งัด lead time เป็นอาวุธเด็ด
นางสาวสุวิมล สุจริตวณิชพงศ์ ผู้อำนวยการ Production Control Center บริษัท เด็นโซ่ อินเตอร์เนชั่นแนล เอเชีย จำกัด บริษัทร่วมทุนไทย-ญี่ปุ่น ซึ่งดูแลด้าน โลจิสติกส์ในภูมิภาคอาเซียนของกลุ่ม เด็นโซ่ กล่าวว่า กลุ่มเด็นโซ่มีบริษัทในเครือทั่วโลก 218 บริษัท สำนักงานอยู่ที่ญี่ปุ่น เฉพาะในส่วนกลุ่มประเทศอาเซียนมีอยู่ 18 บริษัท มีฐานการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ในหลายประเทศ เช่น ไทย นอกจากจะเป็น regional headquater ของกลุ่มอาเซียน ทางด้านการวิจัยเพื่อสนับสนุนการผลิตแล้ว ไทยยังผลิตสตาร์ตเตอร์ อินโดนีเซียผลิตคอมเพรสเซอร์ เวียดนามผลิต อีจีอาร์ วาล์ว เป็นต้น
จากการที่กลุ่มนักลงทุนจากประเทศตะวันตกมาลงทุนทำชิ้นส่วนรถยนต์ที่อินเดียและจีนมากขึ้น และส่งเข้ามาขายในกลุ่มอาเซียนมากขึ้น ในขณะที่ข้อตกลง การค้าเสรี (FTA) ขยายตัวมากขึ้นทั่วโลก ทำให้กลุ่มเด็นโซ่ในอาเซียนต้องได้รับผลกระทบไปด้วย เพราะราคาสินค้าคู่แข่ง จะต่ำลง โจทย์จึงมีอยู่ว่า เราจะอยู่รอดอย่างไร ท่ามกลางราคาน้ำมันหรือการ แข่งขันที่สูงขึ้น การนำเข้า-ส่งออกจะทำอย่างไรให้สมดุลกัน จะทำอย่างไรให้ โลจิสติกส์เข้มแข็ง มีต้นทุนต่ำสุด ในที่สุดเราพร้อมจะใช้โลจิสติกส์เป็นอาวุธสู้กับ คู่แข่ง สู้กับ FTA นั่นคือ lead time หรือระยะเวลาที่ลูกค้าได้สินค้าตามที่สั่งเร็วที่สุด
ทำให้บริษัทต้องมาปรับเรื่องกระบวนการขนส่ง การสต๊อกสินค้า โดยการขนส่งต้องมารวมตัวปรับปรุง เส้นทางการเดินของสินค้าที่จะส่งออก ซึ่ง 6 ฐานการผลิตชิ้นส่วนในไทยต้องรวมตู้คอนเทนเนอร์กันส่งออก โดยมีเด็นโซ่ที่สิงคโปร์เป็นศูนย์กลางดำเนินการจับคู่ซื้อขายให้ เนื่องจากที่สิงคโปร์เป็นศูนย์กลางการส่งออก-นำเข้าสินค้าทางเรือ ตู้ที่นำเข้ามาส่งบริษัทในไทยสามารถนำตู้ที่บรรจุสินค้าแล้วไปได้ทันที ช่วยลด lead time เป็นการเติมเต็มและเพิ่มความถี่ได้ มีการทำระบบเปเปอร์เลสไร้กระดาษกับเคไลน์ที่เป็นพันธมิตรทั้งด้านการนำเข้า-ส่งออก ทำให้ลดเวลาจาก 8 ชั่วโมงเหลือ 1 ชั่วโมงครึ่ง ทำให้ไม่เก็บสต๊อกมาก อย่างไรก็ตามหากเรือเข้ามารับช้าก็ต้องพร้อมจะส่งสินค้าทางอากาศให้ลูกค้าแทน
ติด customer tax ใบกำกับสินค้า ทำเอกสารโดยหาทางลดค่าใช้จ่ายลง มีการดีไซน์บรรจุภัณฑ์หรือกล่องสำหรับบรรจุ สินค้าบนเว็บเบส เป็นกล่องมาตรฐานที่ใช้ได้ในกลุ่มเด็นโซ่ อาเซียน ซึ่งเมื่อก่อนส่งสินค้าไปเด็นโซ่กลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกัน ก็ทำลายกล่องกระดาษทิ้ง แล้วซื้อกล่องใหม่ส่งกลับไทย ฉะนั้นจึงร่วมกันทำ "ไคเซน" แก้ไขใหม่ ทั้งด้านขนาดของกล่องที่เดิมมีหลากหลายและสามารถนำมาใช้หมุนเวียนได้ ไทยส่งสตาร์ตเตอร์ไปอินโดนีเซีย อินโดนีเซีย ก็ใช้กล่องพลาสติกเดิมบรรจุคอมเพรสเซอร์กลับมาไทย
