Switch to: uk
24 May 2012 07:20AM

การช็อปแบบมีหลักการของ SCM

17 Apr 08 ,  Prachachat
  • 0

คอลัมน์ L&S Hub
โดย ดร.พรธิภา องค์คุณารักษ์ สาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีอุตสาหกรรมเกษตร คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
บทความนี้เกี่ยวกับการนำความรู้ด้านการจัดการโซ่อุปทานมาประยุกต์ใช้ในการจับจ่ายซื้อสินค้าของคุณแม่บ้านทั้งหลาย ถ้าอ่านแล้วจะเห็นว่าหลักการดังกล่าวเป็นสามัญสำนึกที่หลายคนอาจมองข้ามไป

ลองสมมติว่าคุณเป็นแม่บ้านที่ต้องซื้อของเข้าบ้านหลายอย่าง ได้แก่ ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ควรคิดว่าจะทำอย่างไรให้งานของคุณมีประสิทธิภาพมากที่สุด นั่นคือของที่คุณและครอบครัวต้องการ ต้องไม่ขาดและเสียเงินน้อยที่สุด ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์หลักของการจัดการโซ่อุปทานที่ต้องมีระดับการให้บริการลูกค้าที่ดีและต้นทุนต่ำ

ขั้นตอนแรกหลังจากทราบเป้าหมาย ต้องทราบว่ามีของอะไรบ้างที่ต้องซื้อและปริมาณเท่าไร ซึ่งหลักการคือมีกี่คนในบ้าน แต่ละคนชอบอาหารและของประเภทไหน เพื่อซื้อของให้ถูกใจ เรื่องนี้ไม่ยากเนื่องจากเป็นความต้องการมีลักษณะที่ค่อนข้างคงที่เนื่องจากเป็นคนในบ้านเอง

แต่ถ้าเป็นการจัดการโซ่อุปทานของสินค้าทั่วไป ถือว่าความต้องการสินค้าเป็นสิ่งที่ยากที่สุด เพราะมีความไม่แน่นอนสูงและมีปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อความต้องการอีกด้วย ซึ่งควรใช้วิธีการพยากรณ์ความต้อง การทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพร่วมกัน

เมื่อแม่บ้านทราบว่ามีของอะไรบ้างที่ต้องซื้อ ต่อไปต้องตัดสินใจเรื่องการจัดหา (procurement) ได้แก่ การเลือกแหล่งซื้อหรือแหล่งวัตถุดิบนั่นเอง ด้วยหลักที่ว่าซื้อที่ไหนใกล้บ้าน ราคายุติธรรม (สังเกตว่าไม่ใช้คำว่าราคาถูก เนื่องจากของคุณภาพดีควรมีราคายุติธรรม ไม่ใช่ราคาถูก) และที่สำคัญสินค้าต้องมีคุณภาพดีแบบสม่ำเสมอ

แหล่งช็อปอาจเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้าน ร้านโชห่วย ตลาดสด ห้างสรรพสินค้า หรือแม้แต่โมเดิร์นเทรดทั้งหลาย ตอนนี้ คุณแม่บ้านคงเริ่มปวดหัวแล้วว่าจะซื้ออะไรที่ไหนดี หลักการมีง่ายๆ ซึ่งเป็นการประยุกต์หลักของการจัดการสินค้าคงคลัง (inventory management) สำหรับอาหารหรือของที่ต้องใช้อย่างรวดเร็ว เพราะมีอายุการเก็บรักษาสั้นๆ นั้นควรซื้อที่ร้านใกล้บ้านในปริมาณน้อยแต่บ่อยครั้ง เพราะต้นทุนการเก็บรักษาสูง แต่ต้นทุนการสั่งซื้อซึ่งหมายถึงการขนส่งและเวลาที่เสียไปในการซื้อแต่ละครั้งนั้นไม่สูง จึงควรซื้อบ่อยๆ โดยหากเก็บสินค้าไว้นานจะเน่าเสีย ทำให้สิ้นเปลืองได้จึงต้องซื้อครั้งละน้อยๆ นี่เองเป็นเหตุผลที่คนส่วนใหญ่มักซื้อนมหรืออาหารที่ตลาดสดใกล้บ้าน หรือร้านสะดวกซื้อ

สำหรับสินค้าที่เก็บได้นานๆ โดยไม่เสียหาย และราคาอาจไม่แพงมากนัก ควรซื้อครั้งละมากๆ แต่ไม่บ่อย และควรซื้อจากแหล่งที่มีส่วนลดเมื่อซื้อปริมาณมาก เนื่องจากมีต้นทุนการเก็บรักษาต่ำ แต่ต้นทุนการสั่งซื้อสูงเนื่องจากอาจต้องเสียค่าเดินทางและเวลาในการเลือกซื้อและต่อแถวในการชำระเงินนาน แต่สำหรับสินค้าราคาแพงการซื้อปริมาณมากอาจไม่เหมาะสมเนื่องจากต้องลงทุนสูง และอาจไม่คุ้มค่ากับการต้องจ่ายเงินไป หากไปเจอสินค้าประเภทลดราคาหรือซื้อ 1 แถม 1 แล้ว ควรซื้อมาเก็บไว้หรือไม่

