คุณสมศักดิ์ กล่าวว่า Warehouse เป็นสาขาที่คาดว่าจะมีผู้ประกอบการเข้ามาดำเนินการมากขึ้น และสำหรับการขนถ่ายที่ท่าเรือจะไม่มีผลกระทบใดๆ เพราะมีข้อจำกัดการเข้าสู่ตลาดอยู่ ส่วนในเรื่องการบรรจุหีบห่อและการดำเนินพิธีการศุลกากรก็มีข้อจำกัดของการเปิดเสรีอยู่จึงไม่น่ามีผลกระทบ สำหรับธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องเช่น survey การชั่งน้ำหนัก การทำ document ก็ไม่น่าจะมีผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทยมากนัก
เทรนด์ธุรกิจลอจิสติกส์แข่งขันสูง
แนวโน้มสถานการณ์การแข่งขันของธุรกิจ Logistics & Freight Forwarder นั้น ในเรื่องนี้ คุณสมศักดิ์ กล่าวว่า ธุรกิจลอจิสติกส์ยังมีการแข่งขันกันรุนแรง โดยแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ คือ บริษัทข้ามชาติแข่งกับบริษัทข้ามชาติกันเอง ผู้ใช้บริการมักจะเป็นรายใหญ่ มีสินค้าจำนวนมาก และอาจมีเครือข่ายต่างประเทศ โดยบริษัทข้ามชาติตามมาเพื่อบริการ ซึ่งตลาดเหล่านี้ เป็นตลาดแข่งขันสูง แต่จะมีลักษณะเป็นสัญญาระยะกลางถึงยาว ดังนั้น เมื่อแข่งขันชนะแล้วก็ต้องพยายามทำให้ได้ตาม KPI ที่วางกันไว้ และไม่ต้องไปแข่งกับใครอีกตลอดช่วงสัญญากลุ่มลูกค้าประเภทนี้ บริษัทผู้ประกอบการไทยจะมีโอกาสน้อยมากที่จะได้งานเพราะแข่งไม่ได้ เนื่องจากทุนและสินทรัพย์น้อยกว่า ตลาดเหล่านี้ มักเป็น integrated logistics คือตั้งแต่ on-site operation, warehousing, inland transport, customs clearance จนไปถึง international transport ที่เป็นแบบ door to door
สำหรับตลาดที่บริษัทไทยแข่งกับบริษัทไทยนั้นอยู่ในตลาดเล็กถึงกลาง นับเป็นตลาดที่แข่งขันกันเองสูง เพราะเป็นเค้กก้อนเดียวที่บริษัทข้ามชาติยังไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก เพราะไม่ต้องการใช้ทรัพยากรจำนวนเท่ากันกับการแข่งขันสำหรับลูกค้าระดับรายใหญ่ขององค์กรไปกับกิจกรรมที่ก่อให้เกิดผลตอบแทนต่ำสำหรับลูกค้ารายย่อย สภาพแบบนี้ยังคงอยู่อีกนานในอนาคต ตลาดเหล่านี้ ได้แก่ ตลาดพวก Consolidation กับการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ NVOcc และ Customs Broker
ส่วนบริษัทข้ามชาติแข่งกับบริษัทไทย อยู่ในตลาดกลางถึงตลาดบน เป็นตลาดที่เริ่มแข่งขันรุนแรงขึ้นเนื่องจากบริษัทข้ามชาติหลายรายเมื่อไม่มีโอกาสชนะประมูลระหว่างบริษัทข้ามชาติด้วยกันแล้ว ก็ต้องกลับมาหาตลาดขนาดกลางๆ และเข้าแข่งขันกับบริษัทไทย ตลาดเหล่านี้ ได้แก่ ตลาด Inland transport, customs clearance และ international transport
โอกาส-อุปสรรคช่องว่างทางธุรกิจ Logistics
ในปี 2555 จับตาธุรกิจคลังสินค้ามาแรงต่อเนื่อง โอกาสของธุรกิจ Logistics นั้นกิจการด้านคลังสินค้าจะมาแรงอย่างต่อเนื่องเพราะการขยายตัวทางการผลิตย่านมาบตาพุดและอีสเทิร์นซีบอร์ด ส่งผลให้กิจการขนส่งทางบกมีปริมาณเพิ่มขึ้น นอกจากนี้การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมรถยนต์จะเป็นตัวเร่ง ที่จะทำให้ตลาดมีสภาพอุปสงค์มากกว่าอุปทาน ส่งผลให้ผู้ให้บริการไม่สามารถให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากปริมาณสินค้าจะมากกว่าปริมาณรถขนส่งและพื้นที่จัดเก็บของคลังสินค้า เว้นแต่ผู้ประกอบการเตรียมตัวตั้งแต่ปีนี้ จะทำให้มีความสามารถในการบริการได้ตามสภาพตลาดในขณะที่คู่แข่งอาจจะให้บริการได้อย่างจำกัดตามทรัพยากรที่มีอยู่
สำหรับกิจการที่เป็นที่น่าจับตาดูเป็นพิเศษ คุณสมศักดิ์ บอกว่า การขนส่งทางรถระหว่างประเทศโดยเฉพาะในเส้นทาง EWEC (R9) เป็นกิจการที่น่าจับตามอง ซึ่งผู้ประกอบการไทยยังคงเข้าไปร่วมแชร์ในตลาดน้อย ในขณะที่ผู้ประกอบการต่างชาติทั้งญี่ปุ่นและยุโรปเข้าทำการตลาดอย่างต่อเนื่องและมีศักยภาพมาก ตลาดเหล่านี้จะโตในอนาคตเมื่อพิธีการศุลกากรทำได้สมบูรณ์แบบตาม CBTA โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าจากจีนมาไทย และไทยไปจีน จะใช้เส้นทางนี้
ทั้งนี้การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ ก็จะมีบทบาทเข้ามาเพื่อสร้างให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียนสำหรับประเทศกลุ่มที่อยู่บนบก หมายถึงอินโดจีนบวกมาเลเซียและยังรวมประเทศจีนเข้าไปด้วย แต่ต้องมีการอำนวยความสะดวกด้านพิธีการศุลกากร ผู้ประกอบการไทยควรมองลู่ทางในการดำเนินธุรกิจดังกล่าวเพราะการแข่งขันด้านนี้ยังไม่สูงมากนัก
นอกจากนี้ มองว่าอุปสรรคที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ การที่ภาครัฐไม่พัฒนาปรับปรุงกฎระเบียบ เพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้า และการสร้างความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ
(อ่านต่อฉบับหน้า)
















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.