Switch to: uk
11 February 2012 14:13PM

เปิดประตูการค้าสตูล จากเมืองชายแดนสู่เมืองท่าภาคใต้

24 Sep 07 ,  กรุงเทพธุรกิจ
  • 0
การพัฒนาท่าเรือศุลกากรสตูล ให้เป็นท่าเรือคอนเทนเนอร์ และได้ส่งมอบระหว่างผู้รับเหมากับจังหวัดสตูลเมื่อเร็วๆ นี้ ทำให้จังหวัดสตูล มีท่าเรือคอนเทนเนอร์เป็นแห่งแรก
 

แต่หากดูในด้านมาตรฐานอาจเป็นรองท่าเรืออื่น เพราะจำกัดด้านงบประมาณที่ใช้แค่ 43 ล้านบาท ขณะที่มาตรฐานของกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี ท่าเรือคอนเทนเนอร์มาตรฐาน ระบุว่า ขั้นต่ำต้องใช้งบร่วม 100 ล้านบาท

"ท่าเรือแห่งนี้ผมพยายามให้เป็นท่าเรือคอนเทนเนอร์จริงๆ จึงให้แนวทางของคณะกรรมการที่กำหนดเงื่อนไขในการบริหารว่าจะต้องทำให้ได้ และคิดว่าจะทำได้เพราะก่อนหน้าที่จะมีการพัฒนาก็มีการส่งออกสินค้าตู้คอนเทนเนอร์มาก่อน และทำได้ดี เพียงแต่ปริมาณยังไม่มาก เนื่องจากติดปัญหาท่าเรือหน้าท่าที่มีความยาวแค่ 50 เมตร แต่ของใหม่ 136 เมตร ทำให้มั่นใจว่าปริมาณสินค้าจะเพิ่มขึ้น"

นายขวัญชัย วงศ์นิติกร ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล กล่าวถึงท่าเรือที่เพิ่งจะมีการปรับปรุงใหม่โดยยืนยันว่าหน้าท่าปัจจุบันสามารถรองรับและจอดเรือที่บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 60-80 ตู้ต่อลำ ได้จำนวน 2 ลำ ในขณะเดียวกัน ผู้บริหารเองต้องพัฒนาเพิ่มเติมในส่วนของอุปกรณ์ เช่น เครน ไฟฟ้า รวมถึงลานสำหรับวางตู้คอนเทนเนอร์ เพื่อให้การขนตู้คอนเทนเนอร์ลงเรือทำให้สะดวกต่อเนื่อง

รับยุทธศาสตร์เชื่อมสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ

นายขวัญชัย กล่าวอีกว่า การเกิดขึ้นของท่าเรือคอนเทนเนอร์ จะสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของจังหวัดสตูล ในการมีท่าเรือส่งออกสินค้าในพื้นที่โครงการความร่วมมือพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่าย (สามเหลี่ยมเศรษฐกิจ) อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย เนื่องจากจุดดังกล่าวจะสามารถเชื่อมโยงการส่งออกสินค้าไปมาเลเซียและอินโดนีเซียได้

"ผมแจ้งทางฝ่ายมาเลเซีย ไปชัดเจนว่าเราจะใช้ท่าเรือแห่งนี้เป็นท่าเรือ เชื่อมโยงการส่งออกและนำเข้าสินค้า แทนโครงการก่อสร้างเส้นทางสตูล-เปอร์ลิส ที่มาเลเซีย พยายามผลักดันมาโดยตลอด เนื่องจากโครงการดังกล่าวติดปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อม หลังจากศึกษาถึง 3 ครั้งแต่ยังไม่ผ่าน และจะไม่มีการพูดถึงโครงการนี้อีกเพราะทำไม่ได้ โดยท่าเรือแห่งนี้จะเป็นท่าเรือพัฒนาความพร้อมไปในตัว ก่อนที่จะมีท่าเรือน้ำลึกปากบาราในอนาคต"

เล็งให้เอกชนเข้าบริหารท่าเรือ

นายขวัญชัย กล่าวถึงผู้ที่จะมาบริหารท่าเรือด่านศุลกากร ว่า ขณะนี้มีผู้สนใจลงทุนทั้งในพื้นที่และต่างจังหวัด ประมาณ 3-4 ราย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้ประกอบการที่มีสินค้าส่งออกอยู่แล้ว ทั้งไม้ยางพารา ยางพารา จากยะลา และ จ.ตรัง

