดำในพื้นที่ของโรงงานที่ว่างอยู่ 4,000-5,000 ไร่

โดย นายภาณุมาศ ณ พัทลุง วิศวกรประจำเหมือง บริษัท ปูนซิเมนต์ไทยอุตสาหกรรม จำกัด (ท่าหลวง ) จ.สระบุรี กล่าวว่า รถบรรทุกในเหมืองปูนของบริษัทที่ท่าหลวงปกติจะใช้น้ำมันดีเซลปีละ 4 ล้านลิตร ในปี 2549 ถึงกลางปี 2551 ต้นทุนน้ำมันดีเซลสูงขึ้นกว่า 50% ทางบริษัทจึงมีแผนการใช้พลังงานทางเลือกทดแทนน้ำมันดีเซล เพื่อลดต้นทุนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จากการศึกษาเบื้องต้น ถึงทางเลือกใหม่การใช้เชื้อเพลิง หากใช้ก๊าซธรรมชาติ NGV จะมีปัญหาการนำมาใช้ สถานีที่จะจ่ายก๊าซไม่มีและต้องมีการปรับปรุงเครื่องจักร ในส่วนก๊าซ LPG ก็มีอันตรายสูงในการนำมาใช้ในเหมือง ดังนั้น จึงมาสรุปในทางเลือกสุดท้ายคือ การนำน้ำมันไบโอดีเซลมาใช้ โดยไปศึกษาโรงงานผลิตไบโอดีเซลหลายแห่ง เช่น บริษัท เอช.อาร์.คอนเวเยนซ์ ที่ท่าลาน จ.สระบุรี ห้างหุ้นส่วนจำกัด ภูธน เทรดดิ้ง จ.ปทุมธานี ฯลฯ

ขณะเดียวกัน บริษัทต้องการความแน่นอนในเรื่องวัตถุดิบ จึงได้ทำสัญญาระยะยาวรับซื้อน้ำมันพืชใช้แล้ววันละหลายพันลิตรกับบริษัท ซันวัลเล่ย์ จำกัด ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากบริษัท ซึ่งเป็นน้ำมันพืชที่ทอดไก่เพื่อส่งออกและขายในประเทศ ราคาที่รับซื้อจะขึ้นหรือลงตามราคาน้ำมันดีเซล

ขั้นแรกมีการนำน้ำมันไบโอดีเซลบี 5 มาใช้กับรถกระบะโตโยต้าขับเคลื่อน 4 ล้อเครื่องยนต์ระบบคอมมอนเรล ใช้กับรถบรรทุกหินปูนและเครื่องจักรกลหนักขนาด 500 แรงม้า 1,000 แรงม้า ซึ่งไม่มีปัญหาใช้ได้ดี ต่อมาได้นำน้ำมัน บี 100 (น้ำมันปาล์มผสมเอทานอลผ่านกรรมวิธีผลิตที่ ทันสมัย) มาผสมกับน้ำมันดีเซล เป็นน้ำมันไบโอดีเซล บี 20 บี 30 ผลการใช้ที่พิสูจน์มา 2 ปี ไม่มีปัญหาในการใช้กับเครื่องจักรหนัก ล่าสุดผสมเป็นเป็นไบโอดีเซลบี 70 ใช้ในเครื่องจักรกลหนักแล้ว แต่ต้องเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันทุก 250 ชั่วโมง

กรรมวิธีการผลิตคือ เอาน้ำมันพืชใช้แล้วมาต้มเพื่อไล่น้ำ ความชื้นและกรอง สิ่งสกปรกออกไปจำนวน 76% มาผสมกับ เอทานอล 23% แล้วใช้โปรแตสเซียม ไดออกไซด์ 1% ทำปฏิกิริยา โดยมีใบพัดกวนทั้งข้างบนและข้างล่างของถังกวน เพื่อให้เกิดปฏิกิริยาเต็มที่ แล้วก็ได้น้ำมัน ไบโอดีเซลออกมา 80% กับกลีเซอรีน อีก 20%

เมื่อนำน้ำมันไบโอดีเซลไปทดสอบกับ รถตัก 992#3 ของบริษัท เมโทรเมชีนเนอรี่ จำกัด บนแท่นไดโน เทสต์ ผลการทดสอบสมรรถนะพบว่า ถ้าเติมน้ำมันดีเซล 100% จะได้แรงม้า 691 แรงม้าเมื่อเดินเครื่องที่ 2,200 รอบต่อนาทีขึ้นไป แต่เมื่อใช้น้ำมัน ไบโอดีเซล บี 50 แรงม้าจะลดลง 3.76% เหลือ 665 แรงม้า และเมื่อใช้น้ำมัน บี 100 แรงม้าจะลดลง 7.24% เหลือ 641 แรงม้า