นอกจากนี้กล่องที่ใช้หมุนเวียนยังดีไซน์เพื่อลดการสูญเสียพื้นที่บรรจุในตู้ คอนเทนเนอร์ได้มาก จากเดิมสูญเสียสูงถึง 60% ก็เหลือเพียง 5%
ลดขนาดวัตถุดิบ
นายวิชัย ศรีมาวรรณ์ รองกรรมการ ผู้อำนวยการ สายจัดซื้อและโลจิสติกส์ บริษัท สมบูรณ์หล่อเหล็กเหนียวอุตสาหกรรม จำกัด บริษัทในกลุ่ม สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ประเภท เบรก แหนบ คอยล์ สปริง กล่าวถึงการลดต้นทุนค่าไฟฟ้าของกระบวนการหลอมเหล็กสำหรับชิ้นส่วนรถยนต์ ด้วยการศึกษาวิธีการทำงาน (work study) ว่า มูลเหตุจูงใจในการลดค่าไฟฟ้ามาจาก 1.ลดค่าใช้จ่ายพลังงานไฟฟ้าซึ่งเป็นพลังงานหลักในกระบวนการหลอมเหล็กสำหรับชิ้นส่วนรถยนต์ของบริษัท 2.เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายและกฎระเบียบของการอนุรักษ์พลังงาน 3.ตอบสนองในนโยบายลดต้นทุนการผลิตของบริษัท
ทั้งนี้บริษัทได้ตั้งเป้าหมายลดปริมาณการใช้ไฟฟ้าจากเดิม 659 KWh/ton ลง 5% ระยะเวลาในการดำเนินงานตามแผนงาน 5 เดือน
เดิมในกระบวนการหลอมเหล็กสำหรับชิ้นส่วนรถยนต์ จะมีการเท steel scrap หรือเศษเหล็กที่นำมาอัดเป็นก้อนสี่เหลี่ยมขนาด 50x50x30 ซ.ม. ที่สั่งซื้อมาหลอมละลายในเตาหลอม ขั้นตอนต่อไป จะปรุงด้วยเคมี และใส่ return scrap ที่เป็นเศษจากการแยกออกจากชิ้นงาน หล่อที่มีขนาดใหญ่เกินไป แล้วปรุงเคมีก่อนเทลงในเบ้าหลอม ซึ่งวิธีการนี้ต้องเสียเวลารอให้กระแสไฟฟ้าทำปฏิกิริยากับเหล็กเกิดความร้อนทั่วทุกพื้นที่ของ steel scrap ที่มีขนาดใหญ่เกินไป ลดเวลาหลอมไม่ได้
การแก้ไข จึงต้องลดขนาดก้อน steel scrap ลงเหลือ 30x40x30 ซ.ม. โดยมีการสั่งซื้อจากซัพพลายเออร์รายใหม่แทน เมื่อเทจากลานเข้าเตาหลอมจะทำให้ ก้อนเรียงตัวได้ดีกว่า และกระแสไฟฟ้าผ่านได้ง่ายกว่า ทำให้หลอมละลายได้เร็วขึ้น สามารถลดเวลาหลอมได้ 3.92 นาที คิดเป็น 35.18 KWh/ton หรือลดลง 5.33% โดยไม่มีผลต่อคุณภาพ ประหยัด ค่าไฟฟ้าได้ถึง 46,933.05 บาท/เดือน หรือ 563,196.55 บาท/ปี
"สำหรับแผนงานถัดไป มีเป้าหมายลดเวลาในการรอหลอมจากเศษ return scrap ซึ่งจะมีการสร้างเครื่องย่อยให้เล็กลงเพื่อลดค่าไฟฟ้า คาดว่าจะลดค่าไฟฟ้าได้อีก 7% รวมกับการลดค่าไฟฟ้าในส่วน steel scrap จะลดได้ถึง 12%" นายวิชัยกล่าว
















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.