นายจุฬา สุขมานพ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยหลังเป็นประธานงานสัมมนาวิชาการเรื่องทางรถไฟเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน เมื่อวันที่ 28 เม.ย. ว่า รัฐบาลต้องการพัฒนาการขนส่งในพื้นที่เศรษฐกิจภาคใต้ โดยมีโครงการท่าเรือปากบารา จ.สตูล ฝั่งอันดามัน และท่าเรือสงขลา 2 จ.สงขลา ฝั่งอ่าวไทย พร้อมสร้างรถไฟเชื่อม 2 ท่าเรือดังกล่าว วงเงิน 3.37 หมื่นล้านบาท

โดยปัจจุบันกรมเจ้าท่า กำลังดำเนินโครงการท่าเรือปากบารา วงเงิน 9,700 ล้านบาท คาดเริ่มก่อสร้างได้ในปีนี้ แล้วเสร็จและเปิดให้บริการปี 2557 ขณะที่โครงการท่าเรือสงขลา 2 วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท อยู่ระหว่างศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ)
"กระทรวงคมนาคม มีแผนจะพัฒนาโครงข่ายรถไฟเชื่อม 2 ท่าเรือ เพื่อการให้บริการสอดคล้องกัน ซึ่งเบื้องต้นพบว่า แนวเส้นทางที่เหมาะสม คือ ปากบารา-ควนกาหลง-หาดใหญ่-สงขลา 2 ระยะทาง 142 กม. วงเงิน 1.4 หมื่นล้านบาท คาดผลศึกษาเสร็จเดือนก.ย. นี้ "
ทั้งนี้ประโยชน์จากการสร้างรถไฟเชื่อมฝั่งอันดามันและอ่าวไทย จะรองรับการขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือทั้ง 2 กับแหล่งผลิต การบริโภคทั่วประเทศ รวมทั้งจีนตอนใต้ ประมาณ 3 แสนทีอียู ในปี 2561 และเพิ่มขึ้นเป็น 1.1 ล้านทีอียู ในปี 2570 ส่วนการขนส่งสินค้าในลักษณะทางเรือ ผ่านเส้นทางนี้ คาดว่าจะมีการขนส่งประมาณ 4 แสนทีอียู ในปี 2563 และเพิ่มขึ้นเป็น 7 แสนทีอียู ในปี 2570
ด้าน นายสุวัฒน์ อัศวทองกุล ประธานสมาคมเจ้าของและตัวแทนเดินเรือกรุงเทพ กล่าวว่า การลงทุนก่อสร้างท่าเรือและทางรถไฟเชื่อมฝั่งอันดามันและอ่าวไทยนั้น รัฐบาลจำเป็นต้องคำนึงถึงต้นทุนของผู้ประกอบการ และกำหนดนโยบายส่งเสริมที่ชัดเจน เพื่อให้เอกชนเข้ามาใช้บริการหรือลงทุน โดยหากต้นทุนสูง เอกชนก็จะไม่สนใจเข้ามาลงทุนและโครงการจะประสบปัญหาความไม่คุ้มค่าการลงทุน
















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.