Switch to: uk
10 February 2012 13:24PM

เช็กลิสต์เมกะโปรเจ็กต์

28 Nov 06 ,  หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ
  • 0
เช็กลิสต์เมกะโปรเจ็กต์ 'ธีระ-สรรเสริญ' ย้ำชัด ต้องโปร่งใส ไร้ตุกติก ถึงจะลุยต่อ
ในการประชุมร่วมกับผู้บริหารระดับสูงทั้งจากภาคส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ ในสังกัดกระทรวงคมนาคม นัดแรกของ "พล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และ "สรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม" รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เมื่อวันที่ 10 ต.ค.49 ที่ผ่านมา ยังคงไม่มีกรอบนโยบายที่ฟันธงอย่างชัดเจนว่าจะเดินหน้า หรือตัดทิ้งงานหรือโครงการใด เป็นแต่เพียงการแจ้งให้ทราบแบบชัดถ้อยชัดคำว่า "การเข้ามาทำงานแบบเฉพาะกาล ภายใต้กรอบเวลา 1 ปีครั้งนี้ ไม่ได้เข้ามาเพื่อขวางงานหรือโครงการใดๆ ที่สืบเนื่องมาจากรัฐบาลชุดที่ผ่านมา แต่ขอให้มีการทบทวนให้โปร่งใส เป็นการทำงานที่อิงอยู่บนพื้นฐานความซื่อสัตย์ และต้องพิจารณาควบคู่ไปกับกรอบงบประมาณ และที่สำคัญต้องเลือกโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติเป็นหลัก" ส่วนเรื่องเมกะโปรเจ็กต์ ที่ถูกจับตาเป็นพิเศษว่าจะสานต่อหรือไม่นั้น "พล.ร.อ.ธีระ" ได้ย้ำว่าในหลักการพร้อมเดินหน้า

โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้า 3 เส้นทาง ตามแผนที่รัฐบาลชุดที่ผ่านมากำหนดไว้ แต่ยังยืนยันว่าจะต้องทบทวนการดำเนินงานที่ผ่านมาก่อนที่จะเดินหน้าต่อ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส เป็นธรรม และจะเร่งทุกโครงการที่เกี่ยวข้อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนโดยเฉพาะระบบขนส่ง

ขณะที่ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม "สรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม" ได้กล่าวสำทับว่า "การพิจารณาลงทุนในโครงการต่างๆ จะดูแนวโน้มความเป็นไปได้ในช่วง 1 ปี ว่าสามารถดำเนินการอย่างไร เลือกเอาเฉพาะที่เกิดขึ้น ได้แน่ ในช่วงเวลาการทำงานของรัฐบาลที่มีเวลาจำกัด เนื่องจากขั้นตอนของแต่ละโครงการไม่เท่ากัน จึงต้องย้อน ดูเป็นรายโครงการว่าลำดับเหตุการณ์และกระบวนการต่างๆ มาได้อย่างไร และควรดำเนินการต่อหรือไม่ แล้วจึงจะมาจัดลำดับความสำคัญ และจึงค่อยเลือกที่จะทำโครงการใด" คงเป็นการยืนยันแนวคิดในการทำงานของรัฐบาลเฉพาะกาลได้ดีว่า การทำงานที่ยึดหลัก "เศรษฐกิจพอเพียง" จะไม่มีการทำงานแบบผลีผลาม ไม่ทำอะไรที่ใหญ่โตเกินตัว เช่นที่เห็นเป็นตัวอย่างในสมัยที่ผ่านมา ที่ทำงานกันแบบหัวเรือใหญ่คิดไว ไปไว้ แต่ในระดับชั้นคนปฏิบัติงานให้เกิดขึ้นจริงยังก้าวตามแบบสะดุด ทำให้เกิดอาการโรคเลื่อนมาโดยตลอด

แต่ในอีกทางหนึ่งก็อาจจะเป็นการการันตีได้ด้วยเช่นกันว่า ค่อนข้างจะแน่นอนที่ ใน 1 ปีของรัฐบาลเฉพาะกาล โครงการขนาดใหญ่ ทั้งที่อยู่ในบัญชีเมกะโปรเจ็กต์มาแต่ดั้งเดิม ทั้งโครงการรถไฟฟ้า 3 เส้นทาง โครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 2,000 คัน โครงการก่อสร้างท่าเรือปากบารา นับรวมกับโครงการใหม่ๆ ที่หลายหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม รอจ่อคิวขอไฟเขียวดำเนินการในช่วงงบประมาณ ปี 50 อาทิ โครงการจำนวน 102 โครงการ มูลค่า 221,321 ล้านบาท ที่บรรจุไว้ในแผนการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศ โครงการมอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-นครราชสีมา มูลค่า 29,000 ล้านบาท มีเปอร์เซ็นต์สูงที่จะไม่ได้เกิดทั้งกระบิ

เพราะจากน้ำเสียงของ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ที่บอกกล่าวกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า การมาทำงาน 1 ปีนี้ ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ที่จะมาก่อให้เกิดโครงการใหม่ โครงการขนาดใหญ่ แต่เป้าหมายหลักคือต้องการที่จะมาวางรูปแบบของการทำงาน หรือมาตีกรอบการทำงาน ให้เข้าที่เข้าทาง เป็นไปในทางที่ถูกที่ควร เพื่อเป็นรากฐานของอนาคตประเทศชาติให้เป็นก้าวย่างที่ถูกต้องและมั่นคงต่อไป ......อย่างไรก็ดี การหยุดพักก้าวเดินแบบก้าวกระโดดที่ยาวเกินตัว สัก 1 ปี เพื่อทำทุกอย่างแบบรอบคอบ อาจจะดีที่ได้มีช่วงเวลาในการทบทวนรายละเอียดที่หลงลืม หรืออาจจะถูกปกปิดเอาไว้ ซึ่งอาจจะเกิดผลเสียได้ แต่ในขณะเดียวกัน เมื่อกาวเข้ามาเป็นรัฐบาลแล้ว แม้จะเป็นเพียงแค่เฉพาะกาล ถูกตีกรอบให้ทำงานเพียง 1 ปี ก็ใช้ว่าการตัดสินใจจะไม่ควรเกิดขึ้นเลย เพราะหากไม่ทำอะไรเลย เวลาเพียงแค่ 1 ปี ก็อาจจะสูญเปล่าได้เช่นกัน

Leave a comment :