Switch to: uk
24 May 2012 07:21AM

มองโลจิสติกส์ไทย ผ่านมิติ 'ดร.ปรีชา พันธุมสินชัย' แนะสร้างโอกาสทางธุรกิจด้วย RosettaNet

21 Apr 08 ,  Than News
  • 0
ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่พุ่งกว่าหนึ่งร้อยดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรลในวันนี้ ส่งผลให้ต้นทุนโลจิสติกส์ของไทย รวมทั้งสินค้าต่างๆ สูงขึ้นอย่างมาก การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพกระบวนการทางธุรกิจ โดยเฉพาะด้านการผลิตและโลจิสติกส์ ถือเป็นยุทธศาสตร์ที่ผู้ประกอบการเล็กใหญ่ทั่วโลก เห็นพ้องต้องกันว่าเป็นเครื่องมือเดียวที่ช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขันได้
ดร.ปรีชา พันธุมสินชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มโฟกัส จำกัด ผู้ให้บริการด้านระบบสารสนเทศในภาคอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ กล่าวถึงความสำคัญของการลดต้นทุนด้วยโลจิสติกส์ว่า ปัจจุบันระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ถือว่ามีส่วนความสำคัญอย่างยิ่งต่อภาคธุรกิจในการนำมาเพื่อระบบบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งด้านการลดต้นทุน การอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ รวมถึงการวางแผนล่วงหน้า และการเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขัน

ยกตัวอย่างซอฟต์แวร์ ERP(Enterprise Resource Planning) หรือระบบเชื่อมโยงข้อมูลทรัพยากร ที่รวบรวมการทำงานของทุกๆส่วนขององค์กรให้เป็นหนึ่งเดียว อาทิ ฝ่ายผลิต ฝ่ายบัญชีและการเงิน ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายวางแผน และฝ่ายคลังสินค้า ที่ทุกส่วนสามารถเรียกดูข้อมูลของแต่ละฝ่ายได้ ERP จึงถือเป็นระบบสารสนเทศที่จำเป็นสำหรับผู้ประกอบการทุกขนาดในปัจจุบัน เพราะเป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่เข้าไปควบคุมกระบวนการทำงานในทุกๆหน่วยขององค์กรและเชื่อมโยงข้อมูลจากทุกแผนกที่เกี่ยวข้องเข้ามาสู่ฐานข้อมูลกลาง ส่งผลให้การดำเนินงานสอดคล้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันทั้งบริษัท

นอกจากนี้การจัดการระบบบริหารจัดการคลังสินค้า (Warehouse Management System) ยังเป็นระบบที่ช่วยจัดการในการรับ การจัดเก็บ และการจัดส่งสินค้าให้กับผู้รับ เพื่อกิจกรรมการขายโดยเป้าหมายหลักในการบริหาร ดำเนินธุรกิจ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคลังสินค้าก็เพื่อให้เกิดการดำเนินการอย่างเป็นระบบ สามารถควบคุมคุณภาพของการเก็บ การหยิบสินค้า การป้องกัน และลดการสูญเสียจากการดำเนินงาน เพื่อให้ต้นทุนการดำเนินงานต่ำที่สุด ใช้พื้นที่และปริมาตรในการจัดเก็บให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมทั้งยังเป็นการสร้างความมั่นใจว่า แรงงาน เครื่องมือ อุปกรณ์ สาธารณูปโภคต่างๆ มีเพียงพอและสอดคล้อง กับระดับของธุรกิจที่ได้วางแผนไว้

ระบบดำเนินการขนส่งโลจิสติกส์(Logistics and Transportation Execution) คือระบบจัดการในเรื่องการดำเนินการจัดส่งสินค้าจากโรงงานหรือศูนย์กระจายสินค้าไปยังสินค้า ทั้งในกรณีที่เป็นการจัดส่งสินค้าภายในประเทศ และต่างประเทศ โดยเริ่มตั้งแต่ กระบวนการประมาณค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ในการขนส่ง การสืบราคาค่าใช้จ่ายขนส่งและอนุมัติ การจัดทำเอกสารเดินพิธีการและขนส่งสินค้า การจัดทำรายการเข้าและออกของพาหนะขนส่ง และการติดตามสถานะของพาหนะ

