นายอาทิตย์ วุฒิคะโร อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า หลังการเข้ามาของธุรกิจข้ามชาติภายใต้การเปิดเสรีทางการค้า ได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจขนาดกลางขนาดย่อมหรือเอสเอ็มอีในเมืองไทย ให้มีแนวโน้มปิดกิจการมากขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจำนวน 9 แสนราย หรือ 1 ใน 3 ของเอสเอ็มอีทั่วประเทศ ยังไม่มีการปรับเปลี่ยนแผนธุรกิจให้ทันต่อเหตุการณ์ หรือสถานการณ์การแข่งขันที่มีแนวโน้มสูงขึ้น
ทั้งนี้ ผลดังกล่าว ทางกรมจึงได้จัดประเภทธุรกิจเอสเอ็มอีออกเป็น 3 กลุ่ม เพื่อช่วยเหลือให้ยังสามารถดำเนินธุรกิจได้ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น คือกลุ่มแรกเป็นกลุ่มที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ใหม่ได้แล้ว กลุ่มที่สองกำลังหาวิธีปรับตัว และกลุ่มที่สามไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง
ดังนั้น กรมจะให้ความสำคัญกับกลุ่มที่สองก่อนในการเข้าไปให้ความช่วยเหลือ เพราะเป็นกลุ่มที่พร้อมที่จะยอมรับความช่วยเหลือจากภาครัฐทั้งด้านความรู้และการลงทุน ขณะกลุ่มที่สาม หากจะช่วยเหลือคงต้องรอให้ทายาทรุ่นต่อไปเข้ามาดำเนินกิจการก่อน เพราะจะสามารถคุยกันได้
"ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการรายดั้งเดิมที่เปิดกิจการมานานแล้ว จึงไม่ต้องการปรับปรุงหรือพัฒนาธุรกิจให้ไปแข่งขันกับใคร" นายอาทิตย์ กล่าว
สำหรับเอสเอ็มอีที่อยู่ในกลุ่มที่ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง พบว่าจะอยู่ในกลุ่มอาหาร สิ่งทอ รองเท้า เสื้อผ้า ขายกาแฟ และร้านค้าขายของ เป็นต้น
นายอาทิตย์ กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2553 กรมได้รับงบประมาณในการส่งเสริมและพัฒนาเอสเอ็มอีไทย 616 ล้านบาท โดยเน้นการให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการให้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์และแผนการตลาด รวมถึงการสร้างผู้ประกอบการใหม่ ส่งเสริมการใช้ระบบไอที และให้ข้อมูลข่าวสารและการสร้างเครือข่าย เป็นต้น
ขณะเดียวกันก็จะเร่งสร้างผู้ประกอบการใหม่ปีละ 7,000 ราย ส่วนใหญ่เป็นสิ่งทอฯ อาหาร สมุนไพร ชิ้นส่วนยานยนต์ เป็นต้น ซึ่งผลสำรวจการฝึกอบรมผู้ประกอบการใหม่ของรัฐบาลในแต่ละปี สามารถสร้างผู้ประกอบการจริงให้ดำเนินธุรกิจได้ 18-20% หรือปีละ 1,400 ราย ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานโลกที่มีผู้ประกอบการจริง จากโครงการฝึกอบรมของภาครัฐปีละไม่เกิน 10% โดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้วมีเพียงปีละ 6-8%
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้อำนวยการสำนักงานวิสาหกิจขนาดกลางและขนาด ย่อม (สสว.) กล่าวว่า ปัจจุบันมีเอสเอ็มอี 2.82 ล้านกิจการ คิดเป็น 99.7% ของผู้ประกอบการทั้งหมด สามารถสร้างมูลค่า 3.44 ล้านล้านบาท ก่อให้เกิดการจ้างานเกือบ 9 ล้านคน สร้างรายได้จากส่งออกถึง 1.7 ล้านล้านบาทต่อปี
















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.