นับถึงวันนี้เป็นเวลาเกือบ 3 ปีที่ "บริษัท ไทย โลจิสติกส์ อัลลายแอนซ์ จำกัด หรือ TLA" ถือกำเนิดขึ้น จากการรวมตัวของผู้ประกอบการรายกลาง รายย่อย 31 บริษัท จาก 4 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ กลุ่มธุรกิจรถขนส่ง, กลุ่มธุรกิจตัวแทนออกของ, กลุ่มธุรกิจผู้ให้บริการรับจัดการขนส่งสินค้า, กลุ่มธุรกิจคลังสินค้า ตามนโยบายของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ร่วมมือกับศูนย์ความเป็นเลิศด้านโลจิสติกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี โดยหวังว่าการรวมกลุ่มเป็นพันธมิตรเพื่อ ให้ผู้ประกอบการโลจิสติกส์รายย่อยจะได้รวมกันมีขนาดใหญ่ มีทุนและทรัพยากรมากขึ้น มีเทคโนโลยี มีเครือข่าย ทำให้มีศักยภาพในการให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจร และมีขีดความสามารถแข่งขันกับต่างชาติได้
โดยการรวมกันเป็นเครือข่ายช่วยให้สามารถลดต้นทุนได้จากรูปแบบการรวม คำสั่งซื้อ การร่วมกันใช้ทรัพยากร เช่น แรงงาน, รถ, ระบบ IT และการมีอำนาจ ต่อรองกับ supplier ซึ่งเหล่านี้ทำให้เครือข่ายผู้ให้บริการโลจิสติกส์มีต้นทุนที่ต่ำมาก ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ไทยจึงสามารถให้บริการระดับมาตรฐานสากล ในราคาที่เหมาะสมกับคนไทย
นายไพรัส ตั้งเสรีสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอปป้า ฟอร์เวิดเดอร์ จำกัด และกรรมการบริหาร บริษัท ไทย โลจิสติกส์ อัลลายแอนซ์ จำกัด หรือ TLA เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ขณะนี้ตนเข้ามารับตำแหน่งรักษาการกรรมการผู้จัดการ TLA แทนนายชุมพล สายเชื้อ ที่ลาออกไป โดยปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการเพิ่มทุนและปรับโครงสร้างการบริหารงานภายในองค์กรใหม่ เนื่องจากการดำเนินงานที่ผ่านมาค่อนข้างประสบปัญหาไม่มีความเป็นเอกภาพ และไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควรจากบริษัทที่เข้ามาร่วมทุน ขณะที่กรรมการที่รับอาสาเข้ามาบริหารงานไม่ได้รับอำนาจในการตัดสินใจได้ทันที ต้องรอถามความเห็นจากทั้ง 31 บริษัท นอกจากนี้ มีการไปประมูลงานแข่งขันกันเองบ้าง เพราะทำธุรกิจประเภทเดียวกัน ส่งผลกระทบต่อการไปแข่งขันประมูลงานต่าง ๆ ทำไม่ได้เต็มที่ ดังนั้น เพื่อให้บริษัทสามารถดำเนินงานต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเสนอให้มีการเปลี่ยนวิธีการบริหารงานและรูปแบบการลงทุนในบริษัทใหม่
TLA ก่อตั้งเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2550 โดย 31 บริษัทมีข้อตกลงจะลงขันกันคนละ 200,000 บาทเท่า ๆ กัน การบริหารงานจะเป็นลักษณะการอาสากันเข้ามาทำงานของผู้ร่วมทุนบางบริษัท แต่เวลาจะตัดสินใจทำอะไรก็ต้องรอขอความเห็นจากผู้ร่วมทุน และหลายครั้งมีปัญหาประมูลงานได้มา แต่กลับไม่มีรถไปขนส่งเพียงพอกับสินค้าที่ประมูลมาได้ ความช่วยเหลือที่ขอไปไม่ได้กลับมา เพราะหลายบริษัทนำรถไปใช้ในงานหลักของบริษัทก่อน ที่เหลือถึงจะนำมาขนให้กับ TLA เมื่อจำนวนรถขนส่งไม่สามารถกำหนดได้แน่นอน ทำให้หลายครั้งกรรมการที่เข้ามาบริหารงานไม่กล้าไปรับงาน ทั้งที่มีงานมากมายรออยู่ข้างหน้า
"เพื่อแก้ปัญหาหลาย ๆ อย่างที่เกิดขึ้น จึงได้มีการเสนอแนวทางออกที่คิดว่าดีที่สุด โดยให้ปรับรูปแบบการลงขันใหม่ โดยไม่กำหนดว่าจะต้องลงเงินเท่ากัน หากผู้ถือหุ้นรายใดสามารถลงขันได้มาก จะมอบให้ เข้ามารับหน้าที่การบริหารงานไป อย่างน้อยคนที่มาลงขันมากจะทุ่มเทในการทำงานให้บริษัทเดินไปได้ และจะมีรถบรรทุกเข้าไปสนับสนุนงานที่ประมูลมาได้ส่วนหนึ่ง โดยไม่ต้องรอรถจากผู้ร่วมทุนรายอื่นที่ไม่มีความแน่นอน การไปรับงานจะไม่เสียชื่อ อนาคต TLA อาจจะมีการซื้อรถบรรทุกเป็นของตัวเอง
