Switch to: uk
24 May 2012 07:45AM

ส่งออกไฟฟ้า-อิเล็กทรอนิกส์ โต 5% แนะเพิ่มวิจัยรับอาฟตา

08 Jan 10 ,  bangkokbiznews.com
  • 0
ทิศทางกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ปี 53 คาดเติบโต 5% คนวงในแนะเร่งพัฒนาวิจัยรับเปิดเสรีทางการค้า

ตลอดปี 2552 ที่ผ่านมา ภาพรวมการส่งออกของอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์บ้านเรา ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจทั่วโลก ส่งผลต่อการส่งออกที่หดตัวอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในช่วงสามไตรมาสที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยไตรมาสแรกหดตัวลง 30% ไตรมาสที่ 2 ลดลง 20% และไตรมาสที่ 3 หดตัว 10%

แต่เมื่อเข้าสู่ไตรมาสสุดท้าย สถานการณ์มีทิศทางที่ดีขึ้น ออเดอร์การสั่งซื้อเริ่มกลับมา แต่เมื่อพิจารณาจากภาพรวมตลอดทั้งปีแล้วก็คาดว่ายังมีการถดถอย 12% หรือคิดเป็นมูลค่า 1.455 ล้านล้านบาท เป็นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ 9 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่น้อยกว่าการคาดการณ์ในช่วงต้นปี

สำหรับในปีนี้ทางกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ คาดการณ์ว่า ภาพรวมการส่งออกทั้งอุตสาหกรรมจะกลับมามีทิศทางที่ดีขึ้น

ดร.ขัติยา ไกรกาญจน์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) บอกว่า ไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมา ในส่วนของกลุ่มไฟฟ้า สินค้าที่มีการปรับตัวดีขึ้นคือ ทีวี เครื่องปรับอากาศ และกล้องดิจิทัล เมื่อรวมทั้ง 3 กลุ่มมีมูลค่าการส่งออกประมาณ 2 แสนล้านบาท ส่วนสินค้าที่ชะลอตัวคือ ไมโครเวฟ และตู้เย็น โดยเฉพาะในเซ็กเมนท์ของคอนซูเมอร์ แต่หากเป็นตู้เย็นอุตสาหกรรมยังมีการเติบโตต่อเนื่อง

ขณะที่ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์สินค้าที่ปรับตัวดีขึ้นคือ ไอซี และฮาร์ดดิสก์ ส่วนกลุ่มที่ยังไม่ดีนักเป็นอุปกรณ์โทรคมนาคม เนื่องจากการส่งออกของไทยส่วนใหญ่ส่งไปยังประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น ญี่ปุ่น และอเมริกา แต่ทั้งสองประเทศนี้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจยังไม่ดีนัก ขณะที่ฮาร์ดดิสก์ส่วนใหญ่เป็นการส่งออกไปอาเซียนและประเทศจีน ซึ่งถือเป็นตลาดใหญ่ของไทย ส่วนประเทศที่ไทยต้องการไปบุกตลาดเพิ่มคือ อินเดีย โดยสินค้าที่มีศักยภาพในการบุกตลาดได้คือกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นการส่งออกแบบสำเร็จรูป สำหรับปีหน้าทางกลุ่มฯคาดว่าภาพรวมการส่งออกจะมีทิศทางที่ดีขึ้นคือ ขยายตัวอย่างต่ำ 5% แต่คงไม่เกิน 10%

อย่างไรก็ตาม แม้ภาวะตลาดโลกมีทิศทางที่ดีขึ้น แต่ในแง่การแข่งขันผู้ประกอบการก็จำเป็นต้องปรับตัวด้วย โดยเฉพาะการรับมือกับการแข่งขันเสรีในอาเซียน หรืออาฟตา ที่ได้มีการปรับลดภาษีลงเหลือ 0% ผู้ประกอบการปรับเปลี่ยนจากการเป็นผู้รับจ้างผลิตเพียงอย่างเดียว มาเป็นผู้รับจ้างผลิตที่มีการออกแบบและพัฒนาสินค้าเป็นของตนเองด้วย หรือเปลี่ยนจาก OEM มาเป็น ODM (Original Design Manufacturing) หรือการมีอาร์แอนด์ดีเป็นของตัวเอง มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ และมีดีไซน์ที่แตกต่างจากคู่แข่ง

"อาฟตา มีผลเราได้ประโยชน์ตรงที่การส่งออกไปในแถบอาเซียนด้วยกัน แต่เราก็ต้องมีอะไรใหม่ๆ ออกมาด้วย  โดยเฉพาะสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ต้องแข่งกับจีนด้วย สินค้าจีนที่ขายในไทยส่วนใหญ่เป็นแมส ไม่ค่อยมีดีไซน์หวือหวาอะไร ดังนั้นเราต้องฉีกแนวให้แตกต่าง สู้กันด้วยเทคโนโลยีและดีไซน์ โดยผลิตตามความต้องการของลูกค้า"
ประธานกลุ่มไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ยังให้ความเห็นว่า การมีอาร์แอนด์ดีเป็นของตัวเอง ทั้งด้านดีไซน์และเทคโนโลยี นอกจากเพื่อรับมือกับการแข่งขันเสรีแล้ว ยังรองรับมาตรการ "ครีเอทีฟ อีโคโนมี" ของรัฐบาลด้วย ซึ่งในอุตสาหกรรมไฟฟ้าสามารถทำได้  เพราะการมีเทคโนโลยีใหม่ๆ มีดีไซน์ที่แตกต่าง นอกจากเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันแล้ว ยังเป็นการช่วยยกระดับผลิตภัณฑ์ของตัวเองอีกด้วย

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.