Switch to: uk
11 February 2012 13:59PM

Cognex เปิดตัวระบบแมชชีนวิชั่น ช่วยตรวจสอบคุณภาพการผลิต

24 Jun 10 ,  สุวิมล สิทธิไกรสร
  • 0

ค็อกเน็กซ์ เปิดตัวระบบแมชชีนวิชั่น มองไทยมีศักยภาพโดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารและอิเล็กทรอนิกส์ หวังต่อยอดขยายในอาเซียน

cognex

 

หลายท่านอาจจะคุ้นเคยกับเทคโนโลยีที่นำมาใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตในประเทศไทยส่วนใหญ่อย่าง RFID หรือบาร์โค้ด และอาจยังไม่คุ้นกับระบบแมชชีนวิชั่น (machine vision) หรือระบบวิชั่นที่เข้ามาช่วยอุตสาหกรรมการผลิตในการตรวจสอบคุณภาพ

 
ค็อกเน็กซ์ คอร์ปอเรชั่น เป็นบริษัทผู้จัดหาโซลูชั่นทางด้านออโตเมชั่น ซึ่งเป็นผู้นำด้านระบบวิชั่นที่เข้ามาช่วยอุตสาหกรรมการผลิตในการตรวจสอบคุณภาพที่สามารถช่วยลดต้นทุนการผลิตได้มานานถึง 30 ปีแล้วทั่วโลก โดยเป็นบริษัทด้านวิชั่นแห่งเดียวที่มีผลิตภัณฑ์แมชชีนวิชั่น (เครื่องจักรที่ใช้ภาพในการประมวลผลการทำงาน)


จากการแข่งขันเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตมีสูงขึ้นมากในปัจจุบัน ระบบแมชชีนวิชั่นน่าจะเป็นหนึ่งทางเลือกที่ช่วยตอบโจทย์ให้กับอุตสาหกรรมการผลิตที่มีมูลค่าการลงทุนสูง ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมยานยนต์ อาหารและเครื่องดื่ม บรรจุภัณฑ์ อิเล็กทรอนิคส์ ซึ่งถือเป็นอุตสาหกรรมหลักที่ผลักดันยุทธศาสตร์การเติบโตทางธุรกิจสำหรับ ค็อกเน็กซ์ในประเทศอาเซียน


ผลิตภัณฑ์ของค็อกเน็กซ์ทางด้านระบบวิชั่นและเครื่องอ่านรหัสอุตสาหกรรม (Industrial ID reader) ได้ถูกพัฒนาให้เหมาะสมกับการทำงานของอุตสาหกรรมการผลิตดังกล่าวข้างต้น เพื่อช่วยส่งเสริมกระบวนการในการควบคุมคุณภาพ, ความปลอดภัยและการผลิตในรูปแบบออโตเมชั่นสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมการผลิตในประเทศไทยให้ดียิ่งขึ้น โดยมุ่งสร้างการเติบโตให้กับอุตสาหกรรมการผลิตในไทยโดยอาศัยระบบออโตเมชั่น ระบบแขนกลอุตสาหกรรม และวิชั่นซิสเต็มส์ เพื่อลดต้นทุนการผลิตและการประกอบชิ้นส่วนที่ลดลง ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย


นายเควิน ลิม ผู้จัดการประจำภูมิภาคอาเซียน เปิดเผยว่า “ประเทศไทยเป็นประเทศที่น่าเข้ามาลงทุน เนื่องจากมีศักยภาพที่น่าจะเติบโตได้ถึง 50% ภายใน 3-4 ปีนี้ โดยทางค็อกเน็กซ์จะเน้นไปที่อุตสาหกรรมอาหาร เนื่องจากประเทศไทยถือเป็นประเทศผู้ผลิตอาหารส่งออกเป็นอันดับ 1 ของโลก ทั้งยังมีการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างเต็มที่ สำหรับอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น อิเล็กทรอนิกส์ ยังคงให้บริการลูกค้าที่เป็น key account และพร้อมรับลูกค้ากลุ่มใหม่ โดยอยากจะเน้นไปที่กลุ่มผู้ผลิตฮาร์ดไดฟ์ (Hard drive disk: HDD) เพราะมีการเติบโตสูงในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์เช่นกัน”


