Switch to: uk
24 May 2012 05:46AM

ดันASEAN Connectivity ชู 5 ยุทธศาสตร์เชื่อม'เออีซี'

07 Dec 11 ,  กรุงเทพธุรกิจ
  • 0

การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซี ในปี 2558 จะส่งผลให้กลุ่มอาเซียน กลายเป็นฐานการผลิตและเป็นตลาดเดียวกัน ซึ่งจะเกิดความเสรีทุกด้าน

ทั้งการค้า การลงทุน บริการ การเคลื่อนย้ายแรงงานและเงินลงทุนเสรี ไทยจึงต้องเตรียมความพร้อมในทุกด้านเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน รวมทั้งพัฒนาระบบคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับปริมาณการขนส่งที่เพิ่มขึ้นและการขยายตัวของเศรษฐกิจในอนาคต

พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมด้านขนส่งและโลจิสติกส์ เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซีในปี 2558 ว่า กระทรวงฯได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะทางหลวง เพื่อรองรับการเชื่อมต่อโครงข่ายในอาเซียนไว้แล้ว ทั้งด้านตะวันออก-ตะวันตกและด้านเหนือ-ใต้ โดยเส้นทางที่ก่อสร้างเป็นไปตามมาตรฐานสากลและติดตั้งป้ายจราจรและป้ายสัญลักษณ์ต่างๆตามข้อกำหนดของอาเซียนแล้ว ถือได้ว่าระบบคมนาคม โดยเฉพาะถนนของไทยในขณะนี้ ดีที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ในส่วนของการเชื่อมโยงด้านโครงสร้างพื้นฐานนั้น กระทรวงฯได้จัดทำยุทธศาสตร์ของความเชื่อมโยงภายใต้แผนแม่บทว่าด้วยความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน (ASEAN Connectivity Master Plan) รวม 5  ยุทธศาสตร์ คือ 1. การก่อสร้างโครงข่ายทางหลวงอาเซียน โดยปรับปรุงถนนต่างๆของทางหลวงอาเซียน ให้มีไหล่ทางขนาด 1.50 เมตร สามารถรองรับปริมาณจราจรวันละ 2,000 คัน ภายในปี 2554 รวมทั้งการปรับปรุงถนนที่มีขนาดไหล่ทาง1.50-2 เมตร รองรับปริมาณจราจร 1,000-4,000 คันต่อวัน ให้เป็นทางหลวงที่มีขนาดไหล่ทาง 2.50 เมตร รองรับปริมาณจราจรวันละ 8,000 คันภายในปี 2563 โดยให้ความสำคัญกับเส้นทางขนส่งสินค้าผ่านแดนเป็นอันดับแรก

เร่งสร้างถนนอาร์2เชื่อม4ประเทศ

ทั้งนี้ ไทยได้พัฒนาทางหลวงสายอาเซียน ระยะทาง 6,348 กม. และติดตั้งป้ายจราจรและป้ายสัญลักษณ์ตามที่อาเซียนกำหนดไว้แล้ว ขณะที่โครงข่ายถนนและสะพานเชื่อมประเทศเพื่อนบ้านได้รับการพัฒนาไปแล้ว เป็นจำนวนมาก รวมทั้งพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจ (East West Economic Corridor) ที่อยู่ในแผนอาเซียน หรือ เส้นทาง R 2 โครงข่ายถนนเชื่อมโยงพม่า-ไทย-ลาว-เวียดนาม โดยเชื่อมเมืองมะละแหม่ง เมียวดีพม่า ผ่านเข้าไทยที่อ.แม่สอด จ.ตาก ไปมุกดาหารเชื่อมลาวที่สะหวันนะเขตต่อไปยังแดนสวรรค์ และเข้าสู่เวียดนามที่ลาวบาว ผ่านดองฮา และสิ้นสุดที่เมืองดานัง

นอกจากนี้ยังได้สร้างสะพานมิตรภาพ 2 เชื่อมไทย-ลาว บริเวณจ.มุกดาหารและสะหวันนะเขต พร้อมถนนเชื่อมต่อกับสะพานทั้งด้านพรมแดนไทยและลาว ระยะทาง 6.1 กม.แล้ว และอยู่ระหว่างขยายถนนสายแม่สอด-มุกดาหาร ระยะทาง 770 กม.ให้มีขนาด 4 ช่องจราจร ปัจจุบันดำเนินการเสร็จแล้ว 233กม.

