นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) กระทรวงคมนาคม เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ขณะนี้ได้เร่งหารือกับกรมเจ้าท่าเพื่อสรุปรายละเอียดโครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบาราที่จังหวัดสตูลและสงขลา โดยเตรียมนำเสนอให้พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในช่วงกลางเดือนนี้เพื่อพิจารณานำเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบดำเนินการในต้นปี 2555 ต่อไป ซึ่งล่าสุดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพื้นที่ภาคใต้ของพรรคประชาธิปัตย์ 2 ท่านได้สอบถามความคืบหน้าภายหลังจากที่ไม่ปรากฏในการขออนุมัติงบประมาณของการประชุมพิจารณาสภาผู้แทนราษฎรในช่วงนี้ เนื่องจากเห็นว่าโครงการดังกล่าวมีประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจต่อพื้นที่ภาคใต้และต่อประเทศไทย
"ในการนำเสนอเพื่อขออนุมัติโครงการและตั้งงบประมาณพัฒนาโครงการดังกล่าว เนื่องจากกระทรวงคมนาคมเล็งเห็นว่าประเทศไทยควรจะมีท่าเรือน้ำลึกเป็นของตนเอง แม้จะมีที่ท่าเรือแหลมฉบังแล้วก็ตาม แต่สภาพเริ่มหนาแน่นมากขึ้นจึงต้องจัดสร้างเพื่อรองรับไว้ โดยช่วงนี้กรมเจ้าท่าอยู่ระหว่างการชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนถึงความชัดเจนของโครงการดังกล่าว"
นายถวัลย์รัฐ อ่อนศิระ อธิบดีกรมเจ้าท่า กล่าวว่า กรณีที่ไม่ได้มีการขอจัดตั้งงบประมาณในช่วงนี้เป็นเพราะว่า กรมเจ้าท่าจะต้องนำงบดังกล่าวไปใช้ในการขุดลอกคูคลองเป็นการเร่งด่วนเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ต่าง ๆ สิ่งสำคัญโครงการท่าเรือน้ำลึกปากบารายังมีช่วงเวลาในการทำความเข้าใจประชาชน จึงสามารถยืดระยะเวลาออกไปอีกสักช่วงหนึ่ง ซึ่งเมื่อครม.เห็นชอบและผลการทำความเข้าใจประชาชนแล้วเสร็จ ก็จะเร่งดำเนินการได้ทันที
"โครงการนี้มีประโยชน์ทั้งต่อพื้นที่และภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ ทราบว่ามีหลายฝ่ายเห็นด้วยทั้งในพื้นที่และส่วนกลางแต่ยังมีบุคคลบางกลุ่มซึ่งเป็นส่วนน้อยเท่านั้นยังไม่เข้าใจในวัตถุประสงค์และสื่อความหมายที่ผิด ๆ ไปให้ประชาชนในพื้นที่รับทราบจนปรากฏกระแสต่อต้านในช่วงที่ผ่านมา ปัจจุบันประชาชนเข้าใจมากขึ้นแล้ว ดังนั้นคาดว่าในปี 2555 น่าจะเห็นความชัดเจนสำหรับการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกของประเทศไทยที่สงขลาและสตูล แม้ว่าในช่วงรัฐบาลที่ผ่านมาจะถูกคณะรัฐมนตรี(ครม.)ตีกลับมาให้ดำเนินการตามที่สำนักงบประมาณและกระทรวงการคลัง ตลอดจนสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)ให้ความเห็นในส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการพัฒนาให้เป็นพื้นที่ท่าเรืออเนกประสงค์แทนท่าเรือน้ำลึกแต่กรมก็ยังไม่ละความพยายามที่จะผลักดันต่อไปเพื่อให้ประเทศไทยสามารถยกระดับการแข่งขันสู้กับประเทศต่าง ๆ ในโลกได้อย่างทัดเทียม"
แหล่งข่าวระดับสูงของกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงความคืบหน้าในโครงการท่าเรือน้ำลึกปากบาราว่า เป็นอีกหนึ่งในหลายๆ โครงการที่กระทรวงคมนาคมจะเร่งผลักดันให้เกิดขึ้น พร้อมกันนี้ยังอยู่ระหว่างการเร่งศึกษาท่าเรืออื่น ๆ ในพื้นที่ภาคใต้ควบคู่กันไปด้วย เพราะเห็นว่าหากประเทศไทยไม่เร่งพัฒนาหรือสร้างศักยภาพทางเศรษฐกิจตั้งแต่วันนี้ คาดว่าในอีกไม่นานการแข่งขันก็จะไม่สามารถสู้หรือทัดเทียมกับประเทศต่าง ๆโดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียที่นับวันจะต้องแข่งขันกันมากขึ้น
"คาดว่าในวันที่ 14 ธันวาคมนี้คงจะมีการเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทำความเข้าใจร่วมกันพร้อมเร่งทำเอกสารอย่างละเอียดเพื่อทำความเข้าใจและชี้แจงกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอีกครั้งในการที่กระทรวงคมนาคมต้องการผลักดันท่าเรือปากบาราให้เป็นท่าเรือน้ำลึกอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย โดยไม่ได้มองข้ามท่าเรือทวาย ในประเทศพม่า แต่เห็นว่าเป็นข้อดีของการพัฒนาท่าเรือในประเทศไทยให้สามารถเปิดประตูทางทะเลและสร้างโอกาสการแข่งขันทางเศรษฐกิจทั้งในวันนี้และในอนาคต โดยในปีหน้าคงจะได้เห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้นหากครม.อนุมัติงบประมาณจำนวน 100 ล้านบาทให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) ไปดำเนินการศึกษาความเหมาะสมโดยเร็ว โดยสศช.ต้องเห็นชอบและคาดว่าจะสามารถสรุปโครงการได้ในปี 2555-56 และน่าจะเปิดประมูลได้เร็วขึ้นหากรัฐบาลต้องการผลักดันจริง ๆ"
ทั้งนี้โครงการการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา ขณะนี้กระทรวงคมนาคมเล็งเห็นว่ามีความจำเป็นที่ต้องผลักดันให้เกิดขึ้น เพื่อเป็นเส้นทางการค้าเชื่อมโยงในเขตเศรษฐกิจ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เป็นศูนย์เชื่อมโยงการขนส่งสินค้าทางเรือที่สำคัญไปยังท่าเรือของกลุ่มประเทศตะวันออกกลางและภูมิภาคต่างๆของโลก ลดการพึ่งพิงท่าเรือของประเทศเพื่อนบ้านและยังช่วยยกระดับการแข่งขันทางเศรษฐกิจให้ประเทศไทย สิ่งสำคัญการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบาราสามารถรองรับเรือขนาด 70,000 ตันได้ 2 ลำ เรือขนาด 50,000 ตันได้ 3 ลำโดยเฉพาะเรือจากเอเชีย ตะวันออกกลาง แอฟริกาและยุโรป โดยได้แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 เฟส และทยอยดำเนินการไปทีละเฟสตามความจำเป็น
















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.