คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังเป็นประธานมอบนโยบายการดำเนินงานภายใต้นโยบายอาหารปลอดภัยของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า ขณะนี้มาตรฐานการรับรองสินค้าเกษตรและอาหารของไทยโดยผ่าน สัญลักษณ์ Q-Mark เริ่มเป็นที่รู้จักและยอมรับของผู้บริโภคทั้งตลาดภายในและต่างประเทศมากขึ้น ส่งผลให้ที่ผ่านมาไทยสามารถส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารภายใต้สัญลักษณ์ Q ไปจำหน่ายเป็นมูลค่ากว่า 8 แสนล้านบาท ปัญหาการตรวจสอบกักกันจากมาตรฐานสุขอนามัยพืชลดลงมาก
อย่างไรก็ตาม จากการประเมินผลการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์หลัก 5 ยุทธศาสตร์ ของนโยบายอาหารปลอดภัย หรือฟู้ดเซฟตี้ พบว่าในส่วนของการรับรองฟาร์มให้ได้มาตรฐาน GAP และ COC พบว่า ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถให้การรับรอง เพียง 259,179 ฟาร์ม หรือ 33.48% เท่านั้น จากเป้าหมายที่จะต้องให้การรับรอง ทั้งหมด 100% ในปี 2551 จำนวน 774,169 ฟาร์ม ซึ่งจะต้องเร่งรัดให้ได้ตามเป้าหมาย สำหรับด้านการส่งออกกำลังอยู่ระหว่างการวางระบบการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ซึ่งจะเริ่มนำมาใช้กับสินค้าหลัก 3 ชนิดในปี 2550 โดยกระบวนการตรวจสอบย้อนกลับนั้น ถือว่าเป็นอาวุธสำคัญของการแข่งขันการส่งออก
นายสมชาย ชาญณรงค์กุล รองผู้อำนวยการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กล่าวว่า ภายหลังจาก มกอช.รณรงค์ให้ต่างประเทศรู้จัก Q นั้น ถือว่าประสบผลสำเร็จมาก โดยวัดผลจากประเทศผู้นำเข้ามีการส่งกลับและทำลายสินค้าน้อยมาก ซึ่งในภาคของการส่งออกนั้น จะมีระบบการตรวจสอบย้อนกลับ ที่จะนำมาใช้ในปี 2550 กำหนดไว้ 3 รายการ คือ ไก่ กุ้ง, หน่อไม้ฝรั่ง และกระเจี๊ยบเขียว
ระบบการตรวจสอบย้อนกลับ จะแบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ การตรวจสอบย้อนกลับตั้งแต่ผู้บริโภค มาถึงโรงงานแปรรูปหรือผู้ผลิต และตั้งแต่ระดับผู้บริโภคมาถึงระดับฟาร์ม ปัจจุบันกรมประมงสามารถเริ่มใช้ระบบการตรวจสอบย้อนกลับในกุ้ง และมีเครือเบทาโกร ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับ ไก่ตั้งแต่ผู้บริโภคมาถึงระดับฟาร์มได้แล้ว
"สุดารัตน์" เร่งมกอช. วางระบบการตรวจสอบย้อนกลับสินค้าเกษตร หวังใช้เป็นอาวุธส่งออก เผยหลังใช้ Q-Mark ดันส่งออกสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้นเป็น 8 แสนล้านบาท เร่งรับรองมาตรฐานฟาร์มหลังล่าช้ารับได้เพียง 33.48%
















Leave a comment :