Switch to: uk
11 February 2012 12:54PM

ส่งออกจีนส่ออ่อนแรง ฉุดไทยขาดดุลเพิ่ม

24 Aug 10 ,  กรุงเทพธุรกิจ
  • 0

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ชี้การส่งออกของไทยไปจีนในเดือนกรกฎาคม 2553 ส่อแววอ่อนแรง ฉุดไทยขาดดุลกับจีนเพิ่มขึ้น 110.5%

บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ออกบทวิเคราะห์ "ส่งออกไปจีนเดือน ก.ค. ชะลอความร้อนแรงลง... ฉุดไทยขาดดุลกับจีนเพิ่มขึ้น 110.5%" โดยระบุว่า  การส่งออกของไทยไปจีนในเดือนกรกฎาคม 2553 ส่อแววอ่อนแรงต่อเนื่องด้วยอัตราการเติบโตร้อยละ 29.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่แม้จะใกล้เคียงกับร้อยละ 26.3 ในเดือนก่อนหน้า แต่ก็ยังคงต่ำกว่าระดับร้อยละ 39.4ในเดือนพฤษภาคม


 ขณะที่การนำเข้ายังคงเติบโตสูงที่ระดับ 40.1 แต่ก็ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับการเติบโตในเดือนมิถุนายนที่ระดับร้อยละ 62.1 ซึ่งจากการที่อัตราการเติบโตของการนำเข้าสูงกว่าภาคการส่งออกค่อนข้างมาก ส่งผลไทยขาดดุลการค้าให้แก่จีนสูงถึง 409.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในเดือนกรกฎาคม


 สถานการณ์การค้าระหว่างไทย-จีน ในเดือนกรกฎาคม เป็นไปในทิศทางที่ชะลอความร้อนแรงลงเมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายน โดยมีมูลค่าการส่งออก 1,691.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ  29.6
 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อนหน้า  ซึ่งถือเป็นการชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว  ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า  2,101.0  ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ  เพิ่มขึ้นร้อยละ 40.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปี 2552 โดยชะลอลงเมื่อเทียบกับการเติบโตในเดือนมิถุนายนที่ขยายตัวร้อยละ 62.1 


 ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่าอัตราการเติบโตในเดือนกรกฎาคมของการนำเข้าสูงกว่าการส่งออกอย่างชัดเจน  ส่งผลให้มูลค่าขาดดุลการค้าของไทยต่อจีนเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 110.5 หรือคิดเป็นเม็ดเงินขาดดุลการค้า 409.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปี 2552 ที่มีมูลค่า 194.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ 


 แม้ว่าสถานการณ์การค้าระหว่างไทยกับจีนในช่วงที่ผ่านมา จีนจะมีบทบาทสำคัญเพิ่มมากขึ้นในฐานะตลาดส่งออกรายใหญ่ของไทย และล่าสุดจีนได้กลายเป็นตลาดส่งออกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแทนที่สหรัฐฯไปแล้ว  แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า สถานการณ์การค้าระหว่างไทย-จีนมักเป็นไปในลักษณะที่ไทยขาดดุลการค้ากับจีนมาโดยตลอด ซึ่งในช่วงครึ่งแรกปี 2553 ไทยได้เสียดุลการค้าให้กับจีนไปแล้วถึง  1,319.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยสูงกว่ายอดขาดดุลการค้าทั้งปี 2552 ที่มีมูลค่า 909.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ  จึงมีความเป็นไปได้ว่า หากการขยายตัวของภาคการส่งออกไทยไปจีนชะลอตัวแรงกว่าการนำเข้าอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาที่เหลือของปี 2553 ยอดขาดดุลการค้าของไทยต่อจีนในปี 2553 อาจะสูงถึง 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ


 สำหรับรายการสินค้าส่งออกสำคัญที่มีการชะลอตัวลงในเดือนกรกฎาคม ได้แก่ ยางพารา เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ผลิตภัณฑ์ยาง แผงวงจรไฟฟ้า ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ โดยผลไม้สดแช่เย็น แช่แข็งและแห้งยังคงหดตัวต่อเนื่องในระดับ  46.8 ซึ่งการชะลอของรายการสินค้าดังกล่าวป็นผลมาจากเศรษฐกิจจีนที่อ่อนแรงลง เนื่องด้วยนโยบายที่เข้มงวดมากขึ้นของทางการจีนเพื่อควบคุมความร้อนแรงทางเศรษฐกิจและภาวะฟองสบู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่ยังคงดำเนินการต่อเนื่องนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2553  ขณะที่รายการสินค้านำเข้าที่มีการชะลอตัวลงได้แก่ เหล็ก เหล็กกล้า และผลิตภัณฑ์ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า  และเคมีภัณฑ์ เป็นต้น

Leave a comment :