หลังจากเกิดฝนตกหนักในเขตประเทศเพื่อนบ้าน-ภาคเหนือของไทยในระยะที่ผ่านมา ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง ส่งผลให้การการเดินเรือสินค้าระหว่างไทย-จีน ผ่านแม่น้ำโขงตอนบนเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้งหนึ่ง โดยที่ท่าเรือเชียงแสน จ.เชียงราย ที่ระดับน้ำหน้าท่าลึก 6 เมตรเศษ แต่ละวันมีเรือสินค้าเข้า-ออกกว่า 10 ลำ นำสินค้าลำไยอบแห้ง ยางพารา น้ำมันปาล์ม เครื่องดื่มบำรุงกำลัง จากไทยส่งเข้าสู่จีน และนำแอปเปิล สาลี่ พลับ เมล็ดพันธุ์พืชอบแห้ง หอมกระเทียม ลูกทับทิมสด รวมทั้งพืช ผัก ต่างๆ จากจีนเข้าไทยอย่างต่อเนื่อง
นายไพบูลย์ โพธิ์ดี ผู้จัดการท่าเรือเชียงแสน กล่าวว่า ท่าเรือฯได้ปรับปรุงการให้บริการเป็นแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จในท่าเรือ ประสานกับระบบวันสต็อปเซอร์วิส (One Stop Service) ของด่านศุลกากรเชียงแสน โดยผู้ใช้บริการกรอกแบบคำร้องพร้อมเอกสารของด่านศุลกากร และชำระเงินค่าธรรมเนียมการใช้บริการ ณ ห้องทำงานการท่าและสินค้าที่เดียวกันทำให้บริการได้รวดเร็ว ทันต่อความต้องการของผู้ใช้บริการ มีปั้นจั่นเคลื่อนที่ขนาด 10 ตัน และ 50 ตัน จำนวน 2 คัน รถยกสินค้า ขนาด 5 ตัน 10 ตัน จำนวน 2 คัน เพื่อให้บริการยกขนสินค้า ซึ่งในช่วงน้ำหลากเรือสินค้าที่เข้าเทียบท่าจะมีเฉลี่ยเดือนละกว่า 250 เที่ยว มีสินค้าผ่านท่าเรือปี 2550 รวม 176,000 ตัน จากสินค้าที่ผ่าน อ.เชียงแสน 244,000 ตัน ถือว่าขยายตัวต่อเนื่อง
ผู้จัดการท่าเรือเชียงแสน กล่าวอีกว่า ท่าเรือเชียงแสนปัจจุบันนอกจากจะมีศักยภาพเป็นท่าเรือหลักสำหรับการค้าชายแดนไทย-จีน แล้วยังมีศักยภาพเป็นทางเลือกของจีน หรือประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงในการขนส่งสินค้าไปสู่ประเทศที่ 3 ได้อีกด้วย
ส่วนท่าเรือเชียงแสนแห่งที่ 2 ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากท่าเรือเชียงแสนแห่งที่ 1 ประมาณ 7 กิโลเมตร(กม.) ทางน้ำ และ 13 กม. ทางบก น่าจะสร้างเสร็จด้วยงบราว 1,600 ล้านบาท ใน 3 ปีข้างหน้า และมีความพร้อม-ศักยภาพมากกว่าท่าเรือเชียงแสนในปัจจุบันแน่นอน
นายพัฒนา สิทธิสมบัติ กล่าวว่า ปัจจุบันใน อ.เชียงแสน มีคลังสินค้าอนุมัติเฉพาะคราวของเอกชน 10 แห่งเรียงรายริมฝั่งโขง และทำหน้าที่นำเข้า-ส่งออกสินค้า นอกจากนี้กลุ่มสยามเซ้าท์ไชน่าโลจิสติกส์ เริ่มเข้ามาตอกเสาเข็มปรับปรุงท่าเรือห้าเชียงพลาซ่า บริเวณ สามเหลี่ยมทองคำ บ้านสบรวก ต.เวียง อ.เชียงแสน ซึ่งอยู่เหนือน้ำจากเรือเชียงแสนกว่า 10 กม. ถือว่าเป็นการรุกคืบของเอกชนในการทำท่าเรือและมีเอกชนจีนเข้ามาทำธุรกิจด้วย
















Leave a comment :