Switch to: uk
11 February 2012 12:11PM

พม่ารับปากเปิดด่าน'แม่สอด-เมียวดี'

20 Aug 10 ,  ฐานเศรษฐกิจ
  • 0

ไทย-เมียนมาร์ลุ้นเปิดด่านแม่สอด-เมียวดี "อลงกรณ์"เผยผู้นำระดับสูงไฟเขียวเปิดด่านแล้ว หากแต่เกิดเหตุการณ์ระเบิดที่เมืองเมียวดี หวั่นไม่ปลอดภัยต่อนักธุรกิจจึงชะลอการเปิดออกไปก่อน ด้านผลการหารือรัฐมนตรี 3 กระทรวงเมียนมาร์ชื่นมื่น เร่งรัดลงนามเมกะโปรเจ็กต์ทวายให้เร็วที่สุดเพราะเป็นเกตเวย์ใหม่ของโลก

นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลการเดินทางเยือนสหภาพเมียนมาร์ ระหว่างวันที่ 14-16 สิงหาคม 2553 ว่า ในโอกาสนี้ได้หารือกับระดับรัฐมนตรี 3 กระทรวงได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ โดยได้พบปะกับนายติน ไน เต็ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายอ่องตุน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงแรงงาน ได้พบกับนายอ่อง จี  รัฐมนตรีว่าการ และกระทรวงคมนาคม ได้พบกับนายเหน่ง ตัน อ่อง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง


ผลการหารือกับกระทรวงพาณิชย์ ฝ่ายไทยได้เสนอให้เมียนมาร์ยกเลิกการห้ามนำเข้าสินค้าในรูปแบบการค้าปกติ จำนวน 15 รายการ ขณะเดียวกันเมียนมาร์ได้ขอให้ไทยช่วยพิจารณาปัญหาสินค้าของเมียนมาร์บางรายการที่มีปัญหาการเข้าสู่ตลาดไทย ซึ่งปัญหานี้ได้เห็นพ้องให้มีการตั้งคณะทำงานโดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้งสองฝ่ายดำเนินการและให้ได้ข้อสรุปโดยเร็วที่สุด  ขณะเดียวกันเห็นพ้องให้เพิ่มสัดส่วนการค้าปกติให้มากขึ้นจากปัจจุบันการค้าไทย-เมียนมาร์กว่า 90%เป็นการค้าผ่านชายแดน


นอกจากนี้ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องโครงการเชื่อมโยงพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอดกับเขตการค้าพิเศษเมียวดี เหมือนกับที่เมียนมาร์ได้ทำกับจีนระหว่างด่านมูเซของเมียนมาร์กับลุ่ยลี่ของจีน ซึ่งทำให้การค้าขยายตัวคือเป็นมูลค่าปีละกว่า 50,000 ล้านบาท  การพัฒนาเส้นทางการค้าแม่สอด-เมียวดีไปยังย่างกุ้ง ซึ่งสัปดาห์หน้าร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 จะเข้าสู่วาระ 2-3 จะสนับสนุน 3 โครงการได้แก่ สร้างถนนอ้อมเขาตอนะ ระยะทาง 28.6 กิโลเมตร  ปรับปรุงถนนจากเมียวดีถึงกอกะเร็ก 18 กิโลเมตร  ซ่อมแบบถาวรสะพานมิตรภาพแห่งที่หนึ่ง ซึ่งชำรุดและรองรับน้ำหนักได้ไม่เกิน 25 กิโลเมตร ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการค้าของทั้งสองประเทศ โดยโครงการดังกล่าวใช้งบรวมทั้งสิ้นราว 1,166 ล้านบาท


