Switch to: uk
24 May 2012 05:32AM

บีโอไอเร่งหาช่องทางนำนักธุรกิจไทยลงทุนฝั่งพม่า

07 Jan 10 ,  bangkokbiznews.com
  • 0
บีโอไอ เร่งหาช่องทางนำนักธุรกิจไทยเข้าไปลงทุนฝั่งพม่า หวังยึดหัวหาดตอนใต้รับมือเปิดเสรีทางการค้าอาเซียน คาดทำให้การลงทุนคึกคักขึ้นอีกเท่าตัว

นางวนิดา ใหม่กิจเหมา ผู้อำนวยศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 6 จ.สุราษฏร์ธานี สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน กระทรวงอุตสาหกรรม (บีโอไอ) ซึ่งดูแลการส่งเสริมการลงทุนในเขตพื้นที่ภาคใต้ตอนบน เปิดเผยว่า จากกรอบข้อตกลงการเปิดเสรีทางการค้าของกลุ่มอาเซียนโดยกำหนดให้แต่ละประเทศต้องลดกำแพงภาษีสินค้าเหลือ 0-5% ภายใน 1 ก.ค. 2548 โดยมีจำนวนรายการสินค้าไม่น้อยกว่า 40% อยู่ในรายการสินค้าปกติ และแต่ละประเทศจะต้องลดภาษีเหลือ 0-5% ภายใน 1 มกราคม 2550

โดยมีรายการจำนวนสินค้าไม่น้อยกว่า 60% อยู่ในรายการสินค้าปกติ และแต่ละประเทศจะต้องยกเลิกภาษีระหว่างกันทุกรายการภายในวันที่ 1 มกราคม 2553 ไม่เกิน 150 รายการ โดยสามารถยืดเวลาการลดภาษีไปจนถึงวันที่ 1 ม.ค. 2555 นั้น ทำให้หลายประเทศขณะนี้มีความเคลื่อนไหวที่จะประกาศขยับกำแพงภาษีลดลงตามกรอบบันทึกข้อตกลง

"การลดลงของภาษีในแต่ละกลุ่มสินค้า จะส่งผลดีและผลเสียต่อการค้าการลงทุน ซึ่งสิ่งที่ดีที่สุดคือการเตรียมตัว และเตรียมความพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ สำหรับในส่วนของการค้านอกจากการรับมือการสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้านที่จะทะลักเข้ามายังไทยแล้ว ก็จะต้องเร่งหาช่องทางที่จะขยายตลาดการค้าไปยังประเทศเพื่อนบ้านด้วย เพราะถือเป็นโอกาสที่ดีที่เกิดขึ้น เช่นเดียวกับการลงทุนที่จะต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวด้วย ซึ่งการขยายของตลาดการค้า ก็จะส่งผลให้การลงทุนขยายตัวตามไปด้วย"

นางวนิดา กล่าวต่อว่า นอกจากการเปิดเสรีทางการค้าของกลุ่มประเทศอาเซียน แล้วทางกลุ่มอาเซียนยังได้ประกาศกำหนดอย่างชัดเจนให้ปี 2015 เป็นปีเป้าหมายในการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community) หรือ AEC และได้กำหนดให้เร่งเปิดเสรีภาคบริการใน 5 สาขาเร่งรัด ได้แก่ สาขาสุขภาพ สาขาคอมพิวเตอร์และโทรคมนาคม สาขาท่องเที่ยว สาขาขนส่งทางอากาศ ภายในปี 2010 และสาขาโลจิสติกส์ ภายในปี 2013 ส่วนสาขาอื่นๆ ให้เปิดตลาดเสรีภายในปี 2015 ตามลำดับ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการขยายตัวทั้งตลาดการค้า และการลงทุนอย่างมหาศาลในกลุ่มอาเซียนในอนาคต

"ที่ผ่านมาทาง บีโอไอได้พยายามหาช่องทางที่จะนำผู้ประกอบการเข้าไปศึกษาลู่ทางในประเทศพม่า โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ทางตอนใต้ เพื่อหาช่องทางในการขยายการค้า และการลงทุน ก่อนที่ผู้ประกอบการ หรือนักลงทุนจากประเทศอื่นจะเข้ามายึดหัวหาด โดยในช่วงที่ผ่านมาทางคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือ บีโอไอ ได้จัดทีมงาน พร้อมนักธุรกิจไทยเดินทางจากย่างกุ้งสู่มะริด -ทวาย และออกสู่เกาะสอง เพื่อสำรวจเส้นทางการค้า การลงทุน"

