ผู้ประกอบการไทยหลายท่านอาจยังไม่เคยได้ยินหรือทราบถึงประโยชน์ที่จะได้จากการเข้าไปใช้บริการในเขตอุตสาหกรรมปลอดภาษีอากร (Bangkok Free Trade Zone) ทำให้ยังไม่ค่อยมีผู้ประกอบการไทยเข้าไปประโยชน์ในตรงจุดนี้มากเท่าไรนัก ประโยชน์ที่เห็นได้ชัด เมื่อท่านนำสินค้าเข้าไปพักหรือผลิตภายในเขตอุตสาหกรรมปลอดภาษีอากรนี้ ได้แก่ การช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ เพิ่มผลประกอบการ และเพิ่มโอกาสในการสร้างธุรกิจให้ผู้ประกอบการ ซึ่งคุณเฉลิมวรรณ จันทมงคลพันธ์ Business Development Manager บริษัท พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด สามารถอธิบายถึงสิทธิประโยชน์ถึงการเข้ามาใช้บริการเขตอุตสาหกรรมปลอดภาษีอากรที่ทางพรอสเพคได้เข้ามาดูแลตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา ตลอดจนโครงการในอนาคตเพื่อประโยชน์ต่อผู้ส่งออกและนำเข้า
สิ่งที่ผู้ประกอบการควรจะทราบก่อนคือ เขตอุตสาหกรรมปลอดภาษีอากรนี้ เป็นพื้นที่ที่ได้รับยกเว้นภาษีอากร และถือเป็นส่วนหนึ่งของเขตนิคมอุตสาหกรรม (Industrial Park), กิจการเขตอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ (Logistics Park) และเป็นโครงการที่ได้รับการสนับสนุนโดยบีโอไอ (BOI) ตั้งอยู่บนถนนบางนา-ตราด กม.23 ทางเข้านิคมอุตสาหกรรมบางพลี ใกล้กับกรุงเทพฯ สนามบินสุวรรณภูมิ ท่าเรือแหลมฉบัง และลานตู้คอนเทนเนอร์ลาดกระบังและเขตอุตสาหกรรมอื่นๆ อันจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการส่งออกและนำเข้าเพราะได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าและส่งออก ทั้งยังช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ด้านขนส่ง เนื่องจากไม่ไกลจากท่าเรือและลานตู้คอนเทนเนอร์
นอกจากบริการในส่วนโรงงานและคลังสินค้าภายในเขตอุตสาหกรรมปลอดภาษีอากรนี้แล้ว ผู้ประกอบการยังสามารถใช้เป็นศูนย์กระจายสินค้าระหว่างประเทศ (International Distribution Centre: IDC) และใช้พื้นที่วางคอนเทนเนอร์ที่กำลังอยู่ช่วงก่อสร้าง เช่นเดียวกับสาธารณูปโภคอื่นๆ และถนนที่กำลังในช่วงปรับปรุง โดยคาดแล้วเสร็จเดือนธันวาคมศกนี้ คุณเฉลิมวรรณ เปิดเผยว่า เนื่องจากมีลูกค้าหลายรายมีโรงงานที่ค่อนข้างไกลจากเขตอุตสาหกรรมปลอดภาษีนี้ ทางพรอสเพคจึงสร้างเขตอุตสาหกรรมทั่วไป (General Industrial Zone) ซึ่งมีพื้นที่มากถึง 4,000 ตารางเมตร เพิ่มขึ้นมา นอกเหนือจากการให้บริการบนพื้นที่ 6,000 ตารางเมตร ในพื้นที่เขตอุตสาหกรรมปลอดภาษี (Free Trade Zone) เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการให้สามารถขนส่งสินค้าระหว่างโรงงานและคลังสินค้าได้ง่ายขึ้น
เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ประกอบการในด้านคลังสินค้า จึงมีการออกแบบผลิตภัณฑ์คลังสินค้าออกมา 2 ประเภทได้แก่ Warehouse on ground ที่สามารถรับน้ำหนักได้มากถึง 3 ตัน โดยสามารถแบ่งเป็นคลังสินค้าที่มีขนาดตั้งแต่ 585-3,000 ตารางเมตร และ Warehouse on beam รับน้ำหนักได้ถึง 5 ตัน สามารถแบ่งเป็นคลังสินค้าที่มีขนาดได้ตั้งแต่ 700-4,000 ตารางเมตร ซึ่งทั้ง 2 ประเภทถูกออกแบบให้มีความสูงค่อนข้างมาก สำหรับในกรณีที่ลูกค้าต้องการพื้นที่ในแนวตั้งมากกว่าพื้นที่ในแนวราบ ซึ่งจะช่วยให้สามารถใช้พื้นที่ให้เป็นประโยชน์มากที่สุด แต่ยังมีเพียง Warehouse on beam ที่สามารถใช้งานได้ทันทีในขณะนี้ ส่วน Warehouse on ground คาดว่าสร้างเสร็จพร้อมกับสาธารณูปโภคอื่นๆ “ในกรณีที่ลูกค้ามีความต้องการในขนาดของโรงงานหรือคลังสินค้าที่แตกต่างจากขนาดของโรงงานหรือคลังสินค้าที่เรามี ทางพรอสเพคก็สามารถดัดแปลงให้เป็นไปตามที่ลูกค้าต้องการได้” คุณเฉลิมวรรณ กล่าว
คุณเฉลิมวรรณ ยังได้อธิบายเพิ่มเติม ไม่ใช่ว่าอุตสาหกรรมไหนก็เข้ามาใช้บริการตรงนี้ได้ “เขตปลอดภาษีนี้เหมาะสำหรับผู้ผลิตหรือผู้ประกอบการที่จะต้องมีการนำเข้าของสินค้าหรือวัตถุดิบที่มีภาษีสูง หรือผู้ผลิตสินค้าในประเทศไทยแล้วส่งออกไปต่างประเทศ โดยเฉพาะบริษัทที่มีปริมาณสินค้าจำนวนมากและต้องการพื้นที่คลังสินค้า รวมไปถึงเครื่องจักรอุปกรณ์ต่างๆ หรือแม้แต่ชิ้นส่วนรถยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ที่นำมาประกอบในเขตปลอดภาษี สามารถส่งออกโดยไม่ต้องเสียภาษีได้เลย เน้นในอุตสาหกรรม Life Industry เนื่องจากมีระบบกำจัดน้ำเสียที่เหมาะกับอุตสาหกรรมประเภทนี้ แต่อาจจะไม่ได้ถึงขนาดอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ที่ต้องมีการกำจัดของเสียลงในน้ำสูง เพราะทางพรอสเพคคำนึงในเรื่องของสิ่งแวดล้อมด้วยเช่นกัน”
สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังมองหาวิธีลดต้นทุนโลจิสติกส์ทั้งด้านการผลิตและขนส่ง อันจะช่วยเพิ่มผลประกอบการให้บริษัทของท่าน ทุกกิจกรรมโลจิสติกส์ไม่ว่าการพักสินค้า หรือการผลิตภายในเขตอุตสาหกรรมปลอดภาษี เพื่อการกระจายสินค้าหรือส่งออก น่าจะเป็นอีกวิธีหนึ่งที่น่าเก็บไปพิจารณา ทั้งนี้ ทางพรอสเพค ยังมีบริการคำปรึกษาสำหรับผู้ที่ไม่มีความรู้เรื่องเขตปลอดภาษีและ BOI โดยสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโดยตรงได้ที่ บริษัท พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด โทร 02-697-3860 เว็บไซต์ http://www.prospectd.com
















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.