- บทบาทของโลจิสติกส์ บูโร ในไทย
เราเป็นบริษัทลูกของบริษัทโลจิสติกส์ บูโร ซึ่งมีบริษัทแม่ตั้งอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย เราเป็นบริษัทให้คำปรึกษาทางด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชน ซึ่งมีทีมที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์โดยตรงถึง 40 คน ผมเข้ามาทำงานกับบริษัทเมื่อ 3 ปีที่แล้ว และเห็นว่าประเทศไทยมีโอกาสพัฒนาทางธุรกิจที่ปรึกษาด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนได้มาก โดยผมตั้งใจจะพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของทีมที่ปรึกษาของ โลจิสติกส์ บูโร ในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และในเขตเอเชียอีกที่หนึ่ง
- นโยบายของบริษัทช่วง 1-2 ปีนี้
แผนพัฒนาธุรกิจ ประการแรกได้เปิดแผนกอบรมด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนขึ้น เพราะหลังจากให้คำปรึกษาไประยะหนึ่ง พบว่ามีช่องว่างสูงมากระหว่างผู้ที่ทราบเรื่อง และผู้ที่ตระหนักถึงความสำคัญของโลจิสติกส์และซัพพลายเชน แต่ยังไม่ทราบว่าจะก้าวไปสู่ความสำเร็จได้อย่างไร เป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาซัพพลายเชนในภูมิภาคนี้ ประการที่สอง กำลังพิจารณาจะเปิดสาขาในประเทศเวียดนาม หลังประสบความสำเร็จในการให้คำปรึกษากับ 2 บริษัทใหญ่ และพบว่ามีโอกาสเข้าไปทำธุรกิจได้เติบโตมากขึ้นในภูมิภาคนี้ ประการที่สาม บริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) โดยหวังเข้าไปดูแลปัจจัยพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ในแผนพัฒนาประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงช่วง 1-2 ปีนี้
- จุดต่างจากผู้ให้บริการครบวงจรอื่น
ผู้ให้บริการครบวงจรมักให้คำปรึกษาลักษณะที่ดึงให้ไปใช้บริการที่มีอยู่ ในขณะที่เราไม่ได้มีความสัมพันธ์เป็นพิเศษกับผู้ให้บริการที่ทำธุรกิจด้านโลจิสติกส์ ขนส่ง อุปกรณ์
ซอฟต์แวร์ในตลาด คำปรึกษาที่เราให้จะเป็นกลาง ไม่เอนเอียง เราเข้าไปเพื่อ เริ่มต้นออกแบบห่วงโซ่อุปทานและพัฒนาปรับปรุงประสิทธิภาพให้ถูกต้อง ไม่ใช่กำหนดทิศทางไปตั้งแต่แรก ผู้ให้บริการ โลจิสติกส์ส่วนใหญ่จะให้บริการลักษณะ third party logistics-TPL มีความเชี่ยวชาญด้านการปฏิบัติการและการดำเนินงาน ซึ่งที่ปรึกษาของเรามีความเชี่ยวชาญเช่นกัน และเราสามารถกำหนดกลยุทธ์ และทางเลือกให้ เช่น ถ้าลูกค้ามีศักยภาพพัฒนาระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชนเองอาจแนะนำให้ทำเอง หรืออาจว่าจ้าง TPL ก็ได้
- มีบริษัท TPL มาจ้างเราเป็นที่ปรึกษา
เราเป็นบริษัทให้คำปรึกษาทั้ง 2 ด้าน ทั้งทางตัวธุรกิจเอง และบริษัทที่เป็น logistics provider ที่ผ่านมาลูกค้าหลายคนของเราทำธุรกิจ TPL ซึ่งต้องการ คำแนะนำในการดำเนินธุรกิจ ปกติเวลาเราดำเนินการธุรกิจอะไรก็ตาม จะมุ่งเน้นยุ่งอยู่กับงานตรงหน้า และไม่มีเวลามาพิจารณาภาพรวม หรือแก้ปัญหา ก็ต้องใช้ที่ปรึกษา ยกตัวอย่างเราเพิ่งให้บริการกับบริษัท freight forwarding ขนาดกลางของไทยรายหนึ่ง เราช่วยทำเอกสารเสนอบริการเพื่อเข้าไปประมูลงาน แล้วก็ประสบความสำเร็จชนะการประมูลด้วย จากประสบการณ์ผมเคยทำงานมาทั้ง 2 แบบ ทั้ง 2 ฝ่ายต้องการคำปรึกษา งานที่เราทำอยู่ไปด้วยกันได้กับบริษัท TPL ใหญ่ จริงๆ งานให้บริการของเราเป็นการพัฒนาภาพรวมของโลจิสติกส์ไปด้วยกันมากกว่า
