นายชัยยง กฤตผลชัย รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยว่า ในปี 2553 ประเทศไทยจะเป็นประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านมาตรฐานและคุณภาพสินค้าของอาเซียน
สมอ.ในฐานะที่เป็นหน่วยงานหลักจะเร่งผลักดันประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยมากขึ้น เช่น การพัฒนามาตรฐานในผลิตภัณฑ์ยางพารา อาหาร ผลิตภัณฑ์ไม้ รถยนต์ เป็นต้น ตลอดจนจะดูแลระบบการตรวจสอบ และการยอมรับมาตรฐานร่วมกันภายในอาเซียนให้เกิดขึ้น
ทั้งนี้ ภายในกลุ่มอาเซียนไม่ได้มีการกำหนดมาตรฐานของตัวเองขึ้นมาเฉพาะเหมือนในสหภาพยุโรป เพราะไม่มีศักยภาพเพียงพอ จึงต้องอ้างอิงมาตรฐานสากลมาใช้ แต่จะมีระบบการตรวจสอบร่วมกัน
ประเทศสมาชิกต้องยอมรับและเชื่อมั่นในการตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานสินค้าของทุกประเทศ โดยในปี 2555 อาเซียนจะมีการติดเครื่องหมาย "อาเซียน มาร์ก" ที่ตัวสินค้า เพื่อเป็นเครื่องหมายแสดงว่าสินค้าผ่านการตรวจสอบแล้ว
สินค้าจะสามารถเข้าออกประเทศในอาเซียนได้อย่างเสรี โดยสินค้ากลุ่มแรกที่จะถูกผลักดันให้ติดเครื่องหมาย ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น
"สินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์ ไทยไม่มีปัญหาอยู่แล้ว เนื่องจากมีความสามารถในการแข่งขันสูงกว่าประเทศอื่นๆ ในอาเซียน อีกทั้งสินค้าจากไทยได้มาตรฐานสากลและส่งออกไปยังต่างประเทศเป็นจำนวนมาก" นายชัยยง กล่าว
นายชัยยง กล่าวต่อว่า ผู้ประกอบการในประเทศจะต้องเร่งปรับตัวให้ทันสมัยขึ้น เนื่องจากมาตรฐานสินค้าต่างๆ ในระดับสากล มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอยู่ตลอดเวลา จึงต้องผลิตสินค้าให้เข้ากับมาตรฐานสินค้าต่างๆ ให้ได้ขณะที่รัฐก็ต้องเตรียมความพร้อมด้านเครื่องมือ ระบบการตรวจสอบให้ทันสมัยเช่นกัน
















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.