***วินสโตร์ฯชี้ซอฟต์แวร์โลจิสติกส์โต 30% นายพิรุฬห์ พิหเคนทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทวินสโตร์ เทคโนโลยีส์ จำกัด ผู้ทำตลาดซอฟต์แวร์ระบบบริหารคลังสินค้า ISIS จากประเทศออสเตรเลีย กล่าวว่าตลาดซอฟต์แวร์ระบบโลจิสติกส์ของไทยปีนี้มีการเติบโตประมาณ 30-40% ซึ่งถือเป็นตัวเลขไม่สูงมากนัก เนื่องจากปีนี้ภาวะเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางด้านการเมืองในประเทศ ทำให้มีการชะลอตัวลงไป อย่างไรก็ตามมองว่าโอกาสเติบโตของซอฟต์แวร์ระบบโลจิสติกส์ยังมีอีกเป็นจำนวนมาก เนื่องจากที่ผ่านมาภาคธุรกิจของไทยยังมีการลงทุนระบบดังกล่าวไม่มากนัก ขณะเดียวกันภาคธุรกิจเริ่มมีความเข้าใจระบบดังกล่าวมากขึ้น "ปัญหาที่เราเจอขณะนี้คือผู้ที่มีส่วนตัดสินใจลงทุนเทคโนโลยีขององค์กรมีด้วยกัน 3 กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นผู้ที่ดูแลคลังสินค้า ซึ่งจะมีความเข้าใจกระบวนการทำงาน กลุ่มที่สองเป็นผู้จัดการไอที ซึ่งจะรู้เรื่องระบบไอที แต่ไม่รู้กระบวนการทำงาน ซึ่ง 2 กลุ่มนี้มักจะมีความคิดที่ขัดแย้งกัน กลุ่มสุดท้ายคือผู้บริหาร ซึ่งไม่รู้อะไรเลย สิ่งที่เราพยายามทำคือ จับ 3 กลุ่มนี้มาพูดคุยกันถึงประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้น และชี้ให้เห็นว่าทำไมเขาต้องตัดสินใจลงทุน"
***แนะรัฐลดหย่อนภาษีกระตุ้นเอกชนลงทุน นายพิรุฬห์ กล่าวต่อไปว่าสำหรับแนวโน้มการเติบโตปี 50 นั้นคงไม่ต่างกับปีนี้ ซึ่งมองว่าภาครัฐควรเข้ามาส่งเสริมให้ภาคเอกชนให้มีการลงทุนทางด้านซอฟต์แวร์ด้านระบบโลจิสติกส์มากขึ้น อาทิ มาตรการลดหย่อนภาษี โดยซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องกับระบบโลจิสติกส์ ประกอบด้วย 3 ส่วนหลักด้วยกัน คือ ซอฟต์แวร์ระบบบริหารคลังสินค้า ซอฟต์แวร์ทางด้านการขนส่ง และ ซอฟต์แวร์ระบบการจัดซื้อ ขณะเดียวกันจะต้องมุ่งสร้างองค์ความรู้ทางด้านซอฟต์แวร์ระบบโลจิสติกส์ให้ภาคเอกชนเห็นประโยชน์ของการนำซอฟต์แวร์ดังกล่าวมาใช้มากขึ้น "ความเข้าใจส่วนใหญ่ยังมองโลจิสติกส์เป็นเพียงแค่การจัดส่ง ซึ่งจริงๆ แล้วโลจิสติกส์เกี่ยวข้องกับกระบวนการธุรกิจหลายส่วน ทั้งการบริหารคลังสินค้าและการจัดซื้อ อีกทั้งควรเข้ามากำหนดมาตรฐานระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (GIS) เนื่องจากปัจจุบันมีผู้พัฒนาระบบในบ้านเราอยู่เป็นจำนวนมากทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งบางแห่งก็ไม่ได้มีการอัพเดตแผนที่ " ส่วนทิศทางการทำตลาดของบริษัทนั้นคงมุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์บริหารคลังสินค้า ISIS ไปพร้อมกับระบบปฏิบัติการ "เรดแฮท" ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์เปิดเผยรหัส