นายอาทิตย์ วุฒิคะโร อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ กสอ.กล่าวว่า หลังจากเปิดโครงการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันอุตสาหกรรมไทยด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ (ECIT) ในปีที่ 2 แล้ว มีเอสเอ็มอีสนใจเข้าร่วมโครงการจำนวนมาก โดยการคัดเลือกรอบแรกจะมีผู้ประกอบการจำนวน 30 รายที่ได้รับการสนับสนุนเนื่องจากมีคุณสมบัติและความพร้อมในการนำระบบไอทีไปใช้ในการบริหารงาน นับว่าตรงตามเป้าหมายในปีงบประมาณ 2553 ที่จะสนับสนุนให้ได้ครบ 150 ราย โดยแบ่งเป็นระบบซอฟต์แวร์อีอาร์พี (ERP) 100 บริษัท และซอฟต์แวร์เชิงเดี่ยว 50 บริษัท
อธิบดี กสอ. กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีการผลักดันให้ระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud Computing) เป็นระบบหลักในการใช้งานของโครงการ ECIT ยิ่งทำให้ระบบนี้เป็นที่ยอมรับจากกลุ่มเอสเอ็มอีจะทำให้เกิดการลงทุนในการสร้างระบบดาต้าเซ็นเตอร์ ของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยเป็นวงเงินไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนการสร้างระบบนั้นจะเริ่มตั้งแต่ 30 ล้านบาทต่อผู้ให้บริการ
นายสมเกียรติ อึงอารี นายกสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย หรือ เอทีเอสไอ กล่าวว่า โครงการสร้าง โซเชียลเน็ตเวิร์ค หรือเครือข่ายทางสังคมให้กับกลุ่มเอสเอ็มอี ที่เข้าร่วมโครงการ ECIT ครั้งนี้ จะเริ่มการรวมกลุ่มประมาณ 30 ราย โดยทางสมาคมจะรับหน้าที่ในการเป็นพี่เลี้ยงช่วงแรก ทั้งนี้สมาคมมุ่งหวังจะเกิดกลุ่มที่มีบทบาททางด้านไอทีเพิ่มขึ้น เพราะที่ผ่านมาบริษัทยักษ์ใหญ่ทางด้านเทคโนโลยีระดับโลก พร้อมจะทุ่มงบประมาณ และกิจกรรมพิเศษต่างๆ ให้กับกลุ่มผู้ใช้อยู่แล้ว ดังนั้นยิ่งมีกลุ่มมากขึ้นก็จะเป็นการสร้างโอกาสให้กับกลุ่มผู้ใช้ และสร้างโอกาสสำหรับกลุ่มซอฟต์แวร์ของคนไทยที่ใช้เทคโนโลยีจากต่างประเทศเช่นกัน
นายกสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย กล่าวต่อว่า ขณะนี้ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในประเทศไทยมีสัดส่วนการลงทุนด้านไอทีไม่ถึง 5% ของงบประมาณในการลงทุน เนื่องจากเอสเอ็มอีไทยอาจมีทุนน้อย และให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านอื่น อีกทั้งการลงทุนในระบบไอทีมีทางเลือกไม่มากนักและค่าใช้จ่ายสูง ดังนั้นระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง ก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่ทำให้เอสเอ็มอีลงทุนในระบบไอที ด้วยค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่ไม่มากนัก แต่ถ้าได้ใช้งานแล้ว เห็นผลดี ก็จะทำให้สัดส่วนในการลงทุนในระบบไอทีเพิ่มมากขึ้นด้วย
















Leave a comment :