Switch to: uk
24 May 2012 06:51AM

4 รมต.บินด่วนดูท่าเรือน้ำลึกทวาย อิตัลไทยวอนรัฐสนับสนุนเดินหน้ากรุยถนนพุน้ำร้อน

09 Jan 12 ,  prachachat.net
  • 0

ไทย-พม่า จับมือพัฒนาโครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย สานต่อรัฐบาลอภิสิทธิ์ หลังปีกว่าโครงการยังไปไม่ถึงไหน ล่าสุดส่ง 4 รัฐมนตรีบินดูงานถึงที่

นาย ธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมเอเชียตะวันออก 2 กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ถึงความคืบหน้าในโครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวาย นิคมอุตสาหกรรม และเส้นทางเชื่อมโยงมายังประเทศไทย ภายหลังการเยือนพม่าของนายกรัฐมนตรีไทยเมื่อกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมานี้ ว่า ในส่วนของรัฐบาลไทยจะสานโครงการนี้ต่อ โดยในระหว่างวันที่ 6-7 มกราคมจะมีรัฐมนตรีไทยที่เกี่ยวข้อง 4 กระทรวง ได้แก่

พล.อ.อ .สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน และนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเดินทางไปยังไซต์งานโครงการพัฒนาท่าเรือ น้ำลึกที่ทวาย เพื่อรับทราบผลการดำเนินโครงการ ซึ่งจะส่งผลให้โครงการเกิดความคืบหน้าทั้งในส่วนของภาครัฐและเอกชน

"การ เดินทางไปครั้งนี้ รัฐมนตรีทั้ง 3 ท่านจะได้รับฟังบริฟจากตัวผู้ดำเนินโครงการคือ บริษัทอิตาเลียนไทยดีเวล๊อปเมนต์ ที่ว่าหลังจากการลงนามพัฒนาท่าเรือมาตั้งแต่ปี 2553 หรือ 1 ปีกว่าผ่านมาแล้ว โครงการมีความ คืบหน้าอย่างไรบ้าง อะไรคืออุปสรรคและปัญหา เพื่อที่จะดูว่ารัฐบาลชุดนี้จะสามารถให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนโครงการนี้ ได้อย่างไร" นายธานีกล่าว

ทั้งนี้ โครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวาย ตั้งอยู่ที่ ต.นาบูเล เมืองทวาย ในภาคตะนาวศรีของเมียนมาร์ ในพื้นที่ 250 ตารางกิโลเมตร หรือใหญ่กว่ามาบตาพุด 10 เท่า โดยบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ในนามบริษัท ทวาย ดีเวลลอปเมนต์ (Dawei Development หรือ DDC) ได้ลงนามในกรอบความตกลงร่วมกับการท่าเรือเมียนมาร์ ในฐานะ 1)เป็นผู้พัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวาย 2)นิคมอุตสาหกรรมที่จะเกิดขึ้น ประกอบไปด้วย โรงกลั่นน้ำมัน โรงไฟฟ้าถ่านหิน และโรงหลอมเหล็ก, อุตสาหกรรมปิโตรเคมี และ 3)ระบบสาธารณูปโภค ได้แก่ ถนน รถไฟ สายส่งไฟฟ้า ท่อก๊าซ/ท่อน้ำมันเชื่อมโยงมายังบ้านพุน้ำร้อน จ.กาญจนบุรี ระยะทาง 160 กิโลเมตร

สำหรับความคืบหน้าทางด้านเส้นทางเชื่อมโยงระหว่างท่าเรือ น้ำลึกทวายกับประเทศไทยนั้น ล่าสุดบริษัท อิตาเลียนไทยฯได้กรุยเส้นทางลูกรังจากเมืองทวาย มายังตรงข้ามบ้านพุน้ำร้อน จ.กาญจนบุรี เสร็จเรียบร้อยแล้ว ในขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียดสำหรับการก่อสร้างถนน (Detail Design) ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2555 และเตรียมจัดทำ Feasibility Study ของโครงการพื้นฐานคู่ขนานไปกับการเจรจาหาผู้ร่วมทุนที่สนใจจะเข้าร่วมพัฒนา โครงการต่อไป

ขณะที่ ดร.สมเจตน์ ทิณพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทวาย ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด กล่าวว่า โครงการท่าเรือน้ำลึกทวายจะทำให้พม่าเดินหน้าแบบก้าวกระโดดและอาจเร็วเกิน กว่าที่เวียดนามเคยเป็นมา แผนพัฒนาโครงการมีรายละเอียดที่ต้องพัฒนาต่ออีกมาก แม้ว่าอิตัลไทยจะเป็นแรงขับเคลื่อนภาคเอกชนที่ดีเยี่ยมในด้านการลงทุน แต่ไม่เชื่อว่าภาคเอกชนจะทำงานได้ฝ่ายเดียวเพราะเมกะโปรเจ็กต์ระดับเฟสการลง ทุนช่วงแรกถึง 400,000 ล้านบาท ต้องให้ทั้งรัฐบาลไทยและรัฐบาลพม่าช่วยกันผลักดัน "หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถอยกลับ โครงการนี้ก็จะไม่มีวันสำเร็จอย่างแน่นอน ส่วนตัวมองว่าหัวใจของความคืบหน้าของโครงการทวายก็คือ การทำความเข้าใจความซับซ้อน ทางสังคม การเมือง และกฎหมายของพม่า"

นาง ไข่ ไข่ นวย เลขาธิการร่วม สภาหอการค้าและอุตสาหกรรมพม่า กล่าวถึงความคืบหน้าของกฎหมายพม่าที่จะเข้ามารองรับนักลงทุนว่า เมื่อเดือนมกราคมของปีที่ผ่านมา รัฐบาลพม่าได้ออกกฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษ (Special Economic Zone Law : SEC) กับกฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย (Dawei Special Economic Zone Law : DSEC) เพื่อรองรับนักลงทุนต่างชาติโดยเฉพาะโครงการทวาย

นักลงทุนต่างชาติ ที่เข้ามาทำธุรกิจในพม่าจะได้รับการ "ยกเว้น" ภาษีเป็นเวลา 5 ปี การยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับเครื่องจักรกลและยานพาหนะเป็นเวลา 5 ปี และล่าสุดรัฐบาลพม่ากำลังทบทวนรายละเอียดกฎหมายการลงทุนจากต่างชาติ (Foreign Investment Law) เพื่อสนับสนุนการลงทุนจากต่างชาติมากขึ้น คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในปี 2555 นี้

สอดคล้องกับความเห็นของ ดร.สมเจตน์ ที่ว่า กฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย (DSEC) และกฎหมายฉบับอื่น ๆ ที่จะตามมา จะต้องสอดคล้องกับการรองรับการเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)

 

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.