หรือ โอเพ่นซอร์ส บริษัทเพิ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายในปีนี้ ทั้งนี้เพื่อช่วยภาคธุรกิจลดค่าใช้จ่ายในการลงทุนค่าลิขสิทธิ์หรือไลเซ่นซอฟต์แวร์ โดยการลงทุนซอฟต์แวร์บริหารคลังสินค้า ISIS บนระบบปฏิบัติการ "เรดแฮท" สามารถช่วยให้องค์กรประหยัดค่าใช้ลงได้ต่ำกว่าเท่าตัว
***อะกรีเวิลด์ ไล่กวาดลูกค้ารายเบิ้ม ขณะที่ ดร.ภูษิต วงศ์หล่อสายชล ที่ปรึกษา บริษัทอะกรีเวิลด์ จำกัด ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ระบบบริหารคลังสินค้าอัจฉริยะ กล่าวว่าตลาดซอฟต์แวร์ระบบบริหารคลังสินค้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในระบบโลจิสติกส์ มีการเติบโตขึ้นเป็นเท่าตัวตามมูลค่าการเติบโตของโลจิสติกส์ โดยภาวการณ์แข่งขันทางธุรกิจปัจจุบันนั้นการผลิตสินค้าให้ออกมาทันความต้องการของตลาดเข้ามามีบทบาทสำคัญ ทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องนำระบบดังกล่าวมาใช้ "ปัจจุบันภาคธุรกิจมีต้นทุนด้านโลจิสติกส์มีประมาณ 16-18% การนำซอฟต์แวร์ดังกล่าวมาใช้จะช่วยให้ภาคธุรกิจลดความเสียหายและสูญหายของสินค้า รวมถึงการสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ และช่วยสร้างแบรนด์อิมเมจให้กับธุรกิจให้เป็นที่ยอมรับของลูกค้าอีกด้วย"ทั้งนี้ที่ผ่านมาบริษัทได้เข้าไปพัฒนาระบบดังกล่าวให้กับองค์กรขนาดใหญ่ อาทิ ซีพี เบทาโก, เนสท์เล่ ,ทิปโก้ และพิซซ่าฮัท โดยจุดเด่นของซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นมาสามารถส่งข้อมูลมายังระบบได้ผ่านทางอีเมล์ ขณะเดียวกันยังรองรับการใช้งานโมบายสแกน ในการตรวจรับสินค้า และใช้อุปกรณ์ไร้สายในการค้นหาตำแหน่งสินค้า สามารถติดตามและเช็คยอดสินค้าผ่านอินเตอร์เน็ตแบบทันทีทันใด นอกจากนี้ซอฟต์แวร์ที่บริษัทพัฒนาขึ้นมายังมีมูลค่าการลงทุนต่ำกว่าต่างประเทศ โดยมีราคาประมาณ 1 ล้านกว่าบาท ขณะที่ซอฟต์แวร์ต่างประเทศมีมูลค่าการลงทุน 10-100 ล้านบาท
ด้านนายณรงค์ สวงพันธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทโปรมีสซีส คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ผลิตจำหน่ายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ให้คำปรึกษา และ พัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ด้านระบบขนส่งและผู้ผลิตอุปกรณ์บันทึกข้อมูลการเดินทางติดรถยนต์ "SKYTRAK" กล่าวว่าปีนี้ตลาดเทคโนโลยีทางด้านระบบโลจิสติกส์ มีการเติบโตต่อเนื่องแต่ไม่มาก เนื่องจากองค์กรธุรกิจมีการชะลอการลงทุนลงไปเพื่อรอดูสถานการณ์ต่างๆ ทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจ ซึ่งเชื่อว่าสภาพตลาดปีหน้าก็ไมแตกต่างจากปีนี้