ปัจจุบันยอดขายของค็อกเน็กซ์ในไทยอยู่ที่อันดับ 3 ของประเทศในกลุ่มอาเซียน โดยมียอดขายที่สิงค์โปร์และมาเลเซียเป็นอันดับ 1 และ 2 ตามลำดับ ซึ่งในสิงค์โปร์และมาเลเซียจะเน้นไปที่อุตสาหกรรมหลักด้านอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับประเทศไทยจะให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมอาหารมากกว่า ซึ่งถ้ายอดขายในไทยเติบโตได้อย่างที่คาดไว้ ก็จะขยายไปยังประเทศเวียดนามและฟิลิปปินส์ในอนาคต


ในส่วนของประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจของค็อกเน็กซ์และเหมาะกับอุตสาหกรรมบ้านเรามีอยู่ 4 ผลิตภัณฑ์ด้วยกันได้แก่ Cognex Vision Systems ซึ่งเป็น smart camera ที่ถูกออกแบบให้สามารถทำทุกอย่างได้ในตัวเอง สามารถเชื่อมต่อกับระบบอัตโนมัติได้เลย ที่สำคัญเป็นเลนส์ที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก ทั้งยังมีความคงทนต่อทุกสภาพการใช้งาน Cognex ID Reader เป็นเครื่องอ่านรหัสเช่นเดียวกับบาร์โค้ด ต่างกับบาร์โค้ดที่เรารู้จักกัน ตรงที่ต้องมีการติดตั้งอุปกรณ์ชิ้นนี้ให้อยู่กับที่ โดยให้ตัวสินค้าเป็นตัววิ่งผ่านแทน Cognex Vision Software เป็นซอร์ฟแวร์ที่สนับสนุน สามารถใช้ร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆ และสามารถตรวจสอบจากกล้องถ่ายภาพ 3 มิติ ผลิตภัณฑ์ตัวสุดท้ายคือ Cognex Vision Sensor เป็นอุปกรณ์ตรวจสอบที่ง่ายและแม่นยำที่สุด


ในอนาคต ค็อกเน็กซ์มุ่งมั่นที่จะพัฒนาระบบและอุปกรณ์ใหม่เพื่อช่วยส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมการผลิตแบบอัตโนมัติในไทยในการสร้างผลกำไรให้เพิ่มขึ้น รวมถึงช่วยลดต้นทุนการผลิต และปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพและมีคุณภาพสูงสุด โดยวางแผนที่จะเข้ามาตั้งสำนักงานในประเทศไทยในเร็วๆ นี้ หลังจากที่ได้มีการให้บริการและจัดจำหน่ายในไทยยังต้องผ่านตัวแทนจำหน่ายมาตลอด 10 กว่าปี


ผู้สนใจสามารถแวะเข้าไปดูผลิตภัณฑ์ได้ที่งาน “Manufacturing Export” (Assembly Technology 2010) ที่ไปเทค บางนาได้ตั้งแต่วันที่ 24-27 มิถุนายนนี้ โดยบูธเบอร์ R18 ของค็อกเน็กซ์จะอยู่ในส่วน Automotive Technology หรือเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.cognex.co.sg หรือติดต่อสอบถามผ่านตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย ได้แก่ บริษัท ตรีศักดิ์ ออโตเมชั่น จำกัด โทร 02-692-5441, บริษัท เจเนเร็กซ์เทคโนโลยี จำกัด โทร 02-791-3861-2, บริษัท แพลนเนท ที แอนด์ เอส จำกัด โทร 02-718-9935 และบริษัท เซอร์โว ไดนามิคส์ จำกัด โทร 02-753-5625

 

คลิกเพื่อดูภาพข่าว

Leave a comment :