Switch to: uk
11 February 2012 12:01PM

พาณิชย์จี้คมนาคมถกสายเดินเรือ

26 Mar 10 ,  ฐานเศรษฐกิจ
  • 0

พาณิชย์จี้คมนาคมเจรจาสายเดินเรือข้ามชาติ ยื่นหมูยื่นแมว ขอลดค่าระวางเรือช่วยผู้ส่งออก แลกได้ลดค่าภาระหน้าท่า หลังถูกสายเรือยุโรปรวมหัวโขกขึ้นค่าระวางมหาโหด 50-100% อีกด้านหนุนสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือฯ จับเข่าคุย ขอฟิกซ์ค่าระวางราคาพิเศษตลอดปี ระบุภาพรวมส่งออกไทยปีนี้สดใส สั่งรุกหนักสินค้าดีไซน์เด่นได้เครื่องหมาย Demark และ G-mark ชิงได้เปรียบคู่แข่ง

 

นางมาลี  โชคล้ำเลิศ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงกรณีที่ค่าระวางเรือสายยุโรปได้พุ่งสูงขึ้น 50-100% กระทบต่อผู้ส่งออกที่ใช้บริการขนส่งสินค้าอย่างมากในเวลานี้ว่า ล่าสุดนางพรทิวา  นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เตรียมทำหนังสือถึงกระทรวงคมนาคมในฐานะกำกับดูแลการท่าเรือแห่งประเทศไทยเพื่อให้เจรจากับสายการเดินเรือต่างชาติเพื่อขอลดค่าระวางเรือลง โดยแลกกับการที่การท่าเรือฯจะลดค่าบริการต่างๆ เช่น ค่าเทียบท่า รวมถึงภาระหน้าท่าเรืออื่นๆ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน

 

ขณะเดียวกันทางกรมได้ทำหน้าที่ในการประสานกับผู้ส่งออก และสมาคมการค้าในกลุ่มสินค้าต่างๆ เพื่อขอให้ทำการรวบรวมข้อมูลความต้องการใช้ตู้คอนเทนเนอร์ในการขนส่งสินค้าตลอดทั้งปี และสายการเดินเรือในแต่ละภูมิภาคที่จะใช้บริการ โดยส่งข้อมูลให้กับสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย(สรท.) เพื่อทำหน้าที่ไปเจรจาต่อรองราคากับสายการเดินเรือ ซึ่งจะทำให้ได้ราคาค่าระวางในอัตราต่ำและคงที่ตลอดทั้งปี ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันสินค้าไทยในภาพรวมต่อไป

 

ก่อนหน้านี้นางพรทิวา  นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่าปัญหาด้านโลจิสติกส์ โดยเฉพาะค่าระวางเรือสายยุโรปที่สูงขึ้น 50-100% ระบุเป็นผลจากจีนมีความต้องการใช้ตู้คอนเทนเนอร์ในการส่งออกสินค้าเพิ่มขึ้นมาก  ทำให้ซัพพลายขาดแคลน เป็นเหตุให้โก่งราคาขึ้น อาทิ ค่าระวางสินค้าอาหารทะเลแช่แข็งจาก 2,800 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตู้คอนเทนเนอร์ ปรับขึ้นเป็น 4,300 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตู้ กระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของไทยอย่างมาก จึงได้ให้หัวหน้ากลุ่มสินค้า (Chiefs of Product)ของกระทรวงพาณิชย์ได้ประสานกับผู้ส่งออก และสรท.เพื่อเร่งแก้ปัญหาเร่งด่วน

 

นางมาลี กล่าวอีกว่า การส่งออกของไทยในเดือนมีนาคม รวมถึงเดือนที่เหลือของปีนี้มีแนวโน้มขยายตัวเป็นบวกอย่างต่อเนื่องตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก แต่การส่งออกคงต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ดังนั้นจากนี้ไปการแข่งขันด้วยคุณภาพสินค้าและบริการคงไม่เพียงพอ แต่ไทยจะต้องแข่งขันด้วยการพัฒนาสินค้าที่มีการออกแบบดีไซน์ใหม่ๆ เพื่อสร้างความแตกต่าง และสร้างมูลค่าเพิ่มในตัวสินค้ามากขึ้น

 

ล่าสุดทางกรมได้เร่งส่งเสริมผู้ส่งออกผ่านโครงการประกวดสินค้าไทยที่มีการออกแบบดีเด่น หรือ Design Excellence Award (Demark) ให้มีจำนวนมากขึ้นโดยเครื่องหมายดังกล่าวจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้า รวมถึงผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศเพราะมีมาตรฐานการตัดสินระดับสากล ขณะเดียวกันบริษัทที่ได้รับรางวัล Demark ยังสามารถส่งผลงานเข้าประกวดรางวัลการออกแบบยอดเยี่ยมของญี่ปุ่น(G-mark) โดยได้สิทธิพิเศษสามารถผ่านเข้ารอบที่สองได้เลยไม่ต้องประกวดรอบแรก จากสถิติในปี2552 ที่ผ่านมามีผู้ได้รับรางวัล Demark แล้วทั้งสิ้น 59 ผลงานจาก 39 บริษัท ในจำนวนนี้ได้ส่งไปประกวด ที่ญี่ปุ่นได้รางวัล G-mark ถึง 51 ผลงานจาก 34 บริษัท ซึ่งทางกรมจะได้ทำการโปรโมตบริษัทที่ได้รับรางวัล Demark และ G-mark ของไทยในตลาดญี่ปุ่น และเกาหลี รวมถึงตลาดอื่นๆ เพื่อช่วยเพิ่มยอดส่งออกสินค้าในกลุ่มที่ได้รับเครื่องหมายรับรองคุณภาพดังกล่าวต่อไป

Leave a comment :