คำตอบคือ ควรดูความต้องการและความจำเป็นก่อนเป็นอันดับแรก ถ้าเป็นสินค้าที่ต้องใช้ประจำไม่สูญเสียหากเก็บไว้นาน และราคาไม่แพงจนเกินไป รีบซื้อเก็บไว้ได้ แต่ถ้าไม่ใช่แล้วละก็ คุณควรตัดใจ อย่าไปเสียดาย มิฉะนั้นบ้านคุณจะเต็มไปด้วยสินค้าคงคลังซึ่งผิดหลักการ

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาอีกหลายประการ เช่น ควรซื้อกับข้าวนอกบ้าน หรือซื้อวัตถุดิบแล้วไปทำเอง การตัดสินใจระหว่าง outsource และ inhouse มีหลักไม่ยาก ถ้ามีคนในบ้านไม่มาก เช่น คนโสดทั้งหลาย การซื้อกับข้าวนอกบ้านน่าจะถูกกว่า และสามารถเลือกร้านค้าได้ตามใจชอบ เพราะถ้าทำเองต้องดูว่าฝีมือและปริมาณอาหารที่ทำนั้นคุ้มค่ากับเวลาและเงินที่ต้องเสียไปหรือไม่ ส่วนใหญ่แล้วคำตอบคือไม่ นี่คือหลักการ economy of scale นั่นคือร้านอาหารที่ทำกับข้าวในปริมาณมาก สามารถซื้อวัตถุดิบด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า

นอกจากนี้ บางคนอาจคิดว่าเสียเวลาในการทำกับข้าวนานเหลือเกินเพราะไม่ถนัด อาจใช้เวลานั้นทำงานอย่างอื่นที่ก่อรายได้ ซึ่งเป็นเหตุผลของการที่จะ outsource อีกประการหนึ่งที่เรียกว่า focus on core competency สำหรับครอบครัวที่มีสมาชิกพอประมาณอาจทำอาหารทานเอง เนื่องจากสะอาด ปลอดภัย และคุ้มค่าในการลงทุนทำเอง

ปัญหานี้ยังไม่จบต้องคิดอีกว่าจะไปซื้อของด้วยวิธีไหน คือจะขึ้นรถเมล์ ลงเรือ ขับรถ เดิน ขี่จักรยาน หรือซ้อนมอเตอร์ไซค์ รถไฟฟ้า เป็นต้น คำตอบขึ้นอยู่กับระยะทางของร้านกับบ้านและปริมาณสินค้าที่จะซื้อนั่นเอง

บางทีการใช้ multi modal หรือการเลือกวิธีขนส่งหลายๆ ทางรวมกัน เช่น ลงเรือ ขึ้นรถเมล์ รถไฟฟ้า อาจจะดีกว่าในกรณีที่การจราจรติดขัดมาก และสินค้าที่จะซื้อมีปริมาณไม่มาก หรืออาจไปกับเพื่อนบ้าน ทำให้สามารถลดภาระค่าใช้จ่ายลงได้ เป็นต้น

ที่จะลืมเสียไม่ได้คือ ในยุคอิเล็กทรอนิกส์เช่นนี้การซื้อสินค้าออนไลน์ (E-commerce) ถือเป็นทางเลือกใหม่ของนักช็อป การซื้อสินค้าประเภทนี้มีข้อดีคือ สะดวก รวดเร็ว ซื้อเมื่อไรก็ได้ จากที่ไหนก็ได้ ทำให้ลดเวลาในการช็อป สามารถเปรียบเทียบคุณภาพและราคาสินค้าจากหลายแหล่งได้ ส่งสินค้าตรงถึงบ้าน

แต่ข้อเสียคือ การไม่เห็นสินค้าก่อนทำให้คุณอาจไม่ชอบเนื่องจากไม่สามารถจับต้องสินค้าเพื่อเลือกและลองให้ถูกใจได้ ทำให้โอกาสการคืนสินค้าที่ขายออนไลน์มีสูง (return) จึงควรซื้อจากเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ

จริงๆ ยังมีอีกหลายเรื่องที่เกี่ยวข้อง แต่กลัวว่าจะยาวเกินไป ถึงตอนนี้คุณแม่บ้านคงพอทราบคร่าวๆ แล้วว่า การจัดการโซ่อุปทานนั้นไม่ยากอย่างที่คิด และสามารถตัดสินใจว่าต่อไปจะต้องช็อปอย่างไร

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.