นางวัลลภา สถิรชวาล ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนกลยุทธ์ บริษัท อีเกิ้ลส์ แอร์แอนด์ซี (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทร่วมทุนไทย-สิงคโปร์ ซึ่งก้าวจากบริษัทรับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (Freight Forwarder) มาเป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจร ได้เปิดใจให้สัมภาษณ์ "ประชาชาติธุรกิจ" ในโอกาสที่บริษัทกำลังจะก้าวขึ้นสู่ปีที่ 20
- อีเกิ้ลส์ฯมีบริการครบวงจรอะไรบ้าง
อีเกิ้ลส์ฯให้บริการเขตปลอดอากร (free zone) การจองระวางเรือ ระวางขนส่งสินค้าทางอากาศ บริการขนส่งและกระจายสินค้า มีการขนส่งค้าผ่านแดนทำพิธีการศุลกากร การทำระบบ pick and pack การทำ move การทำ domstic tracking การทำประกันภัยให้กับลูกค้า มีการทำโปรเจ็กต์งาน เช่น การขนช้าง 8 เชือก แบบเหมาลำไปออสเตรเลีย เหมาลำขนส่งจระเข้ เหมาลำเครื่องบิน เหมาลำเรือขนย้ายสินค้าขนาดใหญ่ เช่น การขนย้ายเครื่องจักรขนาด 10-12 ตัน การขนส่งท่อให้กับการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย นอกจากนี้มีบริษัทในกลุ่มทำธุรกิจเป็นตัวแทนสายการบินในการบริหารระวางเครื่องบิน เช่น สายการบิน Jetstar Airways สายการบิน Tiger Airways ซึ่ง อีเกิ้ลส์ฯได้รับการแต่งตั้งเสมือนเป็นเจ้าของเครื่องบินที่ออกจากประเทศไทย
- นโยบายหลังเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว
อีเกิ้ลส์ฯจะเดินกลยุทธ์โดยเราต้องพยายามทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า สิ่งที่เราให้บริการคุ้มค่ากับเงินที่ลูกค้าจ่ายให้เรา เศรษฐกิจตกต่ำช่วงที่ผ่านมาทำให้ลูกค้าหลายบริษัทไม่อยากมีพนักงานเพิ่ม เราพยายามเข้าไปเป็นแผนกโลจิสติกส์ในบริษัทของลูกค้า และลูกค้าจะได้ไปมุ่งทำเรื่องตลาดขายสินค้าไป รวมถึงมีนโยบาย ที่จะเปิดบริการใหม่ ๆ ในตลาดภายในประเทศไทยและตลาดในแถบเอเชีย เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ครบวงจรมากขึ้น โดยการใช้ ประโยชน์จากเครือข่ายประมาณ 200 แห่งทั่วโลกที่สนับสนุน ขณะเดียวกันได้มีการตั้งงบฯในการทำประชาสัมพันธ์ เพื่อขยายฐานลูกค้าให้เพิ่มขึ้น ที่ผ่านมาการที่บริษัทยืนอยู่ได้เพราะลูกค้าแนะนำกันปากต่อปากถึงการให้บริการของเราในด้านความไว้วางใจ แต่สิ่งที่อีเกิ้ลส์ฯขาดไปในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาคือ เรื่องของการประชาสัมพันธ์
นอกจากนี้ บริษัทมีเป้าหมายจะเข้าไปเปิดตลาดในสหรัฐอเมริกา โดยล่าสุดได้เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์ชาวต่างชาติที่มีประสบการณ์ในวงการมานานเข้ามาร่วมงานกับบริษัท เพราะการจะก้าวไปสู่การเป็นผู้ให้บริการธุรกิจโลจิสติกส์ครบวงจรระดับโลก เรื่องภาษาและความเข้าใจด้านวัฒนธรรมถือเป็นสิ่งสำคัญ คิดว่าคนฝรั่งด้วยกันน่าจะเข้าใจกันได้ดีกว่า
รวมทั้งการมองหาพันธมิตรเพื่อขยายเข้าไปในตลาดจีนและเวียดนามในปีหน้า
- จุดเด่นของบริการใหม่ ๆ
จากวิกฤตเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา ทำให้บริษัทต้องพัฒนากลยุทธ์ในการหาตลาด ต้องพัฒนาจุดแข็ง ปีนี้อีเกิ้ลส์ฯเน้นทำโลจิสติกส์ครบวงจร โดยมีการให้บริการเขตปลอดอากรในเชิงลึกมากขึ้นกว่าการให้เช่าพื้นที่คลังสินค้าทั่วไปที่ให้บริการกัน และการขนส่งสินค้าฮาลาล
- บริการเขตปลอดอากรมีสิ่งแตกต่างอย่างไร
อีเกิ้ลส์ฯพยายามมุ่งสร้างความแตกต่าง เพราะเล็งเห็นว่าในโลกการค้าเสรีที่มีสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่แต่ละประเทศตกลงกันเปลี่ยนไปมาก ดังนั้นอีเกิ้ลส์ฯจึงมุ่งเข้าไปเป็น "logistics partner" ให้กับลูกค้า ให้คำปรึกษาโดยจะเข้าไปถามลูกค้าว่า สินค้าของลูกค้าส่งออกไปยังประเทศใด สินค้านี้ซื้อจากประเทศใด เช่น แอฟริกา เกาหลี ออสเตรเลีย ประเทศเหล่านั้นมีเงื่อนไขข้อตกลงเรื่องสิทธิประโยชน์อะไรกับประเทศไทยอยู่บ้างที่ลูกค้าควรจะได้รับ สิทธิประโยชน์นั้น ลูกค้าใช้สิทธิเต็มที่ หรือยัง ลูกค้าได้รับการยกเว้นมาตรา 19 ทวิ ได้รับส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้รับ FTA อย่างไร อีเกิ้ลส์ฯจะเข้าไปดูแลข้อมูลเอกสารต่าง ๆ เหล่านี้ให้ลูกค้ามากกว่าการทำหน้าที่ขนส่งปกติ รวมถึงการร่วมกับลูกค้าทำในเรื่องการลดโลกร้อน มีการนำบรรจุภัณฑ์กลับมารีไซเคิล เป็นต้น
