"สิ่งที่ท้าทายรัฐบาลใหม่ คือ ราคาน้ำมัน ภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจคู่ค้าชะลอลง ซึ่งกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือไอเอ็มเอฟ คาดว่าเศรษฐกิจโลกปี 2551 จะเติบโตลดลงจากปีนี้ โดยปี 2551 จะขยายตัว 4.8% จากปีนี้ขยายตัว 5.2% รวมทั้งปัญหาเงินบาทแข็งค่า และอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ที่ 3-4 ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญต่อการส่งออกของไทย" นางอรรชกากล่าว
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมภาคอุตสาหกรรมไทยปีหน้า คาดว่าจะยังขยายตัวที่ 5.1% เพิ่มขึ้นจากปีนี้ที่ขยายตัว 4.5% ขณะที่ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม คาดว่าจะขยายตัว 8% เพิ่มขึ้นจากปีนี้ เพราะได้รับผลจากการบริโภคและการลงทุนในประเทศที่น่าจะดีขึ้น ซึ่งจะชดเชยภาคส่งออกที่ปีหน้าคาดว่าจะชะลอตัวลง ขณะที่ภาพรวมอุตสาหกรรมไทยยังมีปัจจัยสนับสนุนจากอุตสาหกรรมหลักที่ขยายตัวได้ดี คือ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์คาดว่าจะโต 10-15% ส่วนการส่งออกคาดว่าจะขยายตัว 12-15% จากความต้องการสินค้าเทคโนโลยีและเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ที่ตลาดโลกยังขยายตัวต่อเนื่อง
ส่วนอุตสาหกรรมรถยนต์ปีหน้าขยายตัวดีขึ้น โดยยอดผลิตรถยนต์อยู่ที่ 1.4 ล้านคัน ขยายตัว 12% จากปีนี้คาดว่าทั้งปีจะขยายตัวเพียง 5.21% มียอดส่งออกปีหน้า 7 แสนคันเท่ากับยอดขายในประเทศที่ขยายตัว 7.69% นอกจากนี้ ยังมีอุตสาหกรรมอาหารที่ขยายตัวดี คาดว่าจะมีมูลค่าส่งออก 1.94 หมื่นล้านดอลลาร์ ขยายตัว 10% จากปีนี้ขยายตัว 18.6% เพราะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง อุตสาหกรรมสิ่งทอก็มีแนวโน้มดี โดยเฉพาะอุตสาหกรรมต้นน้ำและกลางน้ำ คือ กลุ่มด้ายและผ้าผืนด้านการผลิตจะเติบโต 8.8% เนื่องจากได้รับผลดีจากข้อตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (เจเทปา)
















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.