"ที่เขาสนใจเนื่องจากที่ผ่านมามีปัญหาความแออัดของด่านศุลกากรสะเดา และปาดังเบซาร์ ที่ทำให้ต้นทุนการขนส่งเพิ่มขึ้นและล่าช้า ในขณะที่การส่งออกทางท่าเรือด่านศุลกากร จะช่วยแก้ปัญหาความล่าช้าได้ อีกทั้งยังจะลดค่าใช้จ่ายด้วย เนื่องจากที่ตั้งท่าเรือดังกล่าวอยู่ใกล้กับท่าเรือมาเลเซีย" นายขวัญชัย กล่าว

ฉะนั้นมั่นใจว่าท่าเรือด่านศุลกากร จะเป็นท่าเรือทางเลือกในการขนส่งสินค้าตู้คอนเทนเนอร์ โดยสินค้าส่วนใหญ่ ประกอบด้วย ไม้ยางพารา ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกสำคัญของภาคใต้ และเมื่อถึงเวลานั้นมั่นใจว่าเศรษฐกิจของสตูลจะคึกคักมากขึ้น

ท่าเรือทางเลือกผู้ส่งออก

นายโอฬาร อุยะกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา ในฐานะนักลงทุนใน จ.สตูล กล่าวว่า ท่าเรือแห่งนี้เปิดให้บริการเรือสินค้าตู้คอนเทนเนอร์เข้ามาเทียบท่าเมื่อปี 2546 กระทั่งปี 2549 หยุดปรับปรุงเพื่อขยายหน้าท่า ซึ่งจำนวนตู้ที่ส่งออกผ่านท่าเรือแห่งนี้ประมาณ 8,000-10,000 ตู้

"เริ่มแรกเรือจะเข้ามารับตู้สัปดาห์ละ 1 เที่ยว และเตรียมขยับเป็น 2 เที่ยวต่อสัปดาห์ ก่อนจะหยุดปรับปรุง ฉะนั้นในแง่การตลาดถือว่าติดแล้วเพราะมีลูกค้ามาใช้บริการ และหากเปิดให้บริการเชื่อว่าฐานลูกค้าเดิมก็มีอยู่ส่วนหนึ่ง และลูกค้าใหม่ที่การพัฒนาท่าเรือดีขึ้นก็มีเข้ามา" นายโอฬาร กล่าว

จุดเด่นท่าเรือแห่งนี้อยู่ใกล้ท่าเรือปีนัง ของมาเลเซีย ซึ่งสามารถนำถ่ายตู้จากเรือลงเรือใหญ่ได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลารอ ตรงนี้ทำให้สามารถลดค่าใช้จ่าย และเวลาในการส่งสินค้าได้ เมื่อเทียบกับท่าเรือกันตัง จ.ตรัง ท่าเรือแห่งนี้ได้อยู่ใกล้ท่าเรือปีนังมากกว่า

ส่วนการบริหารท่าเรือนั้น การกำหนดเงื่อนไขจะต้องเป็นลักษณะที่ยืดหยุ่น ไม่หนักจนเกินไปสำหรับผู้จะเข้ามาบริหาร และสามารถพัฒนาให้เป็นท่าเรือส่งออกตู้คอนเทนเนอร์ได้สมบูรณ์ แม้ว่ามาตรฐานของท่าเรือแห่งนี้จะเทียบไม่ได้กับท่าเรือสินค้าอื่นๆ เรื่องความพร้อมระบบสาธารณูปโภค แต่หากมีการจัดการที่ดี มีระบบ เชื่อว่าจะเป็นท่าเรือสินค้าได้

และนี่คือภาพของท่าเรือศุลกากรสตูล ที่กำลังจะก้าวไปสู่การเป็นท่าเรือสินค้าอีกแห่งหนึ่งของภาคใต้ ที่สอดรับกับยุทธศาสตร์ของจังหวัด ในฐานะเป็นเมืองชายแดน อีกทั้งยังมีความร่วมมือระดับอนุภูมิภาค อย่างโครงการสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ (ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย) ที่รอความหวังว่าจะเปิดประตูสตูลสู่เมืองท่าชายแดนใต้ต่อไปในอนาคต

Leave a comment :