ล่าสุด องค์การอุตสาหกรรมพาณิชย์นาวี หรือเรียกสั้นๆ ว่า Marina ของฟิลิปปินส์ กำลังวางแผนผลักดันให้แดนตากาล็อกกลายเป็นศูนย์กลางพาณิชย์นาวีแห่งต่อไปของเอเชีย โดยจะพัฒนาธุรกิจท้องถิ่นแยกชิ้นส่วนเรือ ธุรกิจต่อเรือ อู่แห้ง (drydocking) และอุตสาหกรรม transshipment หรือการขนส่งสินค้าไปยังจุดพักชั่วคราวก่อนส่งต่อยังจุด ปลายทาง
ตัวแทนของมาริน่าอธิบายว่า "ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจของหลายประเทศที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเสือแห่งเอเชียรุ่งเรืองอย่างดี เพราะประเทศเหล่านี้เน้นศักยภาพทางพาณิชย์นาวีของตนเอง" ตัวอย่างเช่น ไต้หวัน ที่รู้จักในนามของการเป็น "ศูนย์กลางแยกชิ้นส่วนเรือ" และญี่ปุ่น ในฐานะ "อู่ต่อเรือ" ระดับโลก ก่อนถูกเกาหลีใต้ชิงตำแหน่งไป ขณะที่สิงคโปร์ และฮ่องกง เป็นศูนย์กลางการขนส่งทางเรือของเอเชียในปัจจุบัน โดยทั้งคู่มีธุรกิจขนส่งสินค้าแบบ transshipment ที่เฟื่องฟูมาก
เจ้าหน้าที่ของมาริน่าบอกว่า ในอดีต เรือจากหลายประเทศเคยมาใช้อู่แห้งที่ฟิลิปปินส์ ก่อนที่จะหายไป เพราะต้องเผชิญกับขั้นตอนและระเบียบราชการที่ซับซ้อนของกรมศุลกากร ดังนั้น ตามแผนปลุกชีวิตธุรกิจพาณิชย์นาวีครั้งนี้ มาริน่าได้วางกรอบการทำงานหลายประการ รวมถึงงานด้านกฎระเบียบ การควบคุม การพัฒนา และการสนับสนุนต่างๆ
ภายในแผนการกระตุ้นและสนับสนุน หน่วยงานพาณิชย์นาวีแห่งนี้จะเน้นการสนับสนุนเรือขนส่งสินค้าของฟิลิปปินส์ การพัฒนาช่องทางด้านการเงินใหม่สำหรับการขนส่งสินค้าทางเรือ และเสนอให้มีการบรรจุธุรกิจพาณิชย์นาวีไปกับแผนการสร้างท่าเรือนานาชาติเชิงกลยุทธ์
ส่วนในแง่การพัฒนา จะครอบคลุมการสร้างศูนย์ฝึกอบรมของมาริน่า การพัฒนา กระบวนการให้เกียรติบัตรแก่บุคลากรพาณิชย์นาวีที่มีความสามารถ การพัฒนาเส้นทางเดินเรือใหม่ๆ การศึกษาความเป็นไปได้ เพื่อระบุเส้นทางเดินเรือที่มีศักยภาพ การกำหนดกฎการปลดระวางเรือหรือเปลี่ยนเรือ พร้อมปรับปรุงประสิทธิภาพของอู่ต่อเรือให้สามารถต่อเรือทั้งขนาด 500 กรอสตันเนจและเล็กกว่า
นอกจากนี้จะมีการปรับข้อบังคับการขนส่งสินค้าทางเรือตามมาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งขึ้นอยู่กับประเภทและขนาดเรือ อีกทั้งยังเตรียมคู่มือเพื่อการบังคับใช้กฎหมายและควบคุมกระบวนการต่างๆ ประมวลขอบข่ายของมาริน่า รวบรวมกฎหมายพาณิชย์นาวี พร้อมอัพเดตข้อมูลการขนส่งทางเรือในประเทศ และพัฒนาฐานข้อมูลอุตสาหกรรมพาณิชย์นาวีทั้งหมด
หน่วยงานแห่งนี้ระบุว่า หนึ่งในกลยุทธ์สร้างความสำเร็จของการขนส่งทางทะเล คือ การขนส่งสินค้าแบบที่เรียกว่า "cargo consolidation" ผ่านท่าเรือหรือศูนย์กลางขนส่ง ที่เหมาะสม เพราะปัจจุบันผู้ขนส่งกำลังหันมาขนส่งสินค้าแบบรวมเป็นเขตเศรษฐกิจเดียวกันทั้งแบบขนส่งเข้าหรือออกจากกลุ่มอาเซียน หรือภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
ทั้งนี้สำหรับการขนส่ง ข้าวปริมาณมาก มาริน่าชี้ว่ามินดาเนา เป็นศูนย์กลางที่มีศักยภาพแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะท่าเรือในภาคเหนือ
ปัจจุบันธนาคารพัฒนาเอเชีย ฟิลิปปินส์ กำลังศึกษาเส้นทางเชิงกลยุทธ์ในการขนส่งข้าวโพดไปยังบอร์เนียว และขนยาปราบศัตรูพืชจากบินตูลู
ในเที่ยวกลับ ขณะเดียวกัน ศูนย์กลาง transshipment คอนเทนเนอร์ อาจใช้ท่าเรือมาการ์ ในเจเนอรัล ซานโตส โดยเฉพาะเมื่อมีการเปิดบริการบรรจุและขนส่งคอนเทนเนอร์โดยตรงทั้งไป-กลับบินตุง
มาริน่าย้ำว่า การส่งออกจากเอเชียตะวันออกจะได้ใช้เส้นทางนี้แทนการลงไปถึงสุราบายา ผ่านจาการ์ตา ไปสิงคโปร์ และท่าเรือเกาสง ในไต้หวันก่อนไปยังฝั่งตะวันตกของอเมริกา
ทั้งนี้คาดว่าต้นทุนการขนส่งสินค้าจะลดลงมากถึง 50% เมื่อใช้เส้นทางเดียวกันเพื่อนำเข้าสินค้าจากอเมริกา มายังสุลาเวสี มาลูกู อิเรียน จายา ไปจนถึงหมู่เกาะเลสเซอร์ ซันดร้า
















Leave a comment :