ที่สำคัญหายนภัยทางธรรมชาติครั้งรุนแรง ที่โจมตีภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครั้งนี้ ทำให้พื้นที่เพาะปลูกพืชผลทางการเกษตรเสียหายรวมกันแล้วหลายล้านไร่ด้วยกัน เริ่มจากกัมพูชาประเทศเพื่อนบ้านที่มีรั้วติดกับไทย ที่เผชิญน้ำท่วมหนักมาตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคม ถือเป็นภัยพิบัติเลวร้ายที่สุดในรอบทศวรรษของประเทศ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 250 คน ส่วนชาวกัมพูชา ที่ได้รับผลกระทบมีจำนวน 2.7 แสนครอบครัว ขณะที่นาข้าว ได้รับความเสียหายประมาณ 2.4 ล้านไร่
พื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมใหญ่ในกัมพูชาครั้งนี้ ครอบคลุม 4 จังหวัด รวมจังหวัดเสียมราฐ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักสุด ทำให้ศาสนสถานสำคัญระดับโลกอย่าง นครวัด นครธม จมอยู่ใต้น้ำ
"ฮุนเซน"สั่งยกเลิกงานลอยกระทง
สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ยกเลิกการจัดงานลอยกระทง งานเทศกาลประจำปีที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ที่จะมีขึ้นในกรุงพนมเปญ ระหว่างวันที่ 9-11 พ.ย. นี้ หลังจากมีผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบ 10 ปี จำนวน 247 ราย พร้อมทั้งบอกว่า ต้องการนำเงินงบประมาณที่จะใช้จัดงานลอยกระทง ไปใช้ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมหลายแสนครอบครัวแทน
ภาคกลางเวียดนามจมบาดาล
คณะกรรมการแห่งชาติเพื่อ ป้องกันภัยพายุและควบคุมน้ำท่วมแห่งชาติของเวียดนาม ระบุว่า สถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ ในพื้นที่ภาคกลาง อันเนื่องมาอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่นในฤดูมรสุม ทำให้มีผู้เสียชีวิตเบื้องต้น 70 คน สร้างความเสียหายให้แก่บ้านเรือนมากกว่า 194,000 หลังคาเรือน นาข้าวจมน้ำ 1.75 แสนไร่ สวนผลไม้ 68,750 ไร่ได้รับความเสียหาย รัฐบาลเวียดนาม ยังประเมินตัวเลขความเสียหายทางเศรษฐกิจโดยรวมไว้ที่ 100 ล้านดอลลาร์
พื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมของเวียดนามครั้งนี้ อยู่ในบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำโขงที่ถือเป็นแหล่งปลูกข้าวสำคัญของประเทศ และ อุทกภัยครั้งนี้ถือว่าเลวร้ายที่สุดในรอบ 10 ปี
ทางการเวียดนาม ระบุว่า ระดับน้ำท่วมปีนี้สูงที่สุดในรอบ 11 ปีนับตั้งแต่ปี 2543 ทำให้ถนนรวมระยะทาง 1,200 กม.จมอยู่ใต้กระแสน้ำ บ้านเรือนประมาณ 1,500 หลังพังราบเป็นหน้ากลอง และโรงเรียน 670 หลังถูกน้ำท่วมจนทำการเรียนการสอนไม่ได้
น้ำท่วมฉับพลันถล่มพม่า
เมื่อวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้เกิดน้ำท่วมฉับพลันที่เมืองปาก๊อกกู และเมืองมาเกว ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงย่างกุ้งไปทางตอนเหนือประมาณ 450 กิโลเมตร เนื่องจากฝนตกหนักติดต่อกัน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 106 ราย บ้านเรือนและวัดที่ตั้งอยู่ตลอดแนวฝั่งแม่น้ำ ถูกกระแสน้ำกวาดหายไป สะพานขาดเสียหาย 6 แห่ง
ปัจจุบันพม่ากำลังเร่งก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำอิระวดีอีกแห่งหนึ่ง ที่เมืองนี้ซึ่งจะเป็นสะพานยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากเป็นจุดเชื่อมต่อทางหลวงสายหนึ่งจากชายแดนไทย มุ่งสู่ชายแดนภาคเหนือของอินเดียในอนาคต
หนังสือพิมพ์ นิวไลท์ออฟเมียนมาร์ รายงานว่า น้ำท่วมฉับพลันครั้งนี้ เกิดจากฝนตกหนักติดต่อกัน วัดปริมาณได้ถึง 4.76 นิ้ว ในเขตเมืองปาก๊อกกูเพียงแห่งเดียว
ฟิลิปปินส์เจอพายุ 18 ลูก
ฟิลิปปินส์ เป็นอีกประเทศในภูมิภาคอาเซียน ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดจากมหาอุทกภัยครั้งนี้ ส่งผลให้ภาคกลาง และภาคใต้ของฟิลิปปินส์ ยังคงจมอยู่ใต้น้ำ หลังจากถูกพายุเนสาดและนาลแกพัดถล่ม