นางวนิดา กล่าวต่อว่า การสำรวจเส้นทางถือเป็นครั้งแรกที่คณะเจ้าหน้าที่ไทย และนักธุรกิจไทยสามารถเดินทางโดยใช้เส้นทางจากย่างกุ้งลงสู่เมืองทางตอนใต้และออกสู่ยังจังหวัดระนองได้เป็นครั้งแรกที่มีการใช้เส้นทางนี้ในการเดินทางเข้า-ออก เพราะการเข้าประเทศพม่า เป็นที่ทราบกันดีว่าหากเดินทางเข้าทางใด ก็จะต้องเดินทางออกทางด้านนั้นๆ สำหรับการเดินทางมีจุดประสงค์สำคัญคือต้องการสำรวจเส้นทางการค้าการลงทุน อีกทั้งต้องการทราบความต้องการที่แท้จริงของนักธุรกิจชาวพม่า"

นางวนิดากล่าวต่อว่า จากการที่ได้พบกับนักธุรกิจชาวพม่าโดยตรงทำให้ทราบว่าแท้จริงนักธุรกิจชาวพม่า โดยเฉพาะทางพื้นที่ตอนใต้ของประเทศในย่านมะริดและทวาย ซึ่งเป็นเขตพื้นที่เศรษฐกิจ,อุตสาหกรรมที่สำคัญของพม่าในขณะนี้ ต้องการค้าขาย หรือร่วมทำธุรกิจกับนักธุรกิจไทยมากกว่านักธุรกิจในประเทศอื่น โดยเฉพาะจีน ที่นักธุรกิจชาวพม่ามองว่าการค้าขายที่ไม่ได้สินค้าคุณภาพแล้ว การขนส่งสินค้ายังเป็นไปด้วยความยากลำบาก แต่การค้าขาย หรือทำธุรกิจร่วมกับนักธุรกิจไทยยังติดปัญหาหรือความหวาดระแวงต่อกัน ซึ่งสามารถขจัดได้ด้วยการพบปะพูดคุยกันบ่อยๆ หากทำได้ตนเชื่อว่าการค้าขาย การลงทุนในย่านทางตอนใต้ของประเทศจะสามารถขยายตัวได้อีกมาก ทั้งยังเป็นช่องทางที่สำคัญที่นักธุรกิจไทยจะขยายการค้า การลงทุน

ด้านนายนิตย์ อุ่ยเต็กเค่ง ประธานหอการค้า จังหวัดระนอง กล่าวว่า พม่าถือเป็นประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงที่กำลังพัฒนาประเทศ ส่งผลให้เกิดช่องว่างทางการตลาดมากมายทั้งในส่วนของสินค้าอุปโภค-บริโภค,สินค้าเกษตร,การค้า,การลงทุน,อุตสาหกรรม แต่แทนที่พ่อค้า หรือผู้ประกอบการจากไทยจะได้เปรียบเนื่องจากอยู่ติดกับพม่ามากที่สุด แต่กลับกลายเป็นเสียเปรียบอันเป็นผลสืบเนื่องจากนโยบายของรัฐบาลที่ทำให้พม่าเกิดความไม่ไว้วางใจ

ส่งผลต่อการค้า-การลงทุนที่รัฐบาลพม่ามักจะไม่อำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการจากไทย แต่จากผลของการเปิดเสรีทางการค้า เชื่อว่าในส่วนของการลงทุนน่าจะเปิดกว้างมากขึ้น ซึ่งจะเป็นโอกาสที่ดีของนักลงทุนจากไทยที่จะเข้าไปลงทุน เช่นเดียวกับในเขตพื้นที่จ.ระนอง ปัจจุบันนี้มีนักลงทุนทั้งจากมาเลเซีย,สิงคโปร์,อินดดนีเซีย,จีน เข้ามาศึกษาหาข้อมูลเป็นจำนวนมากเพื่อต้องการที่จะลงทุนรับการขยายตัวของการค้าอันเป็นผลมาจากการเปิดเสรีทางการค้า เนื่องจากประเทศพม่าเป็นแหล่งวัตถุดิบราคาถูกทั้งสัตว์น้ำ สินค้าการเกษตร ไม้ ฯ

และผลจากการเปิดเสรีทางการค้าคาดว่าจะส่งผลดีให้กับจ.ระนอง เนื่องจากเป็นเมื่องท่าที่สำคัญในการเป็นจุดผ่านของสินค้าทั้งจากพม่าสู่ไทยและจากไทยไปยังพม่าที่สำคัญจุดหนึ่ง รวมถึงท่าเรือระนองคาดจะเป็นอีกจุดหนึ่งที่ได้รับอานิสงค์จากการเปิดเสรีทางการค้าในครั้งนี้

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.