- จุดอ่อนของผู้ประกอบการไทย
ประการแรก เรื่องการจัดการการขนส่งเป็นปัญหาใหญ่มาก ปัญหานี้เกิดทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยกตัวอย่างไทยมีรถบัสจำนวนมากจอดที่หมอชิต ถ้าเป็นที่อังกฤษรถทุกคันเมื่อเข้ามาส่งคนเสร็จต้องไปต่อ จะมีเปลี่ยนแต่คนขับ ในต่างประเทศมองว่า รถคือทรัพย์สินเกี่ยวกับการขนส่ง เป็นทรัพย์สินที่ทำงานตลอดเวลา แต่ในเอเชียคนขับอยู่ในรถ พอเหนื่อยก็จอดนอนในรถ รถทำงานเหมือนบ้าน ตัวอย่างการจัดการทรัพย์สินที่ใช้ในการขนส่งที่ดี คือ เครื่องบินใช้เวลาจอด 45 นาที ลูกเรือ-ผู้โดยสารออก ทำความสะอาด เอาของขึ้น ลูกเรือ-ผู้โดยสารชุดใหม่ขึ้นก็บินอีกครั้ง การใช้ทรัพยากร ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการขนส่งต้องใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ใช้ตลอดเวลา ไม่ใช่ทิ้งไว้อย่างที่เห็น หลายคนบ่นเรื่องน้ำมันแพง มีผลกระทบต่อภาคการขนส่ง ผลกระทบอาจจะไม่รุนแรงขนาดนี้ ถ้ามีการจัดการขนส่งอย่างดี และลดต้นทุนจากการใช้ทรัพย์สิน ยกตัวอย่างลูกค้ารายหนึ่งมีรถวิ่งเพียงวันละ 5 ชั่วโมงใน 24 ชั่วโมง เท่ากับ 20% ของเวลาทั้งหมด เพื่อจะให้คุ้มกับเงินที่ใช้ลงทุนไปกับการซื้อและการบำรุงรักษารถนั้น ถ้ามีการจัดการขนส่งที่ดีแล้วใช้รถอย่างคุ้มค่าจะประหยัดต้นทุนตรงนี้ไปได้อีกมาก
ประการที่สอง เรื่องการขาดแคลนคลังสินค้าที่มีคุณภาพ ปกติในประเทศที่พัฒนาแล้วสามารถหาคลังสินค้าเช่าได้มากมาย สามารถเลือกเช่าที่ไหนก็ได้ แต่ที่ประเทศไทยคลังสินค้าที่มีคุณภาพมีน้อยมาก และสถานการณ์ยิ่งเลวร้ายเมื่อไปดูที่เวียดนาม จีน ทำให้บริษัทต้องตัดสินใจ 1)ต้องสร้างเอง ต้องลงทุนมหาศาล 2)ต้องเลือกใช้คลังสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่ได้ถูกออกแบบมาอย่างดีที่จะมาสนับสนุนการปฏิบัติการ
- ทิศทางโลจิสติกส์และซัพพลายเชนในยุควิกฤตน้ำมัน
คิดว่าในอนาคตข้างหน้าในโลกจะมีการมุ่งไปที่การกระจายสินค้าแบบจริงจัง ยิ่งตอนนี้ค่าขนส่งสูงขึ้น ทำให้มุ่งเน้นเรื่องที่ว่า จะส่งสินค้าอย่างไรไม่ให้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น ต่างกับ 10 ปีที่ผ่านมาจะโฟกัสไปอยู่ที่ข้อมูล ไอที การส่งข้อมูล การพัฒนาปรับปรุงการแชร์ข้อมูลเป็นเรื่องใหญ่ สิ่งที่เกิดในปัจจุบันใช้เวลาเพียงเศษเสี้ยววินาที เพื่อจะทราบข้อมูลและบอกลูกค้าได้ว่า เราจะส่งของช้าไป 10 วัน ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง ยังไม่มีการพัฒนาไปในระดับที่เท่ากันในเรื่องของการขนส่งกับเรื่องของข้อมูลที่พัฒนาไปแล้ว
















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.