ชี้แนวโน้มโลจิสติกส์โลก
สิ่งที่ขับเคลื่อนให้ระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชนระดับโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันมี 4 ประการ ได้แก่ 1.เรื่องตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็วในเกือบทุกภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะในเอเชีย 2.ผู้ใช้บริการมีความคาดหวังสูงขึ้นตลอดเวลา ทำให้มีการแข่งขันกันสูงในเรื่องของผลิตภัณฑ์ และการบริการที่มีมาตรฐานสูง และราคาที่ต่ำ 3.มีการแข่งขันเสรีมากขึ้น ในทุกเซ็กเมนต์ ในอดีตปรับปรุงพัฒนาในแง่การผลิต สมัยนี้การแข่งขันด้านการตลาดปรับปรุงพัฒนาไปแล้ว เหลือแต่โลจิสติกส์ที่กำลังเข้ามา และ 5.เทคโนโลยี การเข้าถึงข้อมูล การวิเคราะห์ การต้องการการตอบสนอง ไปถึงจุดที่ทำให้ต้นทุนลดลงได้
จุดสำคัญที่เป็นสิ่งท้าทายในธุรกิจโลจิสติกส์ มีโจทย์ 4 ข้อ คือ 1)จะสร้างโซลูชั่นที่จะมาตอบโจทย์ทางโลจิสติกส์ได้อย่างไร โดยที่โจทย์ คือ ต้นทุนต่ำสุด และกำไรสูงสุด 2)จะก้าวไปข้างหน้าอย่างไร ถ้าโจทย์ทางซัพพลายเชนอาจจะตอบได้ธุรกิจหนึ่ง แต่อาจตอบอีกธุรกิจหนึ่งไม่ได้ ดังนั้น ต้องไปปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้เข้ากับเงื่อนไขการทำงานของเรา
3)จะแมตช์วิธีการหรือกลยุทธ์ของเราให้เข้ากับตลาดได้อย่างไร ยกตัวอย่างดีเอชมีลูกค้าทำศูนย์การค้าย่อยมีเซ็นเตอร์ ดีซีอยู่ที่กรุงเทพฯ มีดีโป้ดีซีอยู่ตามหัวเมืองสำคัญๆ ตามต่างจังหวัด เวลาทางฝ่ายมาร์เก็ตติ้งทำโปรโมชั่น มาร์เก็ตติ้งต้องการเปิดขายสินค้าตัวใหม่ออกไปให้ผู้บริโภคเวลาเดียวกันทั่วประเทศไทย ถาทำไดเร็กต์ตรงจากกรุงเทพฯราคาจะไม่ถูก ถ้าเอาของไปค่อยๆ เก็บ เช่น ถ้ามีศูนย์กระจายสินค้าอยู่เชียงใหม่ สุราษฎร์ฯ สินค้าก็ถึงมือ ผู้บริโภคพร้อมกัน
4)เราจะทำอย่างไรให้โลจิสติกส์ดีเลิศ ในทางปฏิบัติงานเป็นเรื่องของวิชาชีพ ดีเอชแอลมองตัวแรกคือ ได้แก่
- คน ถ้าคนเราดำเนินการอย่างเข้าใจ เราเชื่อว่าจะเติบโตไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว จากที่ผ่านมาก็ค่อนข้างจะเป็นอย่างนั้น
- กระบวนการหรือวิธีปฏิบัติงานสำคัญมาก ต้องเคลียร์ภาพการทำงานตั้งแต่ระดับพนักงานทำงานในคลังสินค้า ขึ้นมาซูเปอร์ไวเซอร์ ผู้จัดการให้ทำ 1-2-3-4-5 ก็ต้องทำ 1-2-3-4-5 เพราะเมื่อไรวิธีการทำงานเปลี่ยนแปลงทุกอย่างจะส่งผลกระทบหมด
- การออกแบบคลังสินค้า หรือออกแบบการโฟลของสินค้าได้ถูกต้อง ต้องรองรับการเติบโตในอนาคต 5-10 ปีข้างหน้า
- เทคโนโลยีในการบริหารจัดการคลังสินค้า (warehouse management system-WMS)
- ตัวชี้วัดประสิทธิภาพการทำงาน (KPI)
เปิดกลยุทธ์รับตลาดค้าเสรี
การบูรณาการซัพพลายเชนโซลูชั่น โดยทั่วไปการบริหารระบบโลจิสติกส์เริ่มตั้งแต่ต้นทางสินค้าอยู่ที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของโลก สมมติส่งมาทางเรือ จากท่าเรือขนสินค้าขึ้นรถส่งไปคลังสินค้า จากคลังสินค้าส่งต่อไปยังลูกค้า จากลูกค้าถ้าสินค้ามีปัญหารับกลับเข้ามา วนไปอย่างนี้
สำหรับกิจกรรมในคลังสินค้า หลังจากรับสินค้าจากโรงงาน หรือจากซัพพลายเออร์เข้ามา จะมีการตรวจสอบก่อนนำไปจัดเก็บ เมื่อมีออร์เดอร์เข้ามาจะมีการหยิบสินค้าที่เก็บไว้ในคลังสินค้ามาตรวจสอบความถูกต้อง ยกขึ้นรถ มีจัดส่งไปยังลูกค้าปลายทาง