นอกจากนั้น อาเซียนต้องศึกษาความเป็นไปได้ในการเชื่อมโยงประเทศที่เป็นเกาะกับประเทศบนแผ่นดินใหญ่ของอาเซียน โดยต้องแล้วเสร็จภายในปี 2558 โดยดำเนินการควบคู่กับการพิจารณาขยายทางหลวงอาเซียน เพื่อเชื่อมไปยังจีนและอินเดีย โดยเฉพาะช่วงฮานอย-ลาว-พม่า-อินเดีย เพื่อให้แล้วเสร็จพร้อมกันในปี 2558

เล็งขยายทางรถไฟเชื่อมอินโดฯ

2.การดำเนินโครงการทางรถไฟสิงคโปร์-คุนหมิง โดยปัจจุบันไทยได้ต่อเชื่อมทางรถไฟกับมาเลเซียและลาวแล้ว คือ สุไหงโกลก-ปาดังเบซาร์ และหนองคาย-ท่านาแล้ง แต่ต้องเร่งก่อสร้างในช่วงที่ขาดตอน คือ อรัญประเทศ-คลองลึก ระยะทาง 6 กม. เพื่อเชื่อมต่อไปยังกัมพูชา กำหนดแล้วเสร็จในปี 2557 และด่านเจดีย์สามองค์-น้ำตก ระยะทาง 153 กม. เพื่อเชื่อมไปยังพม่า กำหนดแล้วเสร็จปี 2563  ปัจจุบันออกแบบแล้ว แต่ติดปัญหาในส่วนของพม่า

อาเซียนยังต้องร่วมกันจัดทำยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการเส้นทางรถไฟสิงคโปร์ -คุนหมิง ให้แล้วเสร็จภายในปี 2556 และศึกษาเส้นทางสิงคโปร์-งสุราบายาของอินโดนีเซีย

พัฒนาแหลมฉบังรับตู้สินค้า18ล้านทีอียู

3.การสร้างเครือข่ายการขนส่งทางน้ำบนภาคพื้นทวีปที่มีประสิทธิภาพและเชื่อมโยงกันโดยเริ่มภายในปีหน้า 4.การสร้างระบบขนส่งทางทะเลที่เชื่อมโยงมีประสิทธิภาพและแข่งขันได้ โดยพัฒนาศักยภาพของท่าเรืออาเซียน 47 แห่งภายในปี 2558

ไทยมีแผนพัฒนา 3 แห่ง คือ ท่าเรือกรุงเทพ ท่าเรือแหลมฉบัง และท่าเรือสงขลา โดยท่าเรือแหลมฉบังต้องรับตู้สินค้าเพิ่มขึ้นเป็นปีละ 18.8 ล้านทีอียู รองรับรถยนต์ได้ปีละ 1.95 ล้านคัน และรองรับสินค้าทั่วไปปีละ 2.56 ล้านตัน

ชูนโยบายสะพานเศรษฐกิจเชื่อมโลก

5.การสร้างระบบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบที่คล่องตัว เพื่อให้อาเซียนเป็นศูนย์กลางการขนส่ง สะพานเศรษฐกิจในเส้นทางการขนส่งของโลก และการก่อสร้างแนวเส้นทางเศรษฐกิจเชื่อมตะวันออกและตะวันตกให้แล้วเสร็จ

นอกจากนั้น จะต้องเร่งส่งเสริมแนวเส้นทางเศรษฐกิจแม่น้ำโขง-อินเดีย ในฐานะเป็นสะพานเศรษฐกิจ ซึ่งรวมถึงการพัฒนาโครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย การสร้างทางหลวงเชื่อมจังหวัดกาญจนบุรีและทวาย และการศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างทางรถไฟจากกาญจนบุรี-ทวาย

จี้ทำสัตยาบันปลดล็อกขนส่งสินค้า

ส่วนความเชื่อมโยงด้านกฏระเบียบ มี 5 แนวทาง คือ 1.การดำเนินการตามกรอบความตกลงว่าด้วยการอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้า โดยเร่งรัดให้สัตยาบันความตกลงอาเซียนว่าด้วยการอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าผ่านแดน ข้ามแดน การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบให้ดำเนินการได้ภายในปี 2557-2558

2.การดำเนินโครงการอำนวยความสะดวก ด้านการขนส่งผู้โดยสารในโครงข่ายทางหลวงที่เชื่อมรัฐ โดยเร่งข้อตกลงทั้งทวิภาคี อนุภูมิภาคว่าด้วยการอำนวยความสะดวกด้านการขนส่งผู้โดยสารทางบกภายในปี 2556 และความตกลงอาเซียนปี 2558

 

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.