ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวในการสัมมนาเรื่อง ระบบระบุรหัสประจำตัวสัตว์ และการลงทะเบียนสัตว์ด้วยไมโครชิพอาร์เอฟไอดี ว่า เนคเทคร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้พัฒนารหัสมาตรฐานประจำตัวของสัตว์ทั่วประเทศเรียบร้อยแล้ว โดยเป็นเลขรหัส 9 หลักตามมาตรฐานสากล จากนั้นจะดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ในการนำรหัสดังกล่าวมาใช้งานในลักษณะโครงการนำร่อง ทั้งการวางระบบ การตรวจสอบ ความคุ้มค่าต่อการลงทุน และระบบความปลอดภัย คาดว่าการศึกษาจะแล้วเสร็จใน 3 เดือน เพื่อส่งต่อให้กรมปศุสัตว์ดำเนินการส่งเสริมให้มีการใช้งานจริงต่อไป
"การใช้งานระบบนี้อาจจะต้องลงทุนติดตั้งอุปกรณ์ปลายทาง อาทิ ชิพอาร์เอฟไอดี เครื่องอ่าน รวมถึงซอฟต์แวร์จัดเก็บข้อมูล แต่ถือเป็นวิธีที่สะดวก และคุ้มค่าต่อการลงทุน สำหรับผู้ส่งออกรายใหญ่ที่ต้องการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าต่างประเทศ โดยมีความพร้อมที่จะให้บริการตรวจสอบย้อนกลับถึงที่มาของสินค้าได้ทันที" ผู้อำนวยการ เนคเทค กล่าว
อย่างไรก็ตาม เนคเทคจะพยายามหาเทคโนโลยีราคาถูกแต่ประสิทธิภาพสูงจากบริษัทภายในประเทศ เพื่อลดค่าใช้จ่ายจากการนำเข้าเทคโนโลยีของผู้ประกอบการ
ด้าน นายยุคล ลิ้มแหลมทอง อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า กรมปศุสัตว์มีแนวทางส่งเสริมให้ผู้ส่งออกเนื้อสัตว์ ติดชิพบันทึกข้อมูลเฉพาะของสัตว์ในฟาร์ม เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประเทศคู่ค้า ในการตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาของสินค้า ในกรณีเนื้อสัตว์มีปัญหา และเพื่อควบคุมโรคระบาดในสัตว์ โดยเฉพาะโรคไข้หวัดนก ที่ภาครัฐจำเป็นต้องทำลายสัตว์เป็นจำนวนมาก ปัจจุบันกรมปศุสัตว์ได้ร่วมกับผู้ประกอบการไก่เนื้อ และเป็ดเนื้อ 25 ราย บันทึกข้อมูลสำหรับการตรวจสอบย้อนกลับ โดยเจ้าหน้าที่จะเป็นผู้จดบันทึกข้อมูลของสัตว์แต่ละตัว จึงพบข้อผิดพลาดในการบันทึกข้อมูล ดังนั้น กรมปศุสัตว์จึงร่วมกับเนคเทคทำโครงการออกแบบ และพัฒนาระบบสารสนเทศ สำหรับการกำหนดรหัสประจำตัวสัตว์ การลงทะเบียนสัตว์ และการติดตามโรคระบาดสัตว์ในประเทศไทย เพื่อนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้ระบบการจัดการทำได้ง่ายขึ้น
"จากความร่วมมือครั้งนี้จะทำให้การจัดระบบข้อมูลเป็นรูปธรรมมากขึ้น สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศคู่ค้า ทางกรมปศุสัตว์จะเริ่มดำเนินการกับไก่เนื้อส่งออก 800-900 ล้านตัว ในฟาร์ม 1 แสนฟาร์ม จากผู้ประกอบการ 1 หมื่นรายทั่วประเทศ โดยบันทึกข้อมูลตั้งแต่ขั้นตอนผลิต แปรรูป และควบคุมการระบาดของโรค ด้วยงบประมาณราว 50-80 ล้านบาท ก่อนที่จะขยายสู่สุกร และโคกระบือต่อไป" อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าว
ทั้งนี้ เวทีสัมมนาดังกล่าวเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดในกลุ่มนักวิชาการที่เกี่ยวข้อง หลังจากเนคเทคได้จัดทำเลขรหัสประจำตัวสัตว์สำเร็จ โดยครอบคลุมสัตว์ทุกชนิด ทั้งสัตว์บกเพื่อการส่งออก สัตว์เลี้ยง สัตว์ป่า และสัตว์น้ำ เพื่อนำความคิดเห็นมาปรับปรุงมาตรฐานรหัสประจำตัวสัตว์ครั้งสุดท้าย ให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย และป้องกันข้อโต้แย้งที่อาจเกิดขึ้น
กรมปศุสัตว์จับมือเนคเทคเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความเห็น หลังจากร่างรหัสประจำตัวสัตว์เสร็จ เผยใช้เลขรหัส 9 หลักตามมาตรฐานสากล เนคเทคขอเวลา 3 เดือน ศึกษารูปแบบใช้งาน และหาเทคโนโลยีราคาถูกหวังลดต้นทุนของผู้ประกอบการ จากนั้นส่งต่อกรมปศุสัตว์นำร่องใช้กับไก่เนื้อส่งออก 900 ล้านตัวทั่วประเทศ
















Leave a comment :