นางพจมาน ภาษวัธน์ ประธานคณะทำงานโครงการโลจิสติกส์คลินิก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ขณะนี้ได้เตรียมดำเนินโครงการในเฟส 2 หลังจากเฟสแรกประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ โดยในปีงบประมาณ 2551 สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ได้อนุมัติงบประมาณให้ 7.5 ล้านบาท เพื่อนำไปจัดทำโครงการต่อเนื่อง
สำหรับผลการดำเนินงานในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ได้ให้คำปรึกษาธุรกิจในองค์กร 25 บริษัท และบริษัทขนาดเล็กอีก 10 บริษัท นอกจากนี้ ยังได้จัดทำฐานข้อมูลด้านโลจิสติกส์ จำนวน 264 คำถาม-คำตอบ และจัดทำทะเบียนผู้เชี่ยวชาญในรูปแบบหนังสือ และซีดีอีก 100 ชุด รวมทั้งจัดประชุม และสัมมนาเชิงปฏิบัติการทุกวันอังคารที่ 3 ของเดือน
การดำเนินงานในเฟส 2 จะมีการขยายฐานไปช่วยเหลือด้านโลจิสติกส์ให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ได้มากขึ้น
"โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์กลางในการให้คำปรึกษา และเป็นศูนย์รวมฐานข้อมูลด้านโลจิสติกส์ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งจะผลักดันให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีของไทยแข็งแกร่ง และมีศักยภาพในการแข่งขันในตลาดโลก" นางพจมาน กล่าว
ด้านนายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า ปัจจุบันต้นทุนด้านโลจิสติกส์ของไทยสูงถึง 20% ของจีดีพี ขณะที่ประเทศที่พัฒนาแล้วต้นทุนอยู่ที่ 7-8% ของจีดีพี หากผู้ประกอบการไทยสามารถลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ได้ จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันได้มากขึ้น
You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.