Switch to: uk
11 February 2012 12:11PM

พาณิชย์บุกอินเดียต่อยอดค้าเสรี

21 May 10 ,  ฐานเศรษฐกิจ
  • 0

รัฐ-เอกชน ยกทัพบุกอินเดีย สานสัมพันธ์การค้าสองฝ่ายหลังเปิดม่านเอฟทีเออาเซียน-อินเดีย 1 มกราคม 2553 และไทยได้นำร่องไปก่อนหน้า 82 รายการ ตั้งแต่ปี 2547 หวังการค้าสองฝ่ายทะลุหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯปี 2555 พร้อมหาลู่ทางร่วมมือเศรษฐกิจสร้างสรรค์

 

 นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 18-21 พฤษภาคม ศกนี้ ตนจะเป็นหัวหน้าคณะนำคณะผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเดินทางเยือนประเทศอินเดีย เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการค้า และส่งเสริมความร่วมมือด้านต่างๆ ระหว่างไทยกับอินเดียให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น


การเดินทางครั้งนี้จะเดินทางไปยัง 3 เมืองของอินเดีย ได้แก่ กรุงนิวเดลี เมืองเจนไน และเมืองมุมไบ โดยเมืองเจนไนและเมืองมุมไบ ซึ่งเป็นเมืองที่มีบทบาทสำคัญทางเศรษฐกิจของอินเดีย เป็นศูนย์กลางทางการเงินและเมืองท่าสำคัญ จะเข้าพบหารือกับMr.Jyotiraditya M.Scindia รัฐมนตรีช่วยพาณิชย์และอุตสาหกรรมของอินเดีย เพื่อผลักดันการเจรจาเอฟทีเอระหว่างไทยกับอินเดียในอีก 2 กรอบคือไทย-อินเดีย และBIMSTEC  นอกเหนือจากที่ไทยและอินเดียได้เริ่มใช้เอฟทีเออาเซียน-อินเดีย ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ที่ผ่านมา เพื่อเชื่อมโยงความสัมพันธ์ทางสังคม เศรษฐกิจ การค้า ระหว่างอาเซียนกับเอเชียใต้ ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของอาเซียนในการรวมกลุ่มการค้าเสรีกับประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของเอเชีย นอกเหนือจากญี่ปุ่นจีน และเกาหลีใต้ ขณะเดียวกันมีกำหนดเข้าพบMr. Kamal Nath รัฐมนตรีคมนาคม เพื่อหารือเรื่องระบบโลจิสติกส์ เชื่อมโยงการค้าการขนส่งไทยกับกลุ่มบิมสเทคหรือประเทศในอ่าวเบงกอล เพื่อรองรับการค้าที่จะขยายตัวเพิ่มขึ้นในอนาคต


นอกจากนี้จะศึกษาดูระบบการทำงานของท่าเรือเจนไน ซึ่งถือเป็นท่าเรือที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของอินเดียและเป็นฮับท่าเรือชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกของอินเดีย และจะเข้าร่วมประชุมกับผู้บริหารสายการเดินเรือกาติ ซึ่งเป็นบริษัทเดินเรือใหญ่ที่ให้บริการด้านการขนส่งสินค้าทุกรูปแบบและมีการขนส่งทางบกครอบคลุมพื้นที่ให้บริการมากที่สุดในอินเดีย เน้นการขนส่งในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านอ่าวเบงกอล ทะเลอันดามันและช่องแคบมะละกา และปัจจุบันมีการขนส่งสินค้าไปท่าเรือระนอง 1 เที่ยว/เดือน ซึ่งถือว่ายังน้อยมาก จึงเป็นโอกาสดีที่จะมีการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ของไทยและอินเดียหรืออาจพิจารณาให้ส่งเสริมให้มีการจัดทำความร่วมมือท่าเรือพี่น้อง (Sister Ports)ระหว่างท่าเรือระนองกับท่าเรือของอินเดียเช่นท่าเรือเจนไน และท่าเรือกัลกัตตา


สำหรับที่มุมไบในฐานะที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานบริหารนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ จะได้มีโอกาสหารือกับผู้บริหารFilm City ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมภาพยนตร์ Bollywood ที่มีชื่อเสียงของอินเดียเพื่อหาแนวทางจัดทำความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมภาพยนตร์และบันเทิงอันจะสนับสนุนการขับเคลื่อนโครงการเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ภายใต้โครงการไทยสร้างสรรค์ของรัฐบาลด้วย


 "ไทยและอินเดียตั้งเป้าหมายว่าการค้าสองฝ่ายจะขยายตัวสูงถึง 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2555 จากมูลค่าการค้า 4,951.45 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปี 2552 อันเป็นผลจากการเปิดเสรีการค้าในกรอบอาเซียน-อินเดีย ที่ได้เริ่มมีการลดภาษีสินค้าตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ที่ผ่านมา ครอบคลุมสินค้าประมาณ 4,700 รายการ หรือกว่า90% ของมูลค่าการค้าระหว่างกัน สินค้าที่คาดว่าไทยจะได้ประโยชน์จากการเปิดเสรีของอินเดียเช่นอัญมณีและเครื่องประดับ ชิ้นส่วนและอะไหล่ยนต์ อุปกรณ์สื่อสาร เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ เป็นต้น"

Leave a comment :