ในการเคลียร์กระบวนการทำงานต้องเขียนให้ถูกต้อง แล้วร้อยเรียงแต่ละจุดเข้าหากันเพื่อจะให้พนักงานเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ กระบวนการทำงานบางครั้งมีพื้นที่คลังสินค้าขนาดใหญ่ ทุกวันมีสินค้าออกหลายล้านกล่อง ถ้าทุกคนทำงานเป็นจังหวะเดียวกันมันง่าย แต่ถ้าตรงไหนสะดุด จะสะดุดหมด ท้ายสุดต้องหยุดการปฏิบัติงาน แล้วก็มาบูรณาการ วิเคราะห์ปัญหา ทำให้ไม่มีประสิทธิภาพ
ยกตัวอย่างคลังสินค้าแห่งหนึ่งใหญ่มาก มีพื้นที่ประมาณ 60,000 ตารางเมตร จะมีทางเข้า-ออกทางเดียว การจอดรถของพนักงานกับรถขนสินค้าแยกกันอย่าง เด็ดขาด ด้านหนึ่งเป็นที่จอดรถพนักงาน อีกด้านเป็นที่ให้รถบรรทุกขนาดใหญ่เข้า หลังคาจะคนละสี เฟสแรกจะเป็นสีดำ วางแผนไว้อีก 5 ปีจะขยาย แล้วก็ขยายจริงๆ อย่างน้อยคลังนี้ 10 ปีต้นทุนคุ้มแล้ว ถ้าจะเปิดคลังใหม่ เนื่องจากมีการวิเคราะห์ไปหมดแล้วว่าลูกค้ารายที่มาใช้บริการ ถ้าคลังแห่งนี้พื้นที่ไม่เพียงพอ อีก 6-7 ปีข้างหน้าโครงสร้างจะเปลี่ยนไปแล้ว ฐานการผลิตจะไม่ใช้ในประเทศไทยมาก ดังนั้น คลังแห่งนี้จะตอบสนองความต้องการได้ในแง่ของแผนงานระยะยาว
เรื่องระบบคอมพิวเตอร์ ต้องมีการเชื่อมโยงอินฟอร์เมชั่นระหว่างกัน ระหว่างเรากับลูกค้าของเรา ไม่มีซอฟต์แวร์ตัวไหนในโลกที่จะใช้งานได้ทุกอย่าง ส่วนใหญ่จะใช้ซอฟต์แวร์ 2-3 ตัว แล้วมาอินเตอร์เฟดซึ่งกันและกัน ดึงข้อดีของแต่ละโปรแกรมมา เพราะทุกบริษัทไม่ยอมใช้ซอฟต์แวร์ ตัวเดียว ฉะนั้นสิ่งที่ต้องประสบคือ การอินเตอร์เฟด การเชื่อมโยงของข้อมูล
- เคพีไอ ในแง่ธุรกิจของดีเอชแอล จะวัดเฉพาะตัวกิจกรรมที่ทำให้การบริหารจัดการดีขึ้น ตัวไหนไม่เกิดมูลค่า ก็ไม่ต้องไปวัด วัดในสิ่งที่เราสามารถควบคุม และควรวัดในสิ่งที่ดีขึ้นแล้วสามารถปรับปรุงต้นทุนให้ดีขึ้น
- สิ่งแวดล้อม (green logistics) เรื่องพลังงานในการขนส่ง ในคลังสินค้าไม่ปล่อยของเสียออกไปข้างนอก ปลูกต้นไม้ในคลังสินค้า การขนส่งออกไปข้างนอก
เช่น ของที่ต้องการความเย็นไม่ต้องแยกรถแห้งกับรถอุณหภูมิ ไปคันเดียวกันได้เลย รถ 1 คันทำ 4 อุณหภูมิ ประหยัดรักษาสภาพแวดล้อม ทางดีเอชแอลร่วมมือกับลูกค้าทำแล้ว
-one-stop-shop of logistics Services ที่อยากเห็นคือผู้ให้บริการคลังสินค้า ทำหน้าที่บริหารจัดการลูกค้า การรับสินค้าขากลับ เช่น วลาส่งชิ้นส่วนให้ลูกค้าตัวละ 2-3 แสน ต้องส่งรีเทิร์นของเสียกลับมาทันที ตัวที่เสียถูกส่งกลับไปศูนย์ที่สิงคโปร เพราะลูกค้าไม่สต๊อกสินค้าไว้มากจะขาดทุน
ทำอย่างไรเวลาของเสียแล้วมีของใหม่มาทันที ขบวนการหนึ่งคือเอาของใหม่ไปส่ง รับของเสียทันที ส่งของเสียกลับไปทางเครื่องบิน ของใหม่กลับมาทันที คือการจัดการคลังสินค้า
จริงๆ ทุกคนคาดหวังว่าโลจิสติกส์ต้องลดต้นทุน ถ้าเราไม่สามารถลดต้นทุนได้ ในแง่ระยะสั้น ไม่ใช่ในแง่ของระยะกลาง หรือระยะยาว แสดงว่าเรายังไปไม่ถึงจุดนั้น
อยากฝากให้ทุกคนคิดว่าการลดต้นทุนมันอาจจะลำบาก แต่มันต้องไปให้ถึง เพราะว่าถ้าเราไปไม่ถึง เราก็เข้าไม่ถึงในแง่ซัพพลายเชนหรือว่าโลจิสติกส์
















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.