ขณะเดียวกันในภาพรวมไทยยังเกินดุลการค้ากับทุกประเทศ ยกเว้นจีนที่ไทยยังเป็นฝ่ายขาดดุลการค้าแต่เป็นการขาดดุลในอัตราที่ลดลงจากปีก่อน เนื่องจากการส่งออกสินค้าไทยไปจีนขยายตัวมากขึ้น โดยมีมูลค่าการส่งออกรวม 510,756 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 564,591 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% ไทยขาดดุลการค้าจีน 53,835 ล้านบาท ลดลง 29% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ส่วนการค้าไทย-ญี่ปุ่นที่ทั้งสองฝ่ายได้มีการลงนามความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจ(JTEPA) และข้อตกลงได้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2550 ในภาพรวมการค้าระหว่างกันมีมูลค่าเพิ่มขึ้น แต่ไทยยังเป็นฝ่ายขาดดุลการค้าญี่ปุ่นมูลค่า 363,475 ล้านบาท โดยขาดดุลเพิ่มขึ้นจากปีก่อนเพียง 0.46% ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าพอใจ อย่างไรก็ดีจากผลความตกลง JTEPA คาดในปีนี้การค้าไทย-ญี่ปุ่นจะขยายตัวเพิ่มขึ้นและการขาดดุลน่าจะลดลงเพราะเชื่อว่าผลจากความตกลงจะทำให้การส่งออกของไทยไปญี่ปุ่นขยายตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากสินค้าหลายรายการได้ลดภาษีนำเข้าลงเป็น 0% ทันที ส่วนเอฟทีเอไทย-สหรัฐอเมริกา ที่การเจรจาได้หยุดชะงักลงในรัฐบาลที่ผ่านมา ภาพรวมการค้าไทย-สหรัฐในรอบปี 2550 ทั้งในแง่ การค้ารวม การส่งออก การนำเข้าระหว่างกันขยายตัวลดลง และการเกินดุลการค้าไทยกับสหรัฐก็ได้ลดลงด้วย
นายนพดล สระวาสี รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ให้ความเห็นกับ"ฐานฐานเศรษฐกิจ"ว่า เอฟทีเอถือเป็นแต้มต่อ และมีส่วนสำคัญที่ทำให้มูลค่าการค้าของไทยกับประเทศคู่สัญญาเอฟทีเอขยายตัวเพิ่มขึ้น เพราะการลดภาษีนำเข้าระหว่างลงเป็น 0% ทันทีในหลายสินค้า รวมถึงการทยอยลดภาษีสินค้าส่วนใหญ่ลงเป็น 0% ภายใน 5-10 ปี จูงใจให้ภาคธุรกิจของทั้งสองฝ่ายมีการทำการค้าระหว่างกันมากขึ้น ส่วนกรณีการค้าไทย-สหรัฐฯที่ขยายตัวลดลงในปีที่ผ่านมามีส่วนสำคัญจากปัญหาการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯอันเนื่องมาจากปัญหาซับไพรม์(สินเชื่อด้อยคุณภาพภาคอสังหาริมทรัพย์) ทำให้มีการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น
"การส่งออกของไทยไปสหรัฐที่ชะลอตัวเป็นเพราะเศรษฐกิจสหรัฐถดถอยไปเยอะ และส่วนหนึ่งหลายสินค้าเราถูกสหรัฐตัดจีเอสพี รวมถึงการแข็งค่าของเงินบาท ขณะที่เราไม่มีแต้มต่อคู่แข่งเพราะยังไม่ได้ทำเอฟทีเอกับสหรัฐ แต่ก็ไม่น่าตกใจมาก เพราะประเทศอื่นก็ส่งออกไปสหรัฐลดลงเช่นกัน"นายนพดล กล่าวและว่า
จากการที่รัฐบาลใหม่จะเข้ามาบริหารประเทศในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ในส่วนของกรมกำลังเฝ้าจับตามองว่ารัฐบาลใหม่จะมีนโยบายในเรื่องเอฟทีเออย่างไร หากรัฐบาลยังคงถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญเช่นเดียวกับในรัฐบาลทักษิณ และกำหนดลงมาอย่างชัดเจนว่าจะเปิดเจรจาต่อกับประเทศใดบ้าง ทางกรมก็พร้อมที่จะนำความคืบหน้า รวมถึงนำเสนอกรอบการเจรจาใหม่ต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.)และรัฐสภาเพื่อให้ความเห็นชอบตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญใหม่ต่อไป
อย่างไรก็ดีในเบื้องต้นได้เตรียมนำเสนอข้อตกลงเอฟทีเอที่ได้เจรจาเสร็จแล้วและอยู่ระหว่างเตรียมลงนามเสนอให้ ครม.และรัฐสภาให้ความเห็นชอบได้แก่ เอฟทีเอไทย-เกาหลีใต้(ภายใต้กรอบอาเซียน-เกาหลีใต้)ที่ไทยเป็นเพียงประเทศเดียวที่ยังไม่มีการลงนาม และเอฟทีเออาเซียน-ญี่ปุ่นที่การเจรจาได้สิ้นสุดลงแล้ว
















Leave a comment :