สำหรับผลิตภัณฑ์หลักที่มุ่งทำตลาดปีนี้ คืออุปกรณ์อุปกรณ์บันทึกข้อมูลการเดินทางติดรถยนต์ SKYTRAK ANYWHERE ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาเอง เพื่อใช้ในการตรวจสอบการใช้งานยานพาหนะให้อยู่ในขอบเขตภารกิจที่กำหนด โดยใช้เทคโนโลยีกำหนดตำแหน่งบนพื้นโลกด้วยดาวเทียม (GPS) และระบบสื่อสารข้อมูลโดยใช้เครือข่ายโทรศัพท์ไร้สาย อุปกรณ์หลักของระบบ SKYTRAK จะบันทึกรายละเอียดการเดินทางแบบออฟไลน์ ได้แก่ข้อมูลวัน เวลา ความเร็ว จุดจอด เส้นทาง ตลอดการเดินทาง
ข้อมูลเหล่านี้จะถูกวิเคราะห์โดยโปรแกรม SKYTRAK เมื่อรถกลับมายังที่ตั้ง นอกจากนี้ยังสามารถตั้งค่าความเร็วจำกัดให้อุปกรณ์หลักส่งเสียงเตือนได้เมื่อรถวิ่งถึงความเร็วที่ตั้งค่าไว้ โดยกลุ่มลูกค้าหลักที่มีการใช้งานเทคโนโลยีดังกล่าวคือ กลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์ และองค์กรธุรกิจทั่วไป นายณรงค์ กล่าวต่อไปว่าที่ผ่านมามีคู่แข่งเข้ามาในธุรกิจมากพอสมควร โดยเฉพาะคู่แข่งต่างชาติ อย่างไรก็ตามเชื่อว่ายังมีความได้เปรียบ เนื่องจากเป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีขึ้นมาเอง ทำให้สามารถพัฒนาระบบให้เข้ากับความต้องการทางธุรกิจของลูกค้า อีกทั้งยังสามารถให้บริการได้ดีกว่าคู่แข่งต่างประเทศ ประโยชน์คุ้มสุดคุ้ม
ดร.ภูษิต วงศ์หล่อสายชล ที่ปรึกษาบริษัทอะกรีเวิลด์ ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ระบบคลังข้อมูลอัจฉริยะ ภายใต้ชื่อ ไอซีเอ็ม (Intelligent Coldstorage Management) กล่าวว่าการคำนวณการคุ้มทุนในการลงทุนซอฟต์แวร์ ไอซีเอ็มนั้นคงคำนวณเป็นเม็ดเงินได้ยาก แต่ประโยชน์ชัดเจนที่ลูกค้าได้รับจากการลงทุนระบบดังกล่าวคือ ความรวดเร็วในการส่งสินค้า ซึ่งช่วยลดการเสียโอกาสการขายสินค้า ขณะเดียวกันยังสามารถเคลมสินค้าได้เร็วขึ้น โดยปกติลูกค้ามียอดเคลมเดือนหนึ่งหลายแสนบาท ซึ่งการเคลมสินค้าต้องใช้ระยะเวลาเป็นเดือน สุดท้าย คือการตัดสินใจส่งสินค้า โดยหากมีสินค้าส่วนหนึ่งเสียหาย ไม่จำเป็นต้องชะลอการลงสินค้าทั้งหมด โดยระบบสามารถตรวจสอบได้ว่าสินค้าส่วนใดเสียหายสามารถตัดสินใจชะลอการส่งสินค้าเฉพาะในส่วนที่เสียหายได้
ที่ผ่านมาภาคธุรกิจของไทยมีต้นทุนด้านโลจิสติกส์สูงถึง 25% ของต้นทุนธุรกิจ ซึ่งถือเป็นอุปสรรคสำคัญในการแข่งขันบนเวทีการค้าโลก ทำให้ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาเราเริ่มพูดถึงแผนยุทธ์ศาสตร์ อี-โลจิสติกส์ของประเทศ และเริ่มเห็นภาคธุรกิจมีตื่นตัวกับการนำเทคโนโลยีบริหารคลังสินค้า และระบบขนส่ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในกระบวนการโลจิสติกส์มาใช้ โดยหวังว่าเทคโนโลยีดังกล่าวจะเข้ามีส่วนสำคัญในการลดต้นทุนทางธุรกิจ
















Leave a comment :