ที่ผ่านมาแม้การเติบโตของตลาดซอฟต์แวร์ในประเทศจะมีทิศทางที่สดใส แต่ตลาดส่วนใหญ่ยังคงถือครองโดยซอฟต์แวร์นำเข้า ดังนั้นจึงเป็นสิ่งท้าทายให้ผู้ประกอบการไทยเร่งเข้าทำตลาดในประเทศ ในขณะเดียวกันก็ขยายตลาดไปยังต่างประเทศเพื่อสร้างรายได้อีกทางหนึ่ง
สำหรับปีนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ตลาดซอฟต์แวร์น่าจะมีมูลค่าประมาณ 67,000-70,000 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 4.5-8.6 ซึ่งเป็นอัตราที่ดีกว่าปี 2552 ที่ขยายตัวร้อยละ 2.3 หรือมีมูลค่าตลาดเท่ากับ 64,365 ล้านบาท ขณะที่มูลค่าการส่งออกน่าจะอยู่ที่ประมาณ 9,000-10,000 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 25.0-38.9 เพิ่มขึ้นจากปี 2552 ที่น่าจะขยายตัวร้อยละ 20 หรือมีมูลค่าราว 7,200 ล้านบาท เนื่องจากความต้องการซอฟต์แวร์ที่เพิ่มขึ้นในหลายภาคอุตสาหกรรม และมีแนวโน้มแพร่ขยายสู่ผู้ใช้ในระดับครัวเรือน โดยโครงการรัฐที่ออกมาอย่างต่อเนื่องน่าจะเป็นส่วนสำคัญที่จะผลักดันซอฟต์แวร์ไทยให้มีบทบาทมากขึ้นทั้งในและต่างประเทศ
สำหรับตลาดในประเทศ ผู้ประกอบการไทยน่าจะมีโอกาสทำตลาดซอฟต์แวร์สำหรับโทรศัพท์เคลื่อนที่ และซอฟต์แวร์ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีความต้องการอยู่ในระดับสูง ในขณะที่ซอฟต์แวร์บริหารจัดการ ผู้ประกอบการไทยอาจต้องแสวงหาตลาดใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี ที่น่าจะมีความต้องการอีกมาก ส่วนการขยายตลาดสู่ต่างประเทศในช่วงต้นอาจเริ่มที่ตลาดภูมิภาคที่ส่วนใหญ่ยังอยู่ในช่วงเร่งพัฒนาประเทศ ทำให้ยังมีความต้องการซอฟต์แวร์อยู่ในระดับสูง
อย่างไรก็ดี การเจาะตลาดในเบื้องต้น ผู้ประกอบการไทยอาจชูจุดเด่นด้านราคาเป็นสำคัญ แต่ในระยะยาวแล้ว ผู้ประกอบการไทยควรสร้างตราสินค้า ควบคู่กับการให้ความสำคัญกับบริการหลังการขาย ซึ่งน่าจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับซอฟต์แวร์ไทย เพื่อให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน
















Leave a comment :