กรมส่งเสริมการส่งออกจะทำหน้าที่จัดหาตลาดใหม่ให้ผู้ประกอบการ ขณะที่ สสว.ทำหน้าที่สนับสนุนด้านเงินทุนและวิจัยตลาดพัฒนาคุณภาพสินค้า ให้เหมาะสมกับ ตลาดนั้นๆ มากที่สุด
"ตอนนี้มีเอสเอ็มอี 200 ราย ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการส่งออก กลุ่มนี้พร้อมที่จะส่งสินค้า ไปยังต่างประเทศ เมื่อเริ่มดำเนินการจะให้ผู้ประกอบการเหล่านี้นำร่องว่าจะต้องทำอะไรบ้าง เพื่อส่งสินค้า เข้าไปเจาะยังแต่ละประเทศให้ได้มากที่สุด" นางจิตราภรณ์ กล่าว
เบื้องต้น สสว.จะใช้งบประมาณจากกองทุนร่วมลงทุน ของ สสว. ที่มีอยู่แล้วมาดำเนินโครงการ โดย ตั้งคณะทำงานร่วม 2 ฝ่ายขึ้นมา รับผิดชอบ เพื่อดำเนินการประชุมและติดตามการทำงาน หลังจาก การลงนามแล้วก็สามารถเดินหน้าโครงการได้ทันที
นางจิตราภรณ์ กล่าวว่า ปัญหาซับไพรม์ของสหรัฐจะส่งผลกระทบต่อเอสเอ็มอี เนื่องจากสหรัฐเป็นตลาดหลักของไทย โดยเฉพาะกลุ่มอาหาร อัญมณี สิ่งทอและเครื่องประดับ และอิเล็กทรอนิกส์
ปัจจุบันมีเอสเอ็มอีไทยส่งสินค้าไปสหรัฐประมาณ 15% ของมูลค่าการส่งออกของเอสเอ็มอีทั้งหมด ปีละ 1.5 ล้านล้านบาท
"ปีนี้การส่งออกไปยังตลาดสหรัฐอาจจะปรับตัวลดลงบ้างแต่ ไม่มากนัก เอสเอ็มอีได้พยายาม หาตลาดใหม่ๆ มารองรับไว้แล้ว อาทิ ตะวันออกกลาง อาเซียน จีน ออสเตรเลีย แคนาดา และแอฟริกาใต้ ที่น่าจะทำให้การส่งออกของ เอสเอ็มอีขยายตัวได้ถึงปีละ 9.5%" นางจิตราภรณ์ กล่าว
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าว ภายหลังพิธีปิดโครงการเติมเต็มขีดความสามารถผู้ประกอบการผลิตว่า โครงการดังกล่าวใช้งบประมาณ 25 ล้านบาท พัฒนาผู้ประกอบการ 44 ราย คลอบคลุม 37 อุตสาหกรรม โดยสามารถเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์ 22.2 ล้านบาท และ ยังช่วยสร้างรายได้เพิ่มให้กับภาคธุรกิจได้อีก 23.9 ล้าน
















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.