ขณะที่ อิทธิพลของพายุบันยัน ที่พัดเข้าฟิลิปปินส์ล่าสุด ทำให้เกิดน้ำท่วมในจังหวัดอากูซานและมิซามิส ทางตอนใต้ของประเทศ หลังจากนั้นพายุลูกล่าสุดได้นี้เคลื่อนตัวขึ้นไปทางเหนือ จึงส่งผลกระทบต่อจังหวัดทางภาคกลางและภาคใต้มากกว่า 20 จังหวัด ซึ่งพายุบันยัน ถือเป็นพายุลูกที่ 18 ที่เล่นงานฟิลิปปินส์ในปีนี้
องค์การบริหารอวกาศและการบินแห่งชาติของสหรัฐ (นาซา) ระบุว่า ศูนย์กลางการก่อตัวของพายุโซนร้อนบันยัน อยู่ในทะเล แต่จากข้อมูลที่ได้จากดาวเทียม บ่งชี้ว่า อิทธิพลของพายุเข้าสู่พื้นที่ทางใต้ของฟิลิปปินส์ หลังจากเพิ่มกำลังแรงลมจากหย่อมความกดอากาศต่ำ กลายเป็นดีเปรสชัน 23 ดับเบิลยู ก่อนจะทวีความแรงลมกลายเป็นพายุโซนร้อนบันยันในเวลาต่อมา
ดาวเทียม อะควา ของนาซา ซึ่งลอยอยู่เหนือพายุบันยัน และถ่ายภาพสภาพบรรยากาศด้วยความถี่ของอินฟราเรด (เอไออาร์เอส) พบว่า พายุบันยันมีความแรงลมอย่างมาก ทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ทำให้ทางการฟิลิปปินส์ต้องประกาศเตือนภัยระดับ 2 สำหรับพื้นที่เสี่ยงเจอฝนตกหนัก และลมแรง โดยเฉพาะในหลายเมืองของจังหวัดมินดาเนา
10ชาติเสี่ยงภัยธรรมชาติ
รายงานการศึกษา จัดทำโดยสถาบันเพื่อความปลอดภัยของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมขององค์การสหประชา ชาติ (ยูเอ็น) เผยว่า 10 ประเทศที่มีความเสี่ยงประสบภัยพิบัติมากที่สุดได้แก่ วานูอาตู ตองกา ฟิลิปปินส์ หมู่เกาะโซโลมอน กัวเตมาลา บังกลาเทศ ติมอร์ตะวันออก คอสตาริกา กัมพูชา และเอลซัลวาดอร์ โดยภัยพิบัติส่วนใหญ่ คือ พายุ น้ำท่วม แผ่นดินไหว ภัยแล้ง และระดับน้ำทะเลสูงขึ้น
หมู่เกาะวานูอาตู ที่กำลังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำสะอาด มีความเสี่ยงประสบภัยพิบัติมากเป็นอันดับ 1 โดยมีอัตราความเสี่ยงมากถึง 32% ขณะที่ตองกาอยู่อันดับ 2 มีความเสี่ยง 29.08 % ส่วนฟิลิปปินส์อยู่อันดับ 3 มีความเสี่ยง 24.32%
รายงานชิ้นนี้ ประเมินดัชนีความเสี่ยงของแต่ละประเทศ จากภาวะเศรษฐกิจ และโครงสร้างพื้นฐานของประเทศนั้นๆ ความพร้อมและความสามารถในการจัดการปัญหา ระบบเตือนภัยล่วงหน้า รวมถึงความสามารถในการปรับตัว เพื่อเตรียมรับมือกับภัยพิบัติในอนาคต ที่จะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก
อย่างไรก็ตาม นอกจากสภาพภูมิอากาศ ที่เปลี่ยนแปลงแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ เช่น การตัดไม้ทำลายป่า การถางหน้าดิน และพฤติกรรมอื่นๆ ที่กระทบต่อธรรมชาติ ล้วนส่งเสริมให้เกิดภัยพิบัติขึ้นได้ทั้งสิ้น
อินเดียส้มหล่นขายข้าว
อินเดีย ซึ่งค่อนข้างมีปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐาน ที่อาจจะทำให้การส่งออกข้าวประสบปัญหาล่าช้า แต่ไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหนักครั้งนี้ กำลังได้รับอานิสงส์จากปัญหาน้ำท่วมใหญ่ที่กำลังเล่นงานหลายประเทศในภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขณะนี้ โดยเฉพาะไทย ที่นอกจากจะเจอปัญหาน้ำท่วมพื้นที่เพาะปลูกเสียหายแล้ว ยังมีปัญหาราคาข้าวไทยแพงกว่าชาติคู่แข่งอื่นๆ
บรรดาผู้ซื้อในตลาดโลก จึงพากันสั่งซื้อข้าวจากอินเดีย ทำให้ช่วงไม่ถึง 2 เดือนที่ผ่านมา อินเดีย ส่งข้าวนึ่งขายตลาดแอฟริกาไปแล้วกว่า 5 แสนตันส่วนปากีสถาน ก็เตรียมส่งออกข้าวขาว-ข้าวบาสมาติ ไปตลาดโลกจำนวน 4.5 ล้านตันปีหน้า เพิ่มขึ้น 28.6% จากปีนี้
อินเดีย เริ่มกลับเข้ามาชิงส่วนแบ่งตลาดข้าวโลก หลังจากเมื่อเดือนที่แล้ว รัฐบาลอินเดีย ประกาศผ่อนปรนคำสั่งห้ามส่งออกข้าวธรรมดา ที่บังคับใช้มานานกว่า 3 ปีเต็ม ทำให้แม้แต่บรรดาผู้ซื้อที่มักจะซื้อแต่ข้าวคุณภาพเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก็เริ่มหันมาสนใจข้าวอินเดียแล้วเช่นกัน อย่างอิรัก ที่เพิ่งประกาศซื้อข้าวขาว 5% จำนวน 30,000 ตัน จากอินเดีย ราคาตันละ 573 ดอลลาร์ ทำให้ผู้ค้าในอินเดียคาดการณ์ว่า จะมีคำสั่งซื้อจากอิรักเพิ่มขึ้นอีกในเร็วๆ นี้
ทั้งนี้ อินเดียส่งออกข้าวนึ่งตันละ 435-490 ดอลลาร์ ส่วนไทยส่งออกตันละ 600 ดอลลาร์
















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.