ส่วนผลทดสอบการใช้ไบโอดีเซลเพื่อตรวจวัดควันดำกับรถบรรทุก HD 325 #1 เปรียบเทียบกับน้ำมันดีเซล 100% พบว่า หากใช้ไบโอดีเซล บี 50 ควันดำลดลง 22.9% หากใช้ บี 100 ควันดำลดลงถึง 41.5%

จากนั้นบริษัทได้ออกแบบด้านปริมาณการผลิตไบโอดีเซลเพื่อให้ถึงจุดคุ้มทุนเร็วที่สุดด้วย ซึ่งเมื่อพิจารณาจากความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงประมาณ 360,000 ลิตรต่อเดือน จะต้องผลิตไบโอดีเซล บี 100 เป็น บี 70 มากที่สุดประมาณ 252,000 ลิตรต่อเดือน และต่ำที่สุด 37,339 ลิตร ต่อเดือน

ในการเลือกกรรมวิธีการผลิตที่มีหลายแบบ ต่างก็มีข้อดี-ข้อเสียต่างกัน แต่บริษัทเลือกใช้แบบกะ (type batch) การผลิต ผลิตแบบเป็นกะๆ ละ 4,000 ลิตร งบประมาณการดำเนินโครงการใช้ทั้งหมด 9.16 ล้านบาท แยกเป็นโรงงานและวัสดุอุปกรณ์ประมาณ 4 ล้านบาท อีกประมาณ 5 ล้านบาทเป็นระบบคอมพิวเตอร์

สำหรับความคุ้มค่าของโครงการมีอัตราผลตอบแทนภายใน (IRR ) 134% ระยะเวลาคืนทุน 0.77 ปี การลงทุนมีกำไรเบื้องต้น 188% ผลที่ได้จากการใช้ไบโอดีเซล บี 70 สามารถประหยัดเงินได้ถึง 10.45 ล้านบาท/ปี

แผนผังของ plant อาคารสถานที่ติดตั้งเครื่องจักรและ piping line ที่สำคัญมี ชุดถังทำปฏิกิริยา ถังวัตถุดิบ ถังผลิตภัณฑ์ บี 100 ห้องควบคุมคอมพิวเตอร์และห้องทดลองที่ต้องมี วิศวกรด้านเคมีคอยตรวจสอบคุณภาพ ไบโอดีเซลแต่ละลอตที่ผลิต โดยจะมีการวิเคราะห์เมทิลเอสเตอร์ กรดลิโนเลนิกเมทิลเอสเตอร์ โมโนกลีเซอไรด์ ไดกลีเซอไรด์ ไตรกลีเซอไรด์ จุดวาบไฟ กรีเซอรีนอิสระ กรีเซอรีนทั้งหมด วิเคราะห์น้ำ วิเคราะห์ค่าความเป็นกรดไขมันอิสระ การกัดกร่อนแผ่นทองแดง และวิเคราะห์ความหนืด ณ อุณหภูมิ 40 ํC

นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งระบบควบคุมน้ำจากกระบวนการผลิต ซึ่งมีระบบบำบัดน้ำจากกระบวนการผลิตขนาด 100 ลบ.ม. รอบอาคารเป็นพื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก มีรางระบายน้ำล้อมรอบ มีบ่อดักไขมัน รองรับน้ำจาก plant

น้ำมันไบโอดีเซลที่ได้จะจ่ายใส่รถที่มีน้ำมันดีเซลอยู่เพื่อผสมตามอัตราส่วน ที่ต้องการ ส่วนกรีเซอรีนจะส่งไปทำส่วนผสมของชนวนจุดระเบิดหินปูนจากภูเขาต่อไป

สรุปโครงการนี้ได้ผลคุ้มค่าในการลด ต้นทุนอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมดีขึ้น เพราะน้ำมันพืชที่ใช้แล้วมีสารไดออกซินก่อมะเร็งสูง ซึ่งจะมีการนำไปทำอาหารสัตว์ ฉะนั้น การที่บริษัทตัดวงจรด้วยการรับซื้อน้ำมันพืชใช้แล้วมาผลิตไบโอดีเซล จึงส่งผลดีต่อส่วนรวม

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.