สำหรับการหารือกับนายเหน่ง ตัน อ่อง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ทั้งสองฝ่ายจะเร่งรัดโครงการเมกะโปรเจ็กต์ทวาย โดยจะเร่งรัดลงนามกรอบความตกลง 3 โครงการหลัก ได้แก่ 1.โครงการท่าเรือน้ำลึกทะวาย  2.การขนส่งระหว่างทะวาย-กาญจนบุรี ทั้งถนนไฮเวย์ รถไฟ และท่อส่งก๊าซน้ำมัน 3. เขตนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งทั้ง 3 โครงการหลักใช้งบประมาณรวมทั้งสิ้น 13 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 416,000 ล้านบาท (คำนวณที่ 32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ) ซึ่งจะเป็นงบของเอกชนทั้งหมด และอีก 2 โครงสร้างหลักคือ 1. การกำหนดให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษทะวาย 2.การจัดตั้งองค์กรบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษทะวาย เพื่อบริหารโครงการทะวายซึ่งมีพื้นที่ถึง 200,000 ไร่

 
นายอลงกรณ์ กล่าวถึงการหารือกับนายอ่อง จี รัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน ว่า รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานเมียนมาร์ได้แสดงความเป็นห่วงแรงงานเมียนมาร์ในประเทศไทย  โดยเฉพาะแรงงานที่ผิดกฎหมาย ซึ่งฝ่ายได้ได้รับที่จะดูแลยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ โดยปัจจุบันมีแรงงานเมียนมาร์ในไทยประมาณ 2 ล้านคน และถือว่ามีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย เพราะการส่งออกของไทยเช่นครึ่งแรกของปีนี้สูงถึง 36% แต่ผู้ประกอบการไทยไม่กล้ารับออร์เดอร์เนื่องจากไม่มีแรงงานรองรับ  อย่างไรก็ดีได้ขอความร่วมมือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเมียนมาร์ เร่งรัดการพิสูจน์สัญชาติซึ่งขณะนี้ขึ้นทะเบียนไว้ในประเทศไทย 900,000 คน พิสูจน์สัญชาติได้ 190,000 คน


นายอลงกรณ์ กล่าวว่า สำหรับประเด็นระหว่างไทยกับเมียนมาร์ที่ได้รับความสนใจอยู่ในขณะนี้คือการปิดด่านแม่สอด-เมียวดี ซึ่งการเจรจากันครั้งนี้ฝ่ายไทยและเมียนมาร์ได้หยิบยกขึ้นมาหารือด้วย โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เมียนมาร์ เห็นด้วยที่จะเร่งรัดเปิดด่านแม่สอด-เมียวดี เพราะเห็นว่าเป็นด่านสำคัญ ขณะเดียวกันทางด้านนายหม่อง มินท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านแจ้งว่ารัฐบาลเมียนมาร์ระดับสูงได้เห็นชอบให้มีการเปิดด่านตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่เนื่องจากมีเหตุการณ์ระเบิดเกิดขึ้นที่เมืองเมียวดีในลักษณะของการก่อการร้ายที่เป็นอันตรายต่อความปลอดภัยและความมั่นคง ทั้งยังมีการซุ่มโจมตี  ทำให้ฝ่ายความมั่นคงที่เมืองเมาะลำไย ซึ่งดูแลพื้นที่ภาคตะวันออกของพม่ามีความเห็นขอให้ชะลอการเปิดด่านออกไปก่อนเพราะอาจเป็นอันตรายต่อนักธุรกิจพ่อค้า ที่มีการขนส่งสินค้าผ่านแดนได้
 

"อย่างไรก็ดีท่านแจ้งว่าตามที่รัฐบาลพม่าได้เห็นพ้องให้คณะผม (นายอลงกรณ์ พลบุตร)เดินทางเยือนเมียนมาร์ครั้งนี้ หลังจากที่หลายคณะถูกเลื่อนเยือนเมียนมาร์ เป็นสัญญาณว่าทุกอย่างกำลังสู่ภาวะปกติ และผมได้ยืนยันไปว่ารัฐบาลไทยต้องการโซนเศรษฐกิจไม่ต้องการอย่างอื่น เพราะการค้าชายแดนไทย-พม่าสูงถึง 92%"

 

Leave a comment :