นางนฤมล ขรภูมิ ประธานหอการค้า จ.ระนอง เปิดเผยว่า ท่าเรือระนองมีศักยภาพสูงสุดในการเป็นท่าเรือเกตเวย์ เพื่อใช้สำหรับการเชื่อมโยงสินค้าสู่ 3 กลุ่มประเทศสำคัญประกอบด้วยกลุ่มเออีซี หรือกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน กลุ่ม บีมเทค หรือกลุ่มประเทศในภูมิภาคอ่าวเบงกอล และกลุ่มจีเอ็มเอส หรือกลุ่มความร่วมมือ 6 ประเทศในลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งข้อดีอีกประการที่ท่าเรือแถบภาคเหนือไม่มีคือติดฝั่งทะเลอันดามันที่สามารถใช้เป็นจุดเชื่อมโยงการค้าสู่กลุ่มประเทศต่างๆ ได้อย่างสะดวก
ที่ผ่านมาการพัฒนาท่าเรือระนองยังไม่มีการพัฒนาอย่างจริงจัง โดยเฉพาะจากภาครัฐ ดังนั้นตั้งแต่นี้ต่อไปภาคส่วนที่เกี่ยวข้องน่าที่จะเริ่มเดินหน้าพัฒนาท่าเรือแห่งนี้ให้เป็นโครงข่ายการเชื่อมโยงการค้า การขนส่งที่สำคัญในภูมิภาค โดยเฉพาะการดันให้จ.ระนอง และท่าเรือระนองเป็นเกตเวย์ หรือเป็นช่องทางในการเชื่อมโยงกับกลุ่มประเทศอื่นๆ
"ท่าเรือระนองอาจมีศักยภาพน้อยหากมองถึงขนาดจังหวัด แต่หากทำให้ระนองเป็นจุดในการเชื่อมโยงได้ อาทิการเชื่อมโยงการขนส่งสินค้ากับท่าเรือทวาย มะริด ย่างกุ้ง เพื่อให้ได้ออเดอร์สินค้าขนาดใหญ่เพื่อส่งต่อไปยังจุดเป้าหมาย ก็จะทำให้ท่าเรือแห่งนี้มีความสำคัญไม่แพ้ท่าเรือกรุงเทพ ยกตัวอย่างง่ายๆ การขนส่งสินค้าจากท่าเรือกรุงเทพฯไปยังประเทศอินเดีย ต้องใช้ระยะเวลาในการเดินทางถึง 14 วัน แต่หากสินค้าเดินทางจากท่าเรือระนอง มุ่งตรงไปยังอินเดียใช้ระยะเวลาในการเดินทางแค่ 4 วัน" ประธานหอการค้า จ.ระนอง กล่าว
















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.