นอกจากนี้ เมื่อลูกค้านำสินค้าเข้ามาเก็บยังเขตปลอดอากรของอีเกิ้ลส์ฯ ทาง อีเกิ้ลส์ฯจะพิจารณาเสนอสิ่งที่จะสร้างประโยชน์และมูลค่าให้กับสินค้าของลูกค้าโดยการสอบถามข้อมูลลูกค้าปลายทางว่าคือใคร ยกตัวอย่างมีบริษัทแห่งหนึ่งนิยมนำสินค้าเข้ามาจากประเทศที่มีข้อตกลง FTA และกระจายไปยังประเทศอื่น ๆ ช่วยทำให้ลูกค้าลดต้นทุนอย่างน้อย 5-20% หากลูกค้านำสินค้าเข้ามาเพื่อขายในประเทศก็ชำระภาษีเรียบร้อยนำออกมา แต่สิ่งที่เราทำให้ลูกค้าเกิดความยืดหยุ่นคือ ถ้าสินค้าบางส่วนลูกค้าไม่แน่ใจว่าจะขายในประเทศหรือต่างประเทศ ลูกค้าสามารถนำสินค้าจำนวนนี้ไปเก็บในเขตปลอดอากรได้แบบไม่มีระยะเวลา เป็นต้น
รวมถึงอีเกิ้ลส์ฯมีแผนขยายพื้นที่เขตปลอดอากรทั้ง 2 แห่ง จากปัจจุบันมีพื้นที่เขตปลอดอากรในสนามบินสุวรรณภูมิประมาณ 700 ตารางเมตร เขตปลอดอากรในนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง 4,000 ตารางเมตร ส่วนจะขยายเท่าไรต้องรอดูแนวโน้มภาวะเศรษฐกิจการเมืองของประเทศอยู่
- การขนส่งสินค้าฮาลาล
เป็นบริการใหม่โดยอีเกิ้ลส์ฯได้มีการลงนามข้อตกลงกับคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย โดยสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทยที่จะพัฒนาระบบ "ฮาลาลโลจิสติกส์" ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการร่างกฎระเบียบใหม่เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้บริโภคชาวมุสลิมได้ว่า ตลาดซัพพลายเชนของสินค้าอาหารตั้งแต่กระบวนการผลิต กระบวนการขนส่ง จนถึงมือผู้บริโภคปลายทางได้มีการปฏิบัติอย่างถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลามทุกประการ ไม่มีการปนเปื้อนกับสินค้าต้องห้าม โดยอีเกิ้ลส์ฯจะบริหารระบบการขนส่งตามหลักศาสนาอิสลาม ยกตัวอย่างของต้องห้าม เช่น แอลกอฮอล์ หมู สุนัข เลือด แม้เราจะขนส่งในตู้เดียวกัน แต่เราจะหาสินค้าอื่นมาคั่นในการขนส่งไม่ให้สินค้า ฮาลาลกับสินค้าต้องห้ามมาอยู่ใกล้ปะปนกัน โดยระบบการขนส่งของอีเกิ้ลส์ฯจะได้รับการรับรองจากคณะกรรมการกลางอิสลามมาตรวจสอบระบบ สิ่งที่จำเป็นคือระบบคุณภาพกับการจัดการตั้งแต่ต้นทางถึงผู้รับปลายทาง
- เตรียมรับมือการเปิดเสรีอย่างไร
เมื่อเปิดเสรีด้านการค้าและบริการ อีเกิ้ลส์ฯต้องปรับตัวนอกจากการขยาย เรื่องรูปแบบการบริการ อีเกิ้ลส์ฯได้สมัครเข้าร่วมโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตเพื่อยกระดับความสามารถการแข่งขัน (manufacturing development to competitiveness programme-MDICP) กับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ปรับวิสัยทัศน์ และเราเปิดโอกาสให้พนักงาน 160 คนที่มีอยู่พัฒนาศักยภาพ มีการปรับโครงสร้างการทำงานภายในองค์กร มีการว่าจ้างทีมงานมืออาชีพเข้ามาอีกหลายคนเพื่อปรับกระบวนทัพของเราโดยเฉพาะด้านอิเล็กทรอนิกส์และด้านการตลาด
- ยอดขายปีที่ผ่านมา และเป้าหมายปีนี้
ยอดขายปีที่ผ่านมาต่ำกว่า 200 ล้านบาท เพราะเป็นช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ ยอดขายเราตกไปประมาณ 20% แต่ปีนี้หลังรุกทำประชาสัมพันธ์และเปิดบริการใหม่ ๆ มากขึ้น ครบวงจรมากขึ้น บริษัท ตั้งเป้าหมายจะทำให้ยอดขายเพิ่มมากกว่า 20% คิดจากฐานยอดขาย 200 ล้านบาท ที่เคยทำได้ในช่วงก่อนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ตอนนี้เราร่วมกับลูกค้าทำในเรื่องการลดโลกร้อน มีการนำบรรจุภัณฑ์กลับมารีไซเคิล
- การเมืองมีผลกระทบมากน้อยต่อการดำเนินธุรกิจ
ค่อนข้างหนัก เพราะลูกค้าไม่เดินทางมาทำธุรกิจ การซื้อขายก็น้อย
















Leave a comment :