ดร.ปรีชา กล่าวอีกว่า ในปัจจุบันสำหรับคู่ค้าที่มีการทำธุรกรรมเป็นประจำอยู่แล้ว ยังสามารถใช้กระบวนการมาตรฐานและอัตโนมัติในการโต้ตอบระหว่างคู่ค้าที่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ที่ต่างกัน อาทิ การสอบถามราคาสินค้า การสั่งซื้อสินค้า การติดตามสถานภาพของคำสั่งซื้อ และคำถามอื่นๆ ที่เกี่ยวกับธุรกรรมได้ โดยการใช้มาตรฐาน RosettaNet ในการสื่อสาร ซึ่งจะทำให้ข้อมูลส่งผ่านระหว่างคอมพิวเตอร์กับคอมพิวเตอร์ได้โดยไม่ต้องให้คนพิมพ์ข้อมูลด้วยมือเข้าสู่ระบบอีกครั้ง ดังนั้นจึงสามารถลดเวลาและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์ โทรสาร อี-เมล์ หรือแม้แต่การเข้าไปดูข้อมูลผ่านเว็บไซต์

"RosettaNet คือภาษากลางทางธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (e-transaction) ผ่านอินเตอร์เน็ตที่มีความแพร่หลายในอุตสาหกรรมไฮเทคในต่างประเทศมาตั้งแต่ปี 2000 โดยเฉพาะบริษัทผู้ประกอบการข้ามชาติ เช่น Intel, Dell, Sony, Nokia, IBM, HP, Fujitsu, Seagate, AMD, Hitachi, Motorola, NEC, Sanyo, Canon, Solectron นอกจากนั้นบริษัทผู้ให้บริการโลจิสติกส์ข้ามชาติ เช่น DHL,CEVA และอื่นๆ ที่ทำหน้าที่เคลื่อนย้ายสินค้าให้กับผู้ประการข้ามชาติ ต่างก็เชื่อมโยงกันด้วยมาตรฐาน RosettaNet ในการรวบรวมสินค้าวัตถุดิบจากซัพพลายเออร์เพื่อการผลิตและการกระจายสินค้าสำเร็จรูปให้กับลูกค้าทั่วโลก"

ดร.ปรีชา กล่าวย้ำว่า จากเทคโนโลยีสารสนเทศที่ได้กล่าวมาข้างต้นล้วนเป็นประโยชน์ต่อภาคธุรกิจในการที่จะช่วยลดต้นทุน และเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันของผู้ประกอบการ เนื่องจากขณะนี้ประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศมีการนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้อย่างแพร่หลายแล้ว โดยเฉพาะระบบ RosettaNet ซึ่งเห็นว่าภาครัฐควรเร่งให้การสนับสนุน และกระตุ้นให้ผู้ประกอบการเห็นความสำคัญอย่างจริงจัง

เนื่องจาก RosettaNet กำลังจะขยายผลไปในอุตสาหกรรมอื่นๆ จึงนับเป็นโอกาสที่ดีที่รัฐบาลจะสามารถขับเคลื่อนอุตสาหกรรมต่างๆ ในประเทศให้ปรับตัวไปพร้อมๆกัน เพื่อทำให้ทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรมของไทยสามารถทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์เชื่อมโยงกันเองและเชื่อมโยงกับโซ่อุปทานโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งทางด้านการผลิตและโลจิสติกส์ ทำให้สามารถลดการใช้พลังงาน ลดความผิดพลาด เพิ่มความรวดเร็ว คล่องตัว และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการไทย

ดร.ปรีชา ยังมีความเห็นว่า ความสำคัญของโลจิสติกส์จึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่ผู้ประกอบการในภาคเอกชนเพียงฝ่ายเดียว แต่มีความเห็นว่าควรได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐบาล กล่าวคือ กระทรวงต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ เช่น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงคมนาคม รวมทั้งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าฯ ควรร่วมกันประกาศให้การสร้างความสามารถในการเชื่อมโยงอุตสาหกรรมแบบ B2B ด้วย RosettaNet เป็นวาระแห่งชาติ และต้องตั้งเป้าการสร้างความเชื่อมโยงให้ได้อย่างน้อย 2,000 บริษัทใน 3 ปี ที่สำคัญจะต้องสนับสนุน SMEs เพื่อให้สามารถตามติดเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซียและจีนได้

สิ่งที่ขาดไม่ได้อีกประการคือการดึงดูดการลงทุนในมาตรฐาน RosettaNet สำหรับผู้ประกอบการ ด้วยการให้ Matching Grant/Fund อย่างน้อย 300 ล้านบาทภายใน 3 ปี หรือสามารถลดหย่อนภาษีได้ 3 เท่าสำหรับการลงทุนใน RosettaNet สุดท้ายการหาเจ้าภาพที่เหมาะสมในการบริหารการส่งเสริมและเพิ่มงบประมาณให้หน่วยงานเช่นสถาบันไฟฟ้าฯและ NECTEC ในการทำโครงการต่างๆ ด้าน RosettaNet รวมทั้งสร้างผู้ให้บริการ B2B ให้พอเพียง

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.