นายเกริกกล้า สนธิมาศ ประธานสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการล่าสุดได้มีการพิจารณาวาระประเด็นปัญหาด้านโลจิสติกส์ด้วยกัน 4 เรื่องหลักที่อยากให้ภาครัฐผลักดัน ได้แก่ 1.แผนการปฏิรูปรถไฟ 2.ปัญหาการสร้างทางเชื่อมต่อเข้า motorway ในบริเวณสถานีขนส่งสินค้า ICD ลาดกระบัง 3.ผลักดันการ shift mode 4.แผนยุทธศาสตร์การเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ national single window-NSW ซึ่งทุกเรื่องยังมีประเด็นปัญหามากมายที่ยังไม่นำไปสู่การปฏิบัติเป็นรูปธรรม
1.เริ่มจากแผนการปฏิรูปรถไฟ สมาพันธ์โลจิสติกส์ไทยเห็นด้วยกับแผนการปฏิรูปการรถไฟแห่งประเทศไทย แต่ภาครัฐควรจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 5 ปี พร้อมกันนี้ที่ประชุมสมาคมได้นำเสนอแนว ทางการพัฒนาการขนส่งทางราง โดยให้การรถไฟฯเปลี่ยนระบบการขนส่งจากบรรทุก 1 ตู้คอนเทนเนอร์ต่อ 1 แคร่ เปลี่ยนเป็นบรรทุก 2 ตู้คอนเทนเนอร์ต่อ 1 แคร่ ซึ่งระบบดังกล่าวในประเทศสหรัฐ อเมริกาได้ใช้มาแล้ว 20 ปี ถ้าสามารถขนตู้เพิ่มได้จากเดิม 60 ตู้ต่อเที่ยวเป็น 120 ตู้ต่อเที่ยว ต้นทุนค่าขนส่งจะถูกลงมาก โดยการรถไฟฯสามารถทดลองดำเนินการใน 2 เส้นทางที่มีปริมาณตู้ขนส่งสินค้ามาก่อน ได้แก่ ลาดกระบัง-ท่าเรือแหลมฉบัง และสายโคราช-ท่าเรือแหลมฉบัง และไม่ต้องลงทุนเพียงแต่ปรับปรุงแคร่ที่วาง ซึ่งหากการรถไฟฯไม่ต้องการลงทุนซื้อแคร่ใหม่ทาง ภาคเอกชนพร้อมจะลงทุนซื้อแคร่ แล้วมาปล่อยให้การรถไฟฯเช่า
"ที่นายกรัฐมนตรีจะทำรถไฟความเร็วสูงขนผู้โดยสารจาก กทม.-ระยอง วงเงินลงทุน 300,000 ล้านบาทนั้น ผมยังไม่เห็นด้วย เพราะกลุ่มเป้าหมายยังไม่ชัดเจน แต่การลงทุนเรื่องการขนส่งสินค้า เป็นเรื่อง รายได้ที่คุ้มค่าและมีอยู่แล้ว เพราะปัจจุบันลาดกระบัง-แหลมฉบังมีตู้ขนส่ง 1.2 ล้านตู้ไป-กลับ แต่ถ้าค่าขนส่งทางรางถูกลงจะทำให้ปริมาณการใช้ เพิ่มขึ้นเป็น 3 แสนตู้มีความเป็นไปได้ รายได้ของการรถไฟฯจะเพิ่มขึ้นมาทันที สามารถแข่งกับการขนส่งทางถนนได้ ถ้าเสียเงินปรับปรุงรางน่าลงทุน มีผลตอบแทนกลับมาแน่นอน จะช่วยลดต้นทุนค่าขนส่งให้ผู้ประกอบการ และเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพในการแข่งขันของประเทศ"
2.ปัญหาการสร้างทางเชื่อมต่อเข้า motorway ในบริเวณสถานีขนส่งสินค้า ICD ลาดกระบัง มีการจราจรค่อนข้างแออัด
3.อยากให้ภาครัฐผลักดันการ shift mode ขนส่งทางรางและทางน้ำ
4.แผนยุทธศาสตร์การเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ national single window-NSW ปัจจุบันภาครัฐอยากให้ทุกหน่วยงานทำข้อมูลเชื่อมโยงกัน แต่ปัจจุบันโครงการที่กรมศุลกากรทำยังไม่เกิดเป็น รูปธรรมในทางปฏิบัติ
เพราะตอนนี้ทุกหน่วยงานที่ได้ร่วมลงนามไว้กับกรมศุลกากรเองต่างก็มีหน้าต่างเว็บไซต์ของแต่ละหน่วยงานเอง และมีเอกสารที่ให้ภาคเอกชนเข้าไปกรอกข้อมูล พร้อมต้องจ่ายค่าธรรมเนียม มีเพียง กรมศุลกากรกรมจะรับข้อมูลผ่านไฟลต์ ปัญหาของประเทศไทยไม่มีเจ้าภาพกลาง ที่รับผิดชอบเรื่องนี้ กรมศุลกากรถือเป็นเพียงหน่วยงานด้านบริการหน่วยงานหนึ่ง ไม่ได้มีหน้าที่เป็นผู้ควบคุมกำกับหน่วยงานอื่นได้ ประเทศอื่น เช่น เกาหลี ฮ่องกง สิงคโปร์ จะมีเกตเวย์กลางเชื่อมโยงระหว่างข้อมูลของภาคเอกชนกับภาคเอกชน และภาครัฐกับภาครัฐ
ดังนั้น ทางสมาพันธ์โลจิสติกส์ฯอยาก นำเสนอให้มีการจัดตั้ง "สำนักมาตรฐานแลกเปลี่ยนข้อมูลแห่งชาติ" ซึ่งจะมีอำนาจการดำเนินการทั้งหมด โดยอาจเปลี่ยนรูปแบบจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ เพราะต้องมีการเก็บข้อมูลต่าง ๆ หรือจะตั้งสำนักงานใหม่ภายใต้สำนักนายกรัฐมนตรี
ทั้งนี้ หลังการประชุมสมาคมเดือนนี้จะทำข้อสรุปเหล่านี้เสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี รวมถึงสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย และทางสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือให้ทราบ
















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.