Switch to: uk
24 May 2012 07:45AM

ส่งสัญญาณเปิดเสรีโลจิสติกส์ปีหน้า

24 Sep 09 ,  posttoday.com
  • 0
"พาณิชย์" ส่งสัญญาณเปิดเสรีสาขาโลจิสติกส์ ปีหน้า นักลงทุนอาเซียนถือหุ้นใหญ่ได้ถึง 51% แนะผู้ประกอบการไทยปรับตัวรับการแข่งขัน

นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ผู้อำนวยการสำนักเจรจาการค้าบริการและการลงทุนกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเจรจา เปิดเสรีสาขาโลจิสติกส์ว่า ขณะนี้การเจรจาเปิดเสรีภาคธุรกิจบริการในสาขาโลจิสติกส์ โดยกรอบเจรจาการค้าที่มี การเปิดตลาดมากสุด คือ กรอบการค้าบริการอาเซียน
ทั้งนี้ กรอบดังกล่าวอยู่ภายใต้แผนการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) มีเป้าหมายการเปิดตลาดในปี 2553 จะต้องเปิดให้นักลงทุนอาเซียนถือหุ้นได้ 51% และในปี 2556 จะเปิดถือหุ้นได้ 70%

ขณะที่การเปิดเสรีภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) อื่นๆ เช่น เอฟทีเอไทย-ออสเตรเลีย ได้เปิดให้ออสเตรเลียสามารถถือหุ้นในธุรกิจท่าจอดเรือยอชต์ได้ 60% และเอฟทีเอไทย-ญี่ปุ่น เปิดให้ญี่ปุ่นสามารถถือหุ้นในธุรกิจที่ปรึกษาด้านโลจิสติกส์ได้ถึง 51%

สำหรับความตกลงการค้าเสรีกรอบอื่นๆ ในปัจจุบัน ยังไม่ได้เปิดให้คนต่างชาติถือหุ้นในธุรกิจสาขาโลจิสติกส์เกินกว่าที่กรอบของกฎหมายกำหนด คือ 49%

ทั้งนี้ แม้ที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จะประเมินว่าต้นทุนโลจิสติกส์ของไทยมีมูลค่าสูงถึง 18% ของจีดีพีประเทศไทย โดยเป็นต้นทุนการขนส่ง 8% และต้นทุนการถือครองสินค้า 7% ทำให้ไทยแข่งขันได้ลำบาก

นอกจากนี้ ผลจากการเปิดเสรีจะทำให้ปริมาณการส่งออกนำเข้าของไทยเพิ่มขึ้น หากผู้ให้บริการโลจิสติกส์สามารถพัฒนาศักยภาพการให้บริการให้อยู่ในมาตรฐานที่ดี ก็จะสามารถรองรับปริมาณการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้นได้

"การเปิดเสรีจะทำให้เกิดการแข่งขันในภาคการขนส่ง ผู้ประกอบการไทยเองต้องพัฒนาประสิทธิภาพการให้บริการ และลดต้นทุนการขนส่งของประเทศในภาพรวม ช่วยเสริมสร้างการพัฒนาเครือข่ายของผู้ประกอบการ ให้เกิดการแบ่งเบาภาระในการถือครองสินค้า เพื่อรับการแข่งขัน" นายบุณยฤทธิ์ กล่าว

สำหรับสาขาโลจิสติกส์ที่ผู้ประกอบการไทยยังขาดความสามารถในการแข่งขัน กระทรวงพาณิชย์พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือและมีมาตรการเยียวยา

รวมทั้งจะมีมาตรการลดต้นทุนให้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมาคณะกรรมการโลจิสติกส์การค้า ที่มีนายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ เป็นประธาน ได้เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ลดหย่อนค่าธรรมเนียมเอกสารนำเข้า-ส่งออก

ทั้งนี้ จะไม่มีการเรียกเก็บค่า ธรรมเนียมสำหรับแบบพิมพ์คำขอและแบบพิมพ์หนังสือสำคัญ 30 บาท และ ลดหย่อนค่าธรรมเนียมในการดำเนิน พิธีการศุลกากร โดยจะงดเว้นการ เก็บค่าธรรมเนียมศุลกากรทั้งหมดเป็นระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค.-1 ก.พ. 2553

พร้อมกันนี้ จะมีการพิจารณามาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม รวมทั้งได้มีการจัดโครงการโลจิสติกส์สัญจร เพื่อพบปะกับ ผู้ประกอบการทั่วประเทศ และนำความเห็นมาจัดทำมาตรการส่งเสริมและมาตรการช่วยเหลือต่อไป

ปัจจุบันธุรกิจโลจิสติกส์ที่เปิดดำเนินการอยู่ในประเทศไทยมีมูลค่าการ ลงทุนสูงถึง 4,800 ล้านบาท มี ผู้ประกอบการทั้งหมด 1.25 หมื่นราย ธุรกิจโลจิสติกส์ที่ใช้เงินลงทุนสูงสุด ได้แก่ ธุรกิจขนส่งสินค้าทางทะเล คิดเป็น 98% ของมูลค่าการลงทุนของสาขาโลจิสติกส์ทั้งหมด

อย่างไรก็ดี หากพิจารณาจากจำนวน ผู้ประกอบการ พบว่าธุรกิจโลจิสติกส์ ที่มีจำนวนผู้ประกอบการมากที่สุด ได้แก่ ธุรกิจขนส่งสินค้าทางถนน โดยนักลงทุนต่างชาติส่วนใหญ่มักลงทุนในธุรกิจโลจิสติกส์ ด้วยการถือหุ้นไม่เกิน 49% และให้คนไทยถือหุ้นข้างมาก ในฐานะ เจ้าของพื้นที่ย่อมมีความเข้าใจในสถานที่มากกว่า

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.