Switch to: uk
24 May 2012 07:37AM

มุมมอง CEO "โอกาสในวิกฤต" ธุรกิจโลจิสติกสปี 2552

06 Feb 09 ,  ประชาชาติธุรกิจ
  • 0
กฎของการทำธุรกิจ ผู้ประกอบการต้องพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นตลอดเวลา ซึ่งปี 2551 ที่ผ่านมา เกิดภาวะราคาน้ำมันพุ่งขึ้นสูง การรุกเข้าดำเนินธุรกิจ โลจิสติกส์ของต่างชาติ แม้ผู้ประกอบการ โลจิสติกส์ (logistics service provider : LSP) ไทยจะเร่งปรับตัวรับมือทั้งการใช้พลังงานทางเลือก การรวมกลุ่มกันตั้งบริษัทโลจิสติกส์ครบวงจร แต่ก็ยังไม่เข้าที่นัก ล่าสุดพายุเศรษฐกิจที่ตกต่ำทั่วโลกปลายปีที่ผ่านมาเริ่มส่งผลกระทบต่อการ ส่งออกสินค้าไทยมากขึ้น และส่งผลกระทบโดยตรงต่อ LSP ไทย เมื่อเร็วๆ นี้ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ร่วมกับ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร และ CSCMP Thailand หรือ ชมรมวิชาชีพการจัดการซัพพลายเชนประเทศไทย จึงจัดเสวนา "มุมมอง CEO โอกาสในวิกฤตธุรกิจโลจิสติกส์ปี 2552" โดยเชิญผู้บริหารหลายบริษัทเข้าร่วมดังนี้

นายสัญญวิทย์ เศรษฐโภคิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท บลู แอนด์ ไวท์ โลจิสติกส์ จำกัด ให้ความเห็นถึงโอกาสในวิกฤตธุรกิจโลจิสติกส์ในปีนี้ว่า ภาวะเศรษฐกิจที่แย่ผู้ประกอบการไม่ควรท้อถอย ต้องกลับมาสำรวจตัวเองว่าควรจะปรับปรุงตรงไหนบ้าง อย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง ปีที่ผ่านมาก็มีเรื่องเขย่าวงการครั้งใหญ่มาแล้วคือ ราคาน้ำมันสูง ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมาแล้ว เช่น การหันไปใช้ก๊าซ NGV แทนดีเซล ขณะที่ลูกค้าบริษัท ต่างชาติก็ปรับตัว ปกติจะเรียกไปประมูลทำสัญญาให้ขนส่งสินค้าระยะยาว 1 ปี ปัจจุบันเปลี่ยนมาทำสัญญาระยะสั้น 90 วันแทน

เรื่องโอกาสในวิกฤต สิ่งแรกที่ต้องทำคือ การหาทางลดต้นทุน และไม่ใช่ ผู้ประกอบการขนส่งเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบด้านลบ ลูกค้าก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ฉะนั้น เราต้องปรับตัวเข้าหาลูกค้าหรือ ช่วยเหลือลูกค้าลดต้นทุนด้วย เช่น การเสนอทางเลือกต่างๆ ให้ลูกค้าพิจารณา กรณีศูนย์ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าของลูกค้าที่อยู่ในบริเวณเดียวกับสำนักงานใหญ่ มีค่าเช่าตารางเมตรละ 500-600 บาท/เดือน ก็เสนอให้ย้ายไปอยู่คลังสินค้าที่มีค่าเช่าตารางเมตรละ 100 บาทเศษดีกว่า

บริษัทโลจิสติกส์ขนาดใหญ่ หากมีฐานลูกค้าใหญ่ ต้นทุนจะลดลง ดังนั้น ในภาวะเช่นนี้หากยอดขาย ปริมาณขนส่งตกลง ก็ต้องไปเจรจาเอาสินค้าของผู้ประกอบการหลายแห่งมารวมกันส่งทางไกล สร้างปริมาณให้มากขึ้น ทำตัวให้ใหญ่ เพื่อให้มีต้นทุนต่อหน่วยต่ำลง ไม่ใช่ตั้งการ์ดรับหรือใช้กลยุทธ์รับอย่างเดียว เมื่อเปรียบกับ คำกล่าวที่ว่า "ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา" คราวนี้ที่เกิดพายุใหญ่ จึงเป็นโอกาสดีที่จะคุยกันในหมู่ผู้ประกอบการขนส่งในการ ร่วมกันขนส่ง

ขณะที่ นายเฉลิมศักดิ์ กาญจนวรินทร์ กรรมการกลุ่ม บริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ กรุ๊ป จำกัด และกรรมการ ผู้จัดการ บริษัท ฮาร์ซเคม โลจิสติกส์ จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมของธุรกิจประกอบการขนส่งในไทยขณะนี้ตกลงไปจากปกติถึง 25-30% ถ้าผู้ประกอบการทุกรายจะแบ่งเค้กก้อนล่าสุดให้ตนเองได้เท่าเดิม ผู้ประกอบการต้องทำธุรกิจให้เติบโตมี ยอดขายเพิ่มขึ้นอีก 40% ซึ่งเป็นไปไม่ได้ในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ และถ้าบริษัทใด ตั้งเป้าโตกว่าเดิม 25% บริษัทนั้นต้องเพิ่มยอดขายให้มากกว่าเดิมอีก 70% ฉะนั้น เมื่อทุกอย่างเป็นลบ เสถียรภาพธุรกิจลดลง จึงแกว่งไปหมด ถึงกระนั้น นักธุรกิจจากเยอรมนีที่มาไทย ยังตกใจที่คนไทยไม่ทุกข์ร้อนเท่าไหร่ ขณะที่เขาบอกเศรษฐกิจยุโรปขณะนี้อาการสาหัสมาก

ผู้ประกอบการเรือที่เคยบอกว่าไทย ส่งออกสินค้าโตทุกปี ต้องต่อเรือหรือซื้อเรือมาเสริมกองเรือทุกปี มาวันนี้ ผู้ส่งออกสินค้ามีอำนาจต่อราคาค่าขนส่งมากขึ้น เจ้าของเรือได้แต่ถามกลับว่า "คุณจะเอาเท่าไหร่"

ต่อประเด็นที่ว่า ผู้ประกอบการขนส่ง จะแก้สถานการณ์อย่างไร ก็ต้องขอบอกว่า ต้องมีผู้เสียสละคือ ต้องมีผู้ที่ล้มหายตายจากไปจากสายป่านที่สั้น ตนก็คิดทุกวัน หารือในบอร์ดด้วยว่า ปีนี้งบดุลบัญชีได้ เท่าเดิมก็เก่งแล้ว ต้องประคองกิจการให้ผ่านชั่วโมงวิกฤตนี้ไปก่อน ต้องกลับมาดู ตัวเอง บริหารให้ดีที่สุด ไม่ลดคนงาน ให้ทุกคนช่วยบริษัทให้อยู่รอด และหาตลาดที่แข่งขันกันน้อยมาเสริมรายได้

ด้าน นายสุภาพ ตั้งไตรรัตนกุล กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บริษัท กรุงเทพคลังเอกสาร จำกัด กล่าวว่า เห็นด้วยกับคุณเฉลิมศักดิ์ที่ทุกคนต้องเอา ตัวรอดให้ได้ กับคู่แข่งที่เคยชักดาบสู้กัน แต่ในวันนี้ เมื่อลูกค้าบอกต้องลดต้นทุนด้านนี้ลง ถ้าบริษัทปฏิเสธลดค่าบริการให้ ลูกค้าก็พร้อมจะหันไปใช้บริการผู้ประกอบการรายอื่นที่ให้ราคาต่ำกว่า

ซึ่งเรื่องธุรกิจคลังรับฝากเอกสาร มีบริการมากมายหลายอย่าง จึงสามารถที่จะดึงคู่แข่งมาเป็นพันธมิตรกันได้ เพราะตนไม่เชื่อว่า คู่แข่งจะมีบริการเหมือนเราทุกประการหรือมีจุดแข็งเท่ากันหมด

ฉะนั้น หากคุยกันได้ว่าเรื่องนี้บริษัท ไม่เก่ง ก็ควรให้คู่แข่งรับไปทำ บริการใด คู่แข่งไม่เก่งและต้นทุนสูง ก็ควรให้บริษัทรับมาทำ ทำให้เลิกแข่งกันเรื่องราคาเพื่อช่วงชิงลูกค้า ดีลแรกอาจมองหน้ากันอยู่ พอลูกค้ามาต่อรองหรือไม่ชำระค่าบริการ หรือลูกค้าหาย ซึ่งทำให้ต้นทุนพุ่งขึ้นมา เมื่อเรากับคู่แข่งมาคุยกันครั้งที่สอง ก็จะง่ายขึ้น ทางด้านซัพพลาย ก็ควร ร่วมมือกันกับคู่แข่งจัดซื้อในปริมาณมากเพื่อ ลดต้นทุน ในแง่ลูกค้า เมื่อคิดค่าบริการ เท่าทุนหรือเท่าที่ลูกค้าอยู่ได้ ก็เป็นการรักษาลูกค้าได้ คู่แข่งก็อยู่ได้ ไม่ต้องมาสู้กันให้ตายไปข้างใดข้างหนึ่ง บางเรื่องที่ลูกค้าทำแล้วต้นทุนสูงหรือไม่มีประสิทธิภาพ เราสามารถเสนอตัวให้ลูกค้าหันมาใช้บริการแทนได้ ดังนั้น โอกาสในวิกฤตยังมีอยู่

นายจิระ คุณชล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ไซแมท ซอฟท์ จำกัด ผู้ผลิตโปรแกรมซอฟต์แวร์ป้อนระบบคลังสินค้าและอื่นๆ กล่าวว่า เรื่องซอฟต์แวร์ ผู้ประกอบการ คนไทยประสบวิกฤตมาก่อนหน้านี้แล้ว เพราะระบบสู้กับต่างชาติไม่ได้ แต่ไม่เคยท้อถอย วิกฤตในคราวนั้นทำให้เราปรับแผนใหม่ไปร่วมกับพันธมิตรในมาเลเซีย สิงคโปร์ รวมกลุ่มกันแลกเปลี่ยนและออกแบบพัฒนาซอฟต์แวร์ที่สามารถนำไปต่อยอดได้อีกมาก ทำให้ได้รับการตอบรับจากลูกค้าในไทยมากขึ้น

ฉะนั้นในช่วงที่เกิดวิกฤต ผู้ประกอบการซอฟต์แวร์รายอื่นหยุดหรือชะลอการพัฒนา บริษัทก็พร้อมทุ่มงบฯ อีก 10 ล้านบาททำวิจัยและพัฒนาซอฟต์แวร์ให้ดียิ่งขึ้นไปอีกโดยไม่หยุดนิ่ง สามารถนำอุปกรณ์บาร์โค้ด, RFID, วิทยุสื่อสาร มาทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ได้มากขึ้น รวมทั้งพยายามลดช่องว่างการทำงานที่เป็นอุปสรรคของซอฟต์แวร์แต่ละระบบของลูกค้าให้เหลือน้อย

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.