ปัจจุบันบริษัทกลางแห่งนี้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักแล้ว อนาคตผมว่ามีโอกาสเดินหน้า ต่อไปได้ เพียงแต่แก้ปัญหาข้อจำกัด และอุปสรรคที่มีอยู่ ตอนนี้เรามีแต่รายจ่าย ทุกวัน ทุนที่เหลือมีจำกัด แต่งานมีน้อย เลือดไหลออกตลอด ถ้าสามารถปรับทุกอย่างให้ดีขึ้นสามารถรุกตลาดไปได้ รวมถึงการเปิดตลาดประเทศในกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS)" นายไพรัสกล่าว
ดึง "Good World" แม่แบบ TLA
นายยู เจียรยืนยงพงศ์ ประธานสมาพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย และกรรมการผู้จัดการ บริษัท เคเอ็นอาร์กรุ๊ป จำกัด หนึ่งในบริษัทร่วมทุน TLA กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า เกือบ 3 ปีที่ TLA ก่อตั้งมามีปัญหาหลักในเรื่องโครงสร้าง ของการบริหาร ตั้งแต่ปีแรกที่เริ่มก่อตั้ง ด้วยความที่ 31 บริษัทต่างมีความหลากหลายในการทำงาน ความคิด ประสบการณ์ รวมถึงวัฒนธรรมการทำงานของแต่ละองค์กรแตกต่างกัน แต่ละคนไม่รู้จักกันดีพอ ทำให้มีอุปสรรคในการทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว การทำงานจึงต้องรอขอความเห็นจากทุกคน พอมาปีที่ 2 และปีที่ 3 มีปัจจัยเรื่องวิกฤตเศรษฐกิจเข้ามากระทบอีก งานที่จะได้จากลูกค้ามีน้อย แต่หากมีการปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการให้ดีขึ้นบริษัทสามารถเดินต่อไปได้
การที่นำบริษัท SMEs ที่มีความหลากหลายทางความคิดมาอยู่รวมกันได้ถึงเกือบ 3 ปีถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง การตั้งบริษัทขึ้นมาทุกคนมีผลประโยชน์ร่วมกัน แต่จะคิดว่าบริษัทต้องมีกำไรตั้งแต่ปีแรกคงไม่ได้ คงต้องค่อยเป็นค่อยไป แต่คิดว่าหลังจากการหารือและนำประสบ การณ์ที่มีอยู่มาช่วยกันทำงานทุกอย่างคงดีขึ้น สำหรับเรื่องการเพิ่มทุนนั้นตอนนี้ TLA เหลือเงินทุนที่ใช้หมุนเวียนอยู่อย่างจำกัด จึงต้องมีการวางแผนเตรียมการเพิ่มทุนไว้ล่วงหน้า เท่าที่หารือไว้คงจะเพิ่มให้เท่ากับทุนจดทะเบียนที่เริ่มก่อตั้งคือ 5 ล้านบาท แต่สัดส่วนการเพิ่มทุนของแต่ละบริษัทต้องคำนึงถึงผู้ร่วมทุนที่มีกำลังทรัพย์น้อยด้วย เพราะหากรายใหญ่เพิ่มทุนมาก จะส่งผลกระทบให้สัดส่วนของผู้ถือหุ้นเดิมลดลง
"จากประสบการณ์ของผมในสมาคมขนส่งเองได้มีการรวมตัวกันในลักษณะนี้เช่นกัน เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่งรายเล็กที่ลำบากอยู่แล้ว ไม่ให้ไปตัดราคากันเอง มีจุดมุ่งหมายชัดเจน และบริหารงานอย่างเป็นธรรม ซึ่งประสบผลสำเร็จมาถึง วันนี้ ในนามบริษัท "Good World" โดยความสำเร็จส่วนหนึ่งต้องมีผู้ประกอบการ รถบรรทุกขนาดใหญ่ให้การสนับสนุน เช่น การใช้สายสัมพันธ์ช่วยเหลือในการจัดหางาน และแบ่งงานกระจายมาให้รายเล็ก จนล่าสุดในสมาคมขนส่งได้มีการพัฒนามาจัดตั้งเป็นสหกรณ์ช่วยเหลือกันในแง่ของการจัดซื้อจัดหาอะไหล่ในราคาถูก ซึ่งผมหวังว่าจะนำประสบการณ์การบริหารงานของ "Good World" มาใช้ช่วยวางระบบการบริหารงานให้กับ TLA ได้บ้าง" นายยูกล่าว
แหล่งข่าวจาก TLA เปิดเผยว่า ที่ผ่านมานายชุมพล สายเชื้อ กรรมการผู้จัดการ ซึ่งรับหน้าที่อาสาเข้ามาบริหารงานค่อนข้างอึดอัดใจในการทำงาน เพราะไม่มีอำนาจในการตัดสินใจทำงาน และนายชุมพลมักจะถูกผู้อาวุโสมองว่ามีอายุน้อย อ่อนประสบการณ์ในการบริหารงาน ทำให้ไม่สามารถทำงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ได้ จึงได้น้อยใจลาออกจากตำแหน่งไป และมีข่าวว่านายยู เจียรยืนยงพงศ์ ประธานสมาพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ในนามบริษัท เคเอ็นอาร์กรุ๊ป จำกัด ไดถูกทาบทามใหเข้ามาเป็นผู้เพิ่มทุนรายใหญ่ เพื่อใช้ประสบการณ์ที่มีอยู่มาช่วยพยุงให้ TLA เดินหน้าต่อไปได้
















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.