ขณะเดียวกัน รถที่วิ่งอยู่บนท้องถนน ก็จะต้องเปลี่ยนพฤติกรรม ไปสู่การขับขี่อย่างประหยัด อันส่งผลต่อการลดต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ ได้อย่างมีประสิทธิผล การค้นหาระบบเพื่อตอบสนอง โจทย์ใหม่ของการใช้ทรัพยากรน้ำมันเชื้อเพลิงและการลดต้นทุน จึงเป็นไปอย่างจริงจัง บริษัทค่ายรถยนต์ที่มองเห็นเทรนด์ในอนาคตดังกล่าว อย่าง อีซูซุ ผู้ผลิตและจำหน่าย รถบรรทุกรายใหญ่ ของโลก ได้จับเทรนด์ โดยการพัฒนาระบบ "มิมาโมริ-คุง" (Mimamori-Kun) ซึ่งมีความหมายว่า "ผู้สอดส่องป้องกัน" เป็นระบบบริการพิเศษสำหรับควบคุมการใช้รถ บรรทุกอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งบริษัท อีซูซุ มอเตอร์ (ประเทศญี่ปุ่น) เป็นผู้ออกแบบ และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยต่อมาได้ร่วมกับ KDDI ผู้นำด้านโทรคมนาคมของญี่ปุ่นใช้เทคโนโลยีล่าสุดของการสื่อสารและการวางระบบทำให้ "มิมาโมริ-คุง" สามารถให้บริการแบบออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งนำออกจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นแล้ว
สำหรับ ประเทศไทย นั้น กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชร อีซูซุ เซลส์ จำกัด บอกว่า หากผู้ประกอบการธุรกิจ โลจิสติกส์ หรือผู้ขนส่งสินค้าที่ใช้รถบรรทุกอีซูซุอยู่ มีความต้องการ ในจำนวนที่คุ้มค่าต่อการพัฒนาระบบนี้ เป็นระบบภาษาไทย ก็จะดำเนินการในอนาคต ขณะเดียวกัน จะต้องให้ระบบโทรคมนาคมในเมืองไทยมีความก้าวหน้ามากขึ้นด้วย โดยเฉพาะระบบจีพีเอส ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาระบบ "มิมาโมริ-คุง"
ส่วนในญี่ปุ่น มีการติดตั้งระบบนี้ ในรถบรรทุก อีซูซุ 1.4 หมื่นคันแล้ว โดยในช่วงเริ่มต้นจะต้องจ่ายค่าระบบ 79,980 เยน จากนั้นจ่ายค่าระบบเป็นรายเดือน เดือนละ 945 เยน ซึ่งต่อไปหากมีการใช้มากขึ้น ราคาค่าบริการก็จะถูกลงเรื่อยๆ
ระบบสื่อสารสองทาง-ตอบโต้ไปมาได้สองฝ่าย
ทั้งนี้ ระบบออนไลน์ "มิมาโมริ-คุง" เป็นการสื่อสารแบบสองทาง สามารถโต้ตอบกันได้ทั้ง 2 ฝ่าย ในเวลาที่เหตุการณ์เกิดขึ้นจริง ระหว่างรถบรรทุก บริษัทขนส่งสินค้า และ ศูนย์ของอีซูซุ ประกอบกับการค้นหาตำแหน่งรถผ่านระบบ GPS และ KDDI เทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลของรถขนส่งสินค้าแต่ละคันจะถูกเรียกขึ้นมาว่าขณะนี้อยู่บนถนนเส้นใด วิ่งหรือจอดอยู่ที่ไหน ผ่านทางอินเทอร์เน็ต
นอกจากนี้ อัตราการใช้น้ำมัน การปล่อยไอเสีย ตำแหน่งของรถ และลักษณะการขับ อาทิเช่น การเปลี่ยนเกียร์ การเร่งความเร็ว หรือการเหยียบเบรก จะถูกบันทึกและวิเคราะห์เพื่อการจัดการขนส่งอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากบริษัทขนส่งสินค้าสามารถปรับปรุงการบริหารให้เกิดประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในด้านการประหยัดน้ำมัน และความปลอดภัยในการขับขี่ รวมทั้งช่วยลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในการขนส่งสินค้าด้วย
ทั้งนี้ การบริการออนไลน์ "มิมาโมริ-คุง" เป็นแนวทางในการพัฒนาเรื่องการบริหาร การขนส่งให้ดียิ่งขึ้น การติดตั้งเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิ และกล้องภายในรถสามารถตรวจสอบได้ถึงสภาพจราจร และสภาพถนน รวมทั้งสภาพของ ตู้ส่งสินค้าระหว่างขนส่ง ลูกค้าสามารถทราบได้ถึงคุณภาพของการขนส่งสินค้าที่ดีขึ้น การรับ-ส่งสินค้าที่รวดเร็ว และเส้นทางการขนส่ง รวมทั้งการขนส่งที่ตรงตามเวลาแน่นอน หรือการแก้ปัญหาอย่างทันท่วงทีเมื่อการขนส่งล่าช้า
โดยในอนาคตอีซูซุ มีแผนที่จะติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ที่ทำให้การขนส่งไปยังสถานที่ต่างๆ ราวกับเป็นการบรรทุกข้อมูลอันมีค่า สามารถใช้ข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำเหล่านั้นเป็นบรรทัดฐานในการบรรทุกค่านิยมใหม่ๆ ในการขนส่งไปกับรถเหล่านั้น
"มิมาโมริ-คุง" ระบบคุมพฤติกรรมคนขับรถ
วิศวกรของอีซูซุ อธิบายว่าระบบ "มิมาโมริ-คุง" ทำงานผ่านหน่วยหลักชื่อว่า "หน่วยมิมาโมริ" (Mimamori-Unit) ซึ่งมีหน้าที่จัดเก็บข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งในรถ และข้อมูลเฉพาะเกี่ยวกับรถคันนั้นๆ เช่น ลักษณะและพฤติกรรมการขับ ปริมาณการฉีดจ่ายน้ำมัน ซึ่งจะถูกนำมาวิเคราะห์และวินิจฉัยโดยอีซูซุมอเตอร์ เมื่อกระบวนการดังกล่าวเสร็จสิ้นลง ทางอีซูซุจะจัดทำรายงานผล "มิมาโมริ" ให้เจ้าของรถ
นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญของอีซูซุจะแนะนำเกี่ยวกับการขับรถอย่างไรให้ประหยัดน้ำมัน และปลอดภัย รายงานดังกล่าว จึงไม่ใช่แค่ผลการวินิจฉัย อัตราการประหยัดน้ำมัน การขับปฏิบัติงานเท่านั้น แต่ยังเรียบเรียงข้อมูลการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ไนโตรเจนออกไซด์ (NOx) สารอนุภาคมลพิษ (PM) ซึ่งบริษัทขนส่งสามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลในด้านสิ่งแวดล้อมได้ รวมถึงสถานะการขับรถและข้อมูลเกี่ยวกับการขับ ที่เครื่องมือทั่วๆ ไป เช่น เครื่องมือบันทึกความเร็ว (Tachograph) ไม่สามารถจะยืนยันได้
รายงานดังกล่าว มี 2 ประเภท คือ รายงานของรถบรรทุก และรายงานของผู้ขับขี่ รายงานของรถจะมีข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายน้ำมัน อัตราการใช้น้ำมัน เวลาและระยะทางที่ใช้เดินทาง รวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม เช่น ปริมาณของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ไนโตรเจนออกไซด์ สารอนุภาคมลพิษ ในขณะที่รายงานของผู้ขับขี่จะเป็นประวัติการขับ เช่น พฤติกรรมการเปลี่ยนเกียร์ การเร่งความเร็ว การเบรก รวมถึงคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญอีซูซุให้ผู้ขับขี่สามารถขับรถให้ประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น
ข้อมูล "เรียลไทม์" - เตือนฉุกเฉิน
ระบบออนไลน์ และเครื่องมือระบุตำแหน่ง GPS ทำให้สามารถได้ข้อมูลทันท่วงที ขณะที่รถขนส่งกำลังปฏิบัติงานสามารถระบุตำแหน่งของรถขนส่งขณะวิ่ง โดยตำแหน่งดังกล่าวสามารถมองเห็นบนแผนที่ของเครื่องคอมพิวเตอร์ บริษัทรับจ้างขนส่งสินค้า และเจ้าของสินค้าสามารถรู้ตำแหน่งของรถขนส่งได้ นอกจากนี้ ระบบสามารถส่งข้อความเตือนภัยอัตโนมัติผ่านทางอีเมล ไปยังสถานที่ที่ตั้งไว้ 5 แห่ง (ผ่านคอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือ) โดยเมื่อผู้ขับกดปุ่มของหน่วย "มิมาโมริ" ในรถบรรทุก ข้อมูลของรถ และชื่อบริษัทขนส่งจะถูกส่งตรงไปยังศูนย์อีซูซุ ที่เรียกว่า "โอฮายากุ" เพื่อความรวดเร็วในการส่งหน่วยบริการเคลื่อนที่จากศูนย์บริการอีซูซุที่ใกล้ที่สุด
ประหยัดน้ำมัน เป้าหมายหลักของระบบ
อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมในการขับของคนขับรถแต่ละคน เป็นปัจจัยหลักของการขับประหยัดน้ำมัน ซึ่งสามารถทำได้โดยอาศัยข้อมูลข้างต้น อาทิเช่น ข้อมูลค่าใช้จ่ายน้ำมันสามารถปรับปรุงเพื่อลดต้นทุนได้มากขึ้น นอกจากนี้ประวัติการขับขี่ เช่น การเร่งความเร็วกะทันหัน และบ่อยครั้ง ทำให้สามารถกำหนดได้ว่าอะไรคือสิ่งที่ควรปรับปรุง เพื่อเพิ่มระดับของความปลอดภัยในการขับขี่ หรือทำอย่างไรถึงจะปลุกจิตสำนึกให้กับผู้ขับในการขับปลอดภัย ทั้งนี้ข้อมูลดังกล่าวสามารถใช้เป็นหลักในการประเมินความสามารถของผู้ขับได้
สำหรับข้อมูลในการนำเสนอ รายงานชิ้นนี้ ได้มาจากการเดินทางไปดูงาน บริษัท อีซูซุ มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น โดย บริษัท ตรีเพชรอีซูซุ เซลส์ จำกัด ผู้จัดจำหน่าย รถยนต์ อีซูซุ ในประเทศไทย นำคณะสื่อมวลชนจากประเทศไทย เดินทางระหว่างวันที่ 6-12 ก.ย.50 เพื่อเป็นการฉลองครบ 50 ปีที่ประกอบธุรกิจในประเทศไทย
















Leave a comment :