Switch to: uk
10 February 2012 12:01PM

โลจิสติกส์แฟร์ 2010 ยกระดับโลจิสติกส์ไทยสู่อาเซียน

21 Jul 10 ,  Editorial
  • 0

Thailand International Logistic Fair 2010 (TILOG 2010) งานแสดงสินค้าโลจิสติกส์จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 ในปีนี้ถือเป็นครั้งแรกของการร่วมมือในการยกระดับการจัดงานโลจิสติกส์ไทยสู่อาเซียนโดยไทยรับเป็นเจ้าภาพในการจัดงาน FIATA World Congress 2010 ซึ่งงาน TILOG 2010 นี้กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 – 11 ตุลาคม 2553 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (TNSC) และสมาคมผู้ประกอบธุรกิจวัตถุอันตราย (HASLA) ร่วมจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวงานแสดงสินค้าโลจิสติกส์ 2553 หรือ The 7th Thailand International Logistic Fair 2010 (TILOG 2010) โดยได้รับเกียรติจากนายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในการแถลงข่าว

 

64_th_3_002


นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่างานแสดงสินค้าโลจิสติกส์ 2553 (The 7th Thailand International Logistics Fair 2010 :TILOG 2010) จัดขึ้นภายใต้แนวคิด  ASEAN LOGISTICS NETWORK >>> Gateway to the World โดยการจัดงานในครั้งนี้ถือว่าเป็นอีกเวทีหนึ่งที่มีความสำคัญในการยกระดับไปสู่การเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ในภูมิภาคอาเซียน เพื่อรองรับการเปิดเสรีทางการค้าของ AEC (ASEAN Economic Community) ซึ่งจะเกิดขึ้นในปี 2558 รวมถึงการสร้างพันธมิตรทางการค้าต่างประเทศโดยใช้เครือข่ายโลจิสติกส์ ระหว่างกลุ่มประเทศอาเซียน และกลุ่ม ASEAN+3 (จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้) และ ASEAN+6 (จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ) อีกทั้งยังเป็นการใช้เวทีดังกล่าวเป็นโอกาสในการเผยแพร่ และแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์การพัฒนาการเชื่อมโยงของ LSPs ในภูมิภาคอาเซียน


“เป็นที่ทราบดีว่ารายได้ของประเทศไทยมาจากการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะจากการส่งออกสินค้าและบริการที่มีสัดส่วนสูงถึง 70% ของจีดีพี เป็นตัวบ่งชี้ว่าไทยเป็น “Trading Nation” หรือชาติแห่งการค้า ไม่ใช่ประเทศเกษตรกรรมพื้นฐานอีกต่อไป แต่เมื่อหันกลับมามองต้นทุนโลจิสติกส์ของไทยพบว่ามีสัดส่วนสูงถึง 20% ของจีดีพี ดังนั้นโลจิสติกส์ไทยวันนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการแข่งขันในตลาดโลกของไทย

 

64_th_3_001


ดังนั้นรัฐบาลไทยจึงได้เน้นนโยบายการค้าแบบ 3 วงแหวน 5 ประตู ว่าด้วยการกำหนดให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางและแวดล้อมด้วยประเทศคู่ค้าโดยกำหนดเป็น 3 วงแหวน ได้แก่ วงแหวนที่ 1 คือ อาเซียน วงแหวนที่ 2 คือ อาเซียน + 3 และ วงแหวนที่ 3 คือ อาเซียน + 6 ซึ่งต้องกำหนดเป้าหมายพัฒนาโลจิสติกส์ให้ครอบคลุมการค้าในพื้นที่สำคัญและทั่วถึง


ส่วนนโยบาย 5 ประตูจะว่าด้วยการสร้างเส้นทางการค้าใหม่ New Trade Lane และ New Trade Gateways ที่จะเชื่อมไทยเชื่อมโลก โดยผ่านประเทศที่มีพรมแดนติดกัน โดยพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษตามชายแดนรองรับ ได้แก่ การสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษตามชายแดน ใน 5 ทิศทาง ได้แก่ ประตูสู่ทางเหนือ อีสาน ตะวันออก ใต้ ตะวันตก ที่จะเชื่อมการค้า 4 ประเทศ ได้แก่ พม่า ลาว กัมพูชา มาเลเซีย ซึ่งมีมูลค่าการค้าชายแดนปีละประมาณ 8 แสนล้านบาท


อย่างไรก็ตาม การจะเป็น "ชาติแห่งการค้า" ที่สมบูรณ์ ไทยต้องมียุทธศาสตร์โลจิสติกส์ที่ชัดเจน โดยต้องสร้างศูนย์กระจายสินค้าในภูมิภาคต่างๆ รองรับ มีการบริหารภายใต้แนวทาง International Multimodal Transportation and Logistics Hub ที่เชื่อมต่อการขนส่งหลายรูปแบบไว้ด้วยกัน มีศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้าขนาดใหญ่ นำสินค้าจากภาคเหนือลงแม่น้ำเจ้าพระยาก่อนไปสู่ท่าเรือ


ดังนั้นการพัฒนาศักยภาพ และยกระดับอุตสาหกรรมของไทยจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องรีบเร่งดำเนินการเพื่อก้าวสู่การยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ในภูมิภาคเอเซียเพื่อรองรับต่อนโยบายดังกล่าวแล้วต่อไป”


สำหรับงานแสดงสินค้าโลจิสติกส์จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 โดยปีนี้จะมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 – 11 ตุลาคม 2553 นี้ ณ อาคาร 101 – 102 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา คาดว่าจะมีผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ชั้นนำทั้งในประเทศ และจากต่างประเทศทั่วโลกกว่า 200 บริษัท จำนวน 400 คูหา เข้าร่วมงานแสดงสินค้า และนำเสนอบริการต่างๆ ที่ทันสมัย และมีประสิทธิภาพ อาทิ ธุรกิจบริการโลจิสติกส์และผู้ให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจร ซอฟแวร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศ เครื่องมือ สินค้า และอุปกรณ์ โลจิสติกส์ เป็นต้น


ทั้งนี้จากการสำรวจความคิดเห็นผู้เข้าร่วมงานในปีที่ผ่านมา และการลงทะเบียนเข้าร่วมชมงานล่วงหน้าพบว่า การจัดงานแสดงสินค้าโลจิสติกส์ 2553 จะได้รับความสนใจและมีผู้เข้าชมงานเป็นจำนวนมากกว่าปีที่ผ่านมา โดยในปีนี้คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมชมงานกว่า 10,000 คน จากผู้ประกอบการขนาดกลางและใหญ่ ผู้ส่งออก ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ในประเทศ และต่างประเทศ ได้แก่ อาเซียน จีน เกาหลี  ญี่ปุ่น ฮ่องกง อินเดีย รวมทั้งผู้เข้าร่วมประชุม FIATA World Congress 2010 ซึ่งในปีนี้ถือเป็นครั้งแรกของการร่วมมือในการยกระดับการจัดงานโลจิสติกส์ไทยสู่อาเซียน


สำหรับกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจซึ่งจะจัดขึ้นภายในงานประกอบด้วย ASEAN Pavilion ซึ่งเป็นโซนจัดแสดงเทคโนโลยีด้านโลจิสติกส์อันทันสมัยของประเทศในภูมิภาคอาเซียน การจัดแสดงนิทรรศการการเชื่อมโยงโครงข่ายโลจิสติกส์ของประเทศในกลุ่ม ASEAN + 3 และ ASEAN + 6 การเสวนา Logistics Symposium ที่น่าสนใจจากผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์ชั้นนำระดับนานาชาติที่จะมาให้ความรู้ด้านเทคโนโลยีและระบบการจัดการโลจิสติกส์รูปแบบใหม่ให้กับผู้เข้าชมงาน การให้บริการจัด Business Matching กับผู้เข้าร่วมประชุม FIATA World Congress 2010 นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงผลงานจากการประกวด Logistics Model Awards และ การจัดประกวด Green Logistic Contest รวมทั้งโครงการรับสมัครงาน (Job Fair) ในธุรกิจโลจิสติกส์อีกด้วย


“กระทรวงพาณิชย์อยากเชิญชวนให้ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการจัดงานในครั้งนี้ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาระบบการบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ของไทยอย่างยั่งยืน และก้าวไปสู่ความเป็นผู้นำในธุรกิจโลจิสติกส์ที่ครบวงจร และมีประสิทธิภาพสูงสุดในภูมิภาคอาเซียนอย่างแท้จริง” นายอลงกรณ์ กล่าวในตอนท้าย


สำหรับผู้ที่สนใจงานแสดงสินค้าโลจิสติกส์ 2553 สามารถติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ สำนักบริหารกิจกรรมส่งเสริมการส่งออก กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ โทรศัพท์  0-2547-4239 หรือ E-mail: esls@ depthai.go.th และเวปไซต์ www.tradelogistics